Jump to content

All Activity

This stream auto-updates

  1. Today
  2. อาร์เซนอลทำตาม “ความฝันอันยิ่งใหญ่” ได้สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ แล้วจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ? การทำงานเพื่อสานฝันในการป้องกันแชมป์ลีก และคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกให้เป็นจริงในฤดูกาลหน้า ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีม แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทีมของเขาสามารถประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง หลังพ่ายแพ้ต่อปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในนัดชิงชนะเลิศที่กรุงบูดาเปสต์ เขากล่าวว่า “เราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยาน เพราะนักเตะชุดนี้มีศักยภาพมากพอที่จะทำได้ แต่สิ่งนั้นจะเรียกร้องให้พวกเราต้องมีความทะเยอทะยานอย่างมาก รวดเร็วมาก และฉลาดมาก” เมื่อพูดถึงเปแอสเชโดยตรงหลังจบเกม อาร์เตตายังกล่าวอีกว่า “ในความเห็นของผม พวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดในโลก สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้กับลูกบอล รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” แม้อาร์เซนอลจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดของอังกฤษในฤดูกาล 2025-26 แต่ก็ยังมีอีกหลายก้าวที่ต้องพัฒนาในด้านนี้ คำถามคือ พวกเขาพร้อมจะทำหรือยัง? และต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? ตามรายงานในคอลัมน์ Transfer Deal Sheet ของ The Athletic เมื่อวันอังคาร ความต้องการเพิ่มความสามารถเฉพาะตัวในแนวรุกของอาร์เซนอลได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ผ่านความสนใจในตัว มอร์แกน โรเจอร์ส ของแอสตัน วิลล่า, แบรดลีย์ บาร์โคลา ของปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เอลี จูเนียร์ ครูปี ของบอร์นมัธ และ มิก้า ก็อดส์ ของอาแจ็กซ์ ในบรรดาทั้งสี่คน โรเจอร์สอาจเป็นเป้าหมายที่น่าตื่นเต้นที่สุดของอาร์เซนอล ความสนใจในตัวเขามีมาตั้งแต่ซัมเมอร์ปีก่อน แต่เกมระหว่างวิลล่ากับอาร์เซนอลในเดือนสิงหาคม 2024 คือแมตช์ที่ทำให้หลายคนหันมาจับตามองเขาอย่างจริงจัง ในบ่ายวันนั้น ความมั่นคงทางเทคนิคและพละกำลังของเขาในการเลี้ยงบอลผ่านเดแคลน ไรซ์ และโธมัส ปาร์เตย์ ทำให้หลายคนประทับใจ เกมดังกล่าวยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของโรเจอร์ส ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์กับ The Athletic เมื่อเดือนที่แล้วว่า “ผมกำลังเล่นกับนักเตะที่ดีที่สุดบางคนของโลก และอาร์เซนอลก็เป็นทีมลุ้นแชมป์ นักเตะเหล่านี้คือคนที่ผมเคยดูทางโทรทัศน์ตอนเล่นอยู่ในแชมเปียนชิปหรือลีกวัน การที่ผมสามารถสู้กับพวกเขาได้แบบตัวต่อตัว ทั้งในด้านร่างกาย มีบอลและไม่มีบอล มันทำให้ผมรู้สึกว่า ‘ใช่ ผมทำได้’” ตลอดสองปีที่ผ่านมา ความมั่นใจของโรเจอร์สพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าดูที่สุดในพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้าเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน แต่ยังรวมถึงความกล้ายิงไกลด้วย เขามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้วิลล่าทำประตูได้มากกว่าค่าคาดการณ์ xG ของทีมในฤดูกาลนี้ และยังยิงได้ 10 ประตูในลีก ทั้งที่ค่า xG ส่วนตัวอยู่ที่เพียง 6.83 ซึ่งหมายความว่าเขาทำได้ดีกว่าที่สถิติคาดการณ์ไว้ถึง 3 ประตู โรเจอร์สยิงจากนอกกรอบเขตโทษได้ 3 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ร่วม ขณะที่ครูปียิงได้ 2 ประตู อยู่อันดับ 3 ร่วม หากตัดสองประตูจากจุดโทษออกไป สถิติพรีเมียร์ลีกของครูปีจะอยู่ที่ 11 ประตู จากค่า non-penalty xG เพียง 6.77 หรือทำได้ดีกว่าคาดถึง 4.23 ประตู หนึ่งในประตู จากลูกยิงไกลของเขาเกิดขึ้นในเกมที่อาร์เซนอลไปเยือนสนามไวทาลิตี้ สเตเดียม เมื่อเดือนมกราคม โดยบอลพุ่งหนีมือดาวิด ราย่า อย่างสวยงาม ส่วนอีกลูกเป็นลูกยิงพุ่งต่ำเสียบตาข่ายในเกมกับน็อตติ้งแฮม เมื่อเดือนตุลาคม สิ่งที่โดดเด่นของดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่คือความหลากหลายในการเล่น จากแผนที่การยิงของเขา จะเห็นว่าเขาสามารถหาพื้นที่ในกรอบ 6 หลาได้ รวมถึงวิ่งเข้ามาจบสกอร์บริเวณจุดโทษได้เช่นกัน อีกหนึ่งจุดเด่นคือความรวดเร็วในการจัดจังหวะวางเท้าระหว่างการสัมผัสบอลครั้งแรกกับจังหวะยิง ซึ่งเขาทำได้ดีทั้งเท้าซ้ายและขวา ครูปีมีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ ทั้งการจบสกอร์ ความสามารถในการถอยลงมารับบอลในพื้นที่ระหว่างไลน์เพื่อเปิดทางให้เพื่อนเติมเกม และความเต็มใจในการเพรสซิ่งตามแนวทางของอดีตกุนซือบอร์นมัธอย่างอันโดนี่ อิราโอล่า ทางฝั่งปีกขวา โนนี่ มาดูเอเก้ และ บูคาโญ ซาก้า มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 2.1 และ 2 ครั้งต่อ 90 นาทีตามลำดับ ส่วนฝั่งซ้าย กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ทำได้เฉลี่ย 1.8 และ 1.1 ครั้ง บาร์โคลาเฉลี่ย 1.85 ครั้งต่อ 90 นาทีในลีกเอิงฤดูกาลนี้ แต่เมื่อดูจากสายตาในการชมเกมจริง จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง ดังที่เห็นจากการเล่นของเขา การสัมผัสบอลแรกมักมีเป้าหมายเพื่อสะกิดบอลไปด้านหลังแนวรับ ก่อนใช้ความเร็วแซงคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าจังหวะสุดท้ายยังต้องพัฒนาอยู่บ้าง ดาวเตะวัย 23 ปีอาจไม่เหมาะกับการเจาะทีมที่ตั้งรับลึก แต่เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเปแอสเชที่ครองบอลเฉลี่ย 68.8 เปอร์เซ็นต์ในลีกเอิง และการมีผู้เล่นที่สามารถยืดแนวรับคู่แข่งได้แบบที่เขาทำกับอาร์เซนอลในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก อาจเป็นประโยชน์อย่างมาก ปัญหาเรื่องความเฉียบคมในการจบสกอร์ของเขาถูกพูดถึงทั้งฤดูกาลนี้และฤดูกาลก่อน โดยเฉพาะจากโอกาสสำคัญที่พลาดในเกมกับอาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม ในลีกเอิงฤดูกาลนี้ บาร์โคลายิงได้ 11 ประตู จากค่า xG 10.9 ซึ่งถือว่าทำได้ตามที่โอกาสควรจะเป็น การทำได้เพียง 1 แอสซิสต์ในลีกอาจดูน่าผิดหวัง แต่ค่า xA (Expected Assists) ของเขาที่ 4.5 ยังสูงกว่าโรเจอร์ส ซึ่งทำ 6 แอสซิสต์จากค่า xA 4.3 โรเจอร์สและบาร์โคลาเป็นผู้เล่นคนละสไตล์ แต่สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้า ซึ่งอาจช่วยให้อาร์เซนอลใช้ประโยชน์จากเกมโต้กลับได้ดีขึ้น ฤดูกาลที่แล้ว อาร์เซนอลอยู่อันดับ 6 ของพรีเมียร์ลีกในด้านการโจมตีเร็ว (Fast Breaks) โดยมีตัวเลขตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียง 0.23 ครั้ง แต่ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยิงได้ถึง 9 ประตูจากสถานการณ์เหล่านี้ เทียบกับอาร์เซนอลที่ทำได้เพียง 4 ประตู ไม่ว่าจะเป็นการพาบอลแบบดุดันของโรเจอร์ส การเร่งสปีดแบบฉับพลันของบาร์โคลา หรือการเคลื่อนที่อย่างลื่นไหลของก็อดส์ (ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 2.85 ครั้งต่อ 90 นาทีในฤดูกาลนี้) ผู้เล่นทุกคนล้วนสามารถช่วยยกระดับอาร์เซนอลในสถานการณ์เหล่านี้ได้ ในแง่ของการจบสกอร์ ครูปียิงได้ 3 จาก 9 ประตูของบอร์นมัธที่มาจากเกมโต้กลับเร็วเมื่อฤดูกาลก่อน การวิเคราะห์เชิงลึกของผู้เล่นแต่ละคนจะมีตามมา หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง แต่ในตอนนี้ รายชื่อแนวรุกที่อยู่ในลิสต์เสริมทัพของอาร์เซนอลถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก พวกเขาทุกคนสามารถเล่นได้ทั้งด้านในและด้านนอกของกองหลังคู่แข่ง อีกทั้งยังมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากกันเองและแตกต่างจากตัวเลือกที่อาร์เซนอลมีอยู่แล้ว ซึ่งอาจช่วยยกระดับทีมในฤดูกาลหน้าได้ อาร์เตตาสร้างรากฐานเกมรับที่แข็งแกร่งให้กับอาร์เซนอลมาโดยตลอด และรากฐานนั้น เมื่อผสมผสานกับช่วงเวลามหัศจรรย์ในเกมรุก ก็พาพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนอาจไม่ได้มีมากนัก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากุนซือชาวสเปนพร้อมจะปลดเบรกมือออก เพื่อพาอาร์เซนอลป้องกันแชมป์ลีกอย่างสง่างาม และก้าวไปอีกขั้นบนเวทียุโรป
  3. Last week
  4. ซามี่ ม็อกเบล จาก BBC วิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่อาร์เซน่อลต้องจัดการในช่วงซัมเมอร์นี้ มิเกล อาร์เตต้า มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนสำหรับฤดูกาลหน้า โดยอาร์เซน่อล กำลังมองหาการเสริมทัพในตำแหน่งกองกลาง กองหน้า และฟูลแบ็กในตลาดซื้อขายนักเตะ อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากสโมสรทุ่มเงินไปราว 250 ล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงการต่อสัญญาผู้เล่นหลายราย และการจ่ายโบนัสก้อนโตจากความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สโมสรจึงต้องระมัดระวังเรื่องการรักษาสมดุลทางการเงินในช่วงปิดฤดูกาล เป้าหมายแนวรุกมี 3 รายที่เป็นรายชื่อหลักได้แก่ มอร์แกน โรเจอร์ จากแอสตัน วิลล่า, จูเนียร์ ครูปี ของบอร์นมัธ และฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ดาวดังของแอตเลติโก มาดริด โรเจอร์สและครูปีคาดว่าจะมีค่าตัวเกิน 80 ล้านปอนด์ต่อคน ขณะที่อัลวาเรซ ซึ่งเป็นเป้าหมายของบาร์เซโลน่า ด้วยนั้น ถูกประเมินมูลค่าไว้มากกว่า 120 ล้านปอนด์ แม้จะมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัวโรเจอร์ส แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่าเขาเป็นเป้าหมายที่จำเป็นจริงหรือไม่ เนื่องจากทีมมีทั้ง มาร์ติน โอเดการ์ด และ เอเบเรซี่ เอเซ่ ที่สามารถเล่นในตำแหน่งตัวรุกตรงกลางได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการเล่นทางฝั่งซ้ายของโรเจอร์สถูกมองว่าเป็นจุดแข็งสำคัญ และเพิ่มคุณค่าให้กับเขาในฐานะนักเตะสารพัดประโยชน์ จากหลายแหล่งข่าว โรเจอร์สเปิดกว้างต่อการย้ายมาร่วมทีมอาร์เซนอลในฤดูกาลหน้า ครูปีเป็นอีกหนึ่งโอกาสในตลาดที่อาร์เซนอลกำลังสำรวจ หลังจากดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ทำได้ 13 ประตูในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับนักเตะวัยรุ่นในฤดูกาลเปิดตัว ขณะที่เป้าหมายในฝันของสโมสรยังคงเป็นอัลวาเรซ แม้ว่าบาร์เซโลนาจะให้ความสนใจอย่างจริงจังก็ตาม นอกจากนี้ อาร์เซนอลยังเดินหน้าทาบทามเจเรมี่ มองก้า ดาวรุ่งวัย 16 ปีของเลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามองกาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ และได้รับความสนใจจากหลายสโมสร มีรายงานว่าเจ้าตัวเปิดกว้างต่อการย้ายมาอาร์เซนอล แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหากย้ายออกจากเลสเตอร์ จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาค่าชดเชยโดยคณะอนุญาโตตุลาการหรือไม่ สถานการณ์ในตำแหน่งกองกลางก็มีความซับซ้อนไม่แพ้กัน ก่อนหน้านี้อาร์เซน่อลเคยพิจารณาจะรับฟังข้อเสนอเกี่ยวกับ ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่ แต่ผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงท้ายฤดูกาล กับบทบาทกองกลาง ทำให้สโมสรอาจจะต้องทบทวนจุดยืนดังกล่าวใหม่ อาร์เซน่อลยังได้มีการหารือเกี่ยวกับข้อดีในการคว้าตัว มาเธอุส แฟร์นันด์ จากเวสต์แฮม ที่คาดว่าจะย้ายออกหลังทีมตกชั้น แม้แฟร์นันด์ และลูอิส-สเกลลี่ จะเป็นกองกลางคนละสไตล์ แต่การพัฒนาของไมล์สก็อาจทำให้สโมสรปรับเปลี่ยนความคิดในการเสริมตำแหน่งนี้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ก สโมสรต้องการนักเตะที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง และได้จับตามอง ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แม้ว่านักเตะวัย 23 ปีจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ตำแหน่งนี้จึงเป็นอีกจุดที่น่าจับตามองในตลาดซัมเมอร์ จากทั้งหมดที่กล่าวว่า การขายนักเตะจึงมีแนวโน้มจะกลายเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยเช่นกัน เพื่อรักษาสมดุลทางด้านการเงิน และเปิดทิศทางสำหรับแผนงานในอนาคต นักเตะที่อยู่ในข่ายที่จะขายออก ได้แก่ นอร์การ์ด, เบน ไวท์, ฟาบิโอ วิเอร่า, รีสส์ เนลสัน, กาเบรียล เฆซุส, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, เลอันโดร ทรอสซาร์ รวมถึงอนาคตของ อีธาน วาเนรี ก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งการขายวาเนรี ในมุมทางบัญชีจะสามารถลงบัญชีได้แบบเต็มจากผลผลิตของอะคาเดมี่ แกรี่ จาค็อบบ์ จาก Daily Telegraph ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการเสริมทัพของอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยอาร์เตต้า และผู้บริหารของอาร์เซน่อล ตระหนักดีว่าทีมจำเป็นต้องมีนักเตะแนวรุกระดับสตาร์เข้ามาเสริมทัพ เพื่อปรับปรุงวิธีการเล่นของทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างความแตกต่างในเกมส์สำคัญๆ ได้ อาร์เซน่อล ยังคงประเมินความเป็นไปได้ในการคว้าตัวมอร์แกน โรเจอร์ มาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม สโมสรยังไม่ได้รับการประเมินค่าตัวสุดท้ายของนักเตะจากแอสตัน วิลล่า ขณะนี้ภายในอาร์เซนอลเริ่มมีความเชื่อร่วมกันว่า หากสโมสรต้องการดึงนักเตะแนวรุกระดับหัวกะทิอย่างโรเจอร์สมาร่วมทีม ก็อาจจำเป็นต้องยอมจ่ายเงินจำนวนมากกว่าที่สโมสรเคยพร้อมจะจ่ายในอดีต ความหวังของอาร์เซน่อล ในการเซ็นสัญญา ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ กองหน้าดาวดังของแอตเลติโก มาดริด เริ่มลดลง เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจากบาร์เซโลน่า และปารีส แซงต์แชร์กแม็ง ขณะเดียวกัน จูเนียร์ ครูปี ได้กลายเป็นเลือกที่น่าสนใจสำหรับอาร์เซน่อล หากพวกเขาโน้มน้าวให้บอร์นมัธ ยอมเปิดการเจรจา และปล่อยตัวนักเตะออกจากทีม นอกจากนี้อาร์เซน่อล ยังได้รับข้อเสนอในการเซ็นสัญญากับ ราฟาเอล เลเอา ปีกทีมชาติโปรตุเกสของเอซี มิลาน ที่ประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และต้องการย้ายออกจากลีกอิตาลี ขยับมาที่แดนกลาง อาร์เซน่อล ให้ความสนใจ ซานโดร โตนาลี กองกลางของนิวคาสเซิ่ล, มาเธอุส แฟร์นันด์ กองกลางของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่ทางทีมขุนค้อนแจ้งว่าพวกเขาต้องการค่าตัวนักเตะสูงถึง 80 ล้านปอนด์ อีกคนที่อาร์เซน่อลสนใจคือ อายยุบ บูอัดดี้ กองกลางดาวรุ่งของลีลส์ อาร์เซน่อลมีแผนที่จะปล่อยผู้เล่นหลายรายออกไปจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ คริสเตียน นอร์การ์ด ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปเพียง 101 นาที คาดว่าจะถูกปล่อยออกจากทีม ส่วนอนาคตของ เบน ไวท์ ยังไม่แน่นอน เนื่องจากยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเขา แต่เขาได้รับความสนใจจาก เอฟเวอร์ตัน และคริสตัล พาเลซ อาร์เซน่อล พร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอกับ กาเบรียล เฆซุส, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และเลอันโดร ทรอสซาร์ รวมถึง อีธาน วาเนรี กองกลางดาวรุ่งวัย 19 ปี การขายนักเตะที่เป็นเด็กปั้นจากอะคาเดมี่ อาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล หากอาร์เซน่อลกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะละเมิดกฏการเงิน Telegraph บอกว่า สัญญาฉบับใหม่ของ มิเกล อาร์เตต้า มีการเริ่มต้นพูดคุยกันแล้ว แม้ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่ต้องเจรจานอกเหนือจากมูลค่าของสัญญา ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน อาร์เตต้า ตระหนักดีนี่คือโอกาสที่จะสร้างยุคแห่งการครอบครองฟุตบอลอังกฤษ เนื่องจากคู่แข่งหลายทีมกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้านเจ้าของสโมสรอาร์เซน่อลอย่างตระกูลครองกี้ มองเห็นศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาลของสโมสร และให้คำมั่นว่า จะไม่หยุดนิ่ง พวกเขาพร้อมสนับสนุนทรัพยากรอย่างเต็มที่ต่อไป ขณะที่รายได้ของสโมสรเติบโตแบบก้าวกระโดด คาดว่าพวกเขาจะทำสถิติรายได้เป็นประวัติศาสตร์ในฤดูกาลนี้ 770 ล้านปอนด์ ขณะที่ยังมีการเจรจาข้อตกลงด้านการค้าอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงรายได้ในเชิงพาณิชย์ก็เติบโตขึ้น 50% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของแบรนด์ในระดับโลก ในแง่ของมูลค่าสัญญา ปัจจุบันอาร์เตต้ารับค่าเหนื่อย 12 ล้านปอนด์ต่อปี และจะเพิ่มเป็น 15 ล้านปอนด์ หากพาทีมไปเล่นแชมเปี้ยนลีกได้สำเร็จ ส่วนสัญญาฉบับใหม่เขาจะได้รับค่าเหนื่อยระดับ 20 ล้านปอนด์ต่อปี และเมื่อรวมโบนัสต่างๆ อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านปอนด์ นั่นจะทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า หลายสโมสรชั้นนำได้เริ่มมีการติดต่อ บอร์นมัธ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับ จูเนียร์ ครูปี กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปี ผมสามารถบอกได้ว่า อาร์เซน่อล ได้มีการติดต่อเข้ามา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เช่นกัน และยังมีสโมสรอื่นๆ อีกหลายแห่งที่สนใจครูปี ขณะเดียวกับ ปารีส แซงต์แชร์กแม็ง ก็อยู่ในกลุ่มที่กำลังจับตาสถานการณ์อยู่ด้วย Goldberg สายวงในบอกว่า อาร์เซน่อล ให้ความสนใจ มอร์แกน โรเจอร์, จูเนียร์ ครูปี และฮูเลี่ยน อัลวาเรซ Football London อารืเซน่อล สนใจที่จะเซ็นสัญญาทั้ง มอร์แกน โรเจอร์ และจูเนียร์ ครูปี ในช่วงซัมเมอร์นี้ ดีลทั้งสองรายคาดว่าจะมีมูลค่าสูงอย่างมาก และทั้งแอสตัน วิลล่า กับบอร์นมัธ ก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องปล่อยนักเตะออกจากทีม อย่างไรก็ตามอาร์เซน่อล ยังคงถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่มีแรงดึงดูดอย่างยิ่งสำหรับนักเตะ โดยเฉพาะผู้เล่นที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุดและมีความสามารถมากพอที่จะคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ Talks Sport บอกว่า อาร์เซฯ่อล มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะคว้าตัว เณเรมี่ ม็องก้า ปีกดาวรุ่งวัย 16 ปีของเลสเตอร์ ซิตี้ได้สำเร็จ เส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ที่ชัดเจนของอาร์เซน่อล, ระบบพัฒนานักเตะเยาวชนระดับชั้นนำ และความสำเร็จในช่วงหลังในการผลักดันนักเตะดาวรุ่งก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง ล้วนสร้างความประทับใจอย่างมากให้กับตัวนักเตะ และตัวแทนของเขา ตามรายงานที่ออกมา Nizaar Kinsella สายข่าวของเชลชี บอกว่า ยังไม่ชัดเจนว่า จอซ อาแซมปง กองหลังดาวรุ่งวัย 20 ปี ต้องการย้ายออกจากเชลชีหรือไม่ อาร์เซน่อลเป็นหนึ่งในทีมที่กำลังจับตามองสถานการณ์อยู่ OFFICIAL - จอซ นิโคล แบ็คขวาดาวรุ่งวัย 19 ปีของอาร์เซน่อล ย้ายไปร่วมทีม NK Kustosija สโมสรในลีกโครเอเซียแบบไม่มีค่าตัว หลังจากเขาหมดสัญญากับอาร์เซน่อลในช่วงสิ้นเดือนนี้ RMC Sport รายงานข่าวว่า ผลการตรวจร่างกายของ วิลเลียม ซาลิบา เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างอุ่นใจ ซาลิบามีปัญหาบาดเจ็บบริเวณหลัง แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้รุนแรง ถึงขั้นทำให้เขาไม่สามารถเดินทางไปร่วมเก็บตัวกับเพื่อนร่วมทีมชาติในวันอังคารนี้ อย่างไรก็ตาม อาการของนักตเะจะยังคงได้รับการติดตามและประเมินอย่างใกล้ชิดต่อไป และในเวลานี้ยังเป็นเรื่องยาก ที่จะระบุได้อย่างชัดเจนว่าเขาจะสามารถลงเล่นเกมส์อุ่นเครื่องได้หรือไม่ วิลเลี่ยม ซาลิบา โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า: “เราไม่ปล่อยให้เพียงช่วงเวลาเดียวมากำหนดคุณค่าของการเดินทางทั้งหมด ฤดูกาลนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเราก้าวมาไกลแค่ไหนร่วมกัน ทั้งการทำงานหนัก ความเชื่อมั่น และความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในทีม หลังจากผ่านไป 22 ปี... การนำแชมป์ลีกกลับคืนสู่ที่ที่มันควรอยู่ มีความหมายต่อพวกเราอย่างยิ่ง ฤดูกาลหน้าเราจะกลับมาอีกครั้ง แข็งแกร่งกว่าเดิม และกระหายความสำเร็จมากกว่าเดิม พวกเรากำลังจะกลับมาเพื่อคว้าความสำเร็จให้มากกว่านี้” เดแคลน ไรซ์, บูคาโญ ซาก้า, เอเบเรซี่ เอเซ่ และโนนี่ มาดูเอเก้ สี่นักเตะของอาร์เซน่อล ที่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ชุดฟุตบอลโลก 2026 ได้รับไฟเขียวให้พักเพิ่มหนึ่งสัปดาห์ ก่อนเข้ามารายงานตัวในแคมป์ทีมชาติ อาร์เซน่อล กำลังพิจารณาแนวทางในการขยายความจุของสนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ซึ่งปัจจุบันรองรับแฟนบอลได้ 60,704 ที่นั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการตั๋วที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามทาง มิเกล อาร์เตต้า ไม่ต้องการให้ทีมสูญเสียความได้เปรียบกับการเล่นในบ้าน ด้วยการย้ายไปใช้สนามอื่นชั่วคราว เช่น สนามเวมบลี่ย์ ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง การขุดลดระดับสนามลงเพื่อเพิ่มที่นั่งอีกประมาณ 10,000 ที่นั่ง ก็ถือเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนอย่างมากในทางปฏิบัติ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างต่าง ๆ รวมถึงระบบท่อสาธารณูปโภคใต้สนาม และค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ทางเลือกที่เป็นไปได้มากกว่าคือการปรับปรุงโครงสร้างบางส่วนของสนาม เพื่อเพิ่มที่นั่งราว 5,000 ที่นั่ง โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มพื้นที่และทางเลือกที่นั่งแบบ Hospitality ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ต่อที่นั่งสูงกว่าที่นั่งทั่วไป หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะเพิ่มความจุเป็น 65,000 - 66,000 ที่นั่ง โดยไม่ต้องการย้ายออกจากสนามนาน และยังรักษาบรรยากาศรวมถึงความได้เปรียบในรังเหย้าเอาไว้ มีการหารือกันเกี่ยวกับการที่อาร์เซน่อล จะขยายสัญญาสปอนเซอร์ทั้งบนหน้าอกเสื้อแข่งขันและสิทธิ์การใช้ชื่อสนามกับ Emirates ออกไปหลังปี 2028 โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในที่สุด
  5. Kroenke Sports & Entertainment พูดมาตลอดว่าพวกเขาต้องการพาอาร์เซนอลกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่เป็นเวลาหลายปีที่แฟนบอลจำนวนมากไม่เชื่อคำพูดนั้น และแทบไม่มีใครคิดว่าพวกเขาพูดจริง แต่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สแตน ครองกี้ และลูกชายของเขา จอซ ครองกี้ กลับเป็นคนถือถ้วยพรีเมียร์ลีกเดินข้ามสนามเซลเฮิร์ซ ปาร์ค ไปหา มิเกล อาร์เตต้า, ทีมสตาฟฟ์ และแฟนบอลราว 3,000 คนที่รอฉลองอยู่ ก้าวสุดท้ายนั้นอาจเป็นก้าวที่สั้นที่สุด แต่ก็หวานที่สุดสำหรับครอบครัวที่ครั้งหนึ่งเคยถูกแฟนบอลเกลียดชังอย่างหนัก ถึงขั้นมีการประท้วงนอกสนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม อยู่บ่อยครั้ง จากวันที่แฟนบอลแขวนหุ่นล้อเลียนและโห่ใส่เจ้าของทีม มาสู่วันที่แฟนบอลตะโกนเชียร์ชื่อพวกเขาที่สนามของคริสตัล พาเลซ คือการเปลี่ยนแปลงที่เจ้าของสโมสรไม่กี่รายในโลกฟุตบอลจะได้สัมผัส KSE เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยของอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 2007 ก่อนจะถือครองสโมสรทั้งหมดในปี 2018 และแปดปีต่อมา อาร์เซนอลก็กลับมาเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี จอซ ครองกี้ กล่าวว่า: “การได้เดินข้ามสนามกับพ่อของผมในวันนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผมจะไม่มีวันลืม มันเป็นช่วงเวลาที่ผมอยากให้เราสองคนได้มีร่วมกัน และถ้าไม่ใช่เราทั้งคู่ ผมก็อยากให้เขาเป็นคนถือถ้วย เพราะทุกสิ่งที่พวกเราผ่านมาด้วยกันที่นี่” “มีบางช่วงเวลาในชีวิตที่ไม่มีทางสร้างขึ้นมาใหม่ได้ และนั่นคือหนึ่งในนั้นสำหรับผม เมื่อพูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาย้อนถึงเหตุการณ์หลังโปรเจกต์ European Super League ล่มในปี 2021 ว่า: “ตอนที่พวกเขาเอาพวกเราไปแขวนกับเสาไฟน่ะเหรอ?” KSE ไม่ได้มีแค่อาร์เซนอล พวกเขายังเป็นเจ้าของทีมกีฬาใหญ่อีกหลายทีม ไม่ว่าจะเป็น แอลเอ แรมส์ ทีมในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล, เดนเวอร์ น้กเกตต์ ของบาสเกตลอลเอ็นบีเอ, โคโลราโด อวาแลนช์ ทีมฮ็อกกี้นำ้แข็ง และอีกหลายสโมสร ตามข้อมูลของ Forbes KSE คืออาณาจักรกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ารวมกว่า 21.17 พันล้านดอลลาร์ จอชเล่าว่า เดิมทีเขาเดินทางกลับสหรัฐฯ หลังเกมชนะเบิร์นลี่ย์ และตั้งใจจะกลับมาดูนัดสุดท้ายกับพาเลซ เพราะคิดว่าการลุ้นแชมป์ยังไม่จบ “ผมออกจากเกมเบิร์นลีย์ตั้งแต่เช้าตรู่วันอังคาร เพื่อกลับอเมริกา และตั้งใจว่าจะบินกลับมาอีกทีสำหรับเกมกับพาเลซ” เขากล่าว “ตอนที่ผมออกมา ผมบอกทุกคนว่า ‘อย่าไปกังวลกับพรุ่งนี้เลย โฟกัสที่วันอาทิตย์ เราต้องชนะให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น’ แล้วทันใดนั้น ตอนที่ผมเพิ่งลงจอดที่อเมริกา บอร์นมัธก็ยิงประตูได้ และเมื่อถึงจุดนั้น คุณไม่มีทางไม่สนใจมันอีกแล้ว ผมเลยเริ่มติดตามเกมระหว่างเดินทางกลับบ้าน” แม้เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงตีเสมอให้แมนฯ ซิตี้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ผลเสมอก็ยังไม่เพียงพอจะยื้อการลุ้นแชมป์ต่อ และอาร์เซนอลก็กลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที บรรยากาศแห่งความสุขระเบิดขึ้นทั้งในหมู่นักเตะ สตาฟฟ์ และแฟนบอลนับพันที่มารวมตัวกันนอกสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยมีนักเตะหลายคนถูกถ่ายภาพได้ว่ายังคงฉลองกันอยู่จนถึงตีห้าในเช้าวันถัดมา “โทรศัพท์สายแรกของผมคือหาพ่อ สายที่สองคือโทรหามิเกล” จอชกล่าว “จากนั้นผมก็พยายามติดต่อทุกคนที่ผมทำได้ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครรับสาย เพราะทุกคนกำลังเฉลิมฉลองกันอยู่” “แต่มีอยู่คนหนึ่งที่รับสาย… เคต [ลอเรนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของอาร์เซนอล] วิดีโอคอลหาผม และส่งโทรศัพท์วนไปรอบห้อง ผมนั่งอยู่ตรงนั้นในสภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ขณะที่โทรศัพท์ถูกส่งต่อไปเรื่อย ๆ และผมได้เห็นใบหน้าของทุกคนที่กำลังมีความสุขและซาบซึ้ง” “บทสนทนากับพ่อของผมคือความปลาบปลื้มอย่างแท้จริง เราทั้งคู่ต่างผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาในแบบของตัวเอง ผมอยู่ที่นี่ในเกมเบิร์นลีย์ ส่วนเขาอยู่ที่อเมริกาเพื่อประชุมเกี่ยวกับทีมอเมริกันฟุตบอลของเรา” “พอทุกอย่างเริ่มชัดเจน ก็มีเจ้าของทีมพรีเมียร์ลีกคนอื่น ๆ อยู่ในห้องเดียวกับเขา และพวกเขาก็เริ่มเดินเข้ามาแสดงความยินดี มันเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะไดนามิกในอังกฤษต่างจากในอเมริกา แต่พวกเราทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงมัน และภูมิใจในแบบของตัวเอง” --------------------------------------------------------------------------- จากวันที่แฟนบอลถาม “We Care, Do You?” สู่การสร้างอาร์เซนอลยุคใหม่ และ KSE ก็ “ผ่านอะไรมาเยอะจริง ๆ” พวกเขาเคยถูกกล่าวหาว่าไม่ลงทุนมากพอ หรือแย่กว่านั้น คือไม่สนใจสโมสรเลย จากกลุ่มแฟนบอลที่ผิดหวังที่สุด ในช่วงเวลาหนึ่ง อาร์เซนอลดูเหมือนสโมสรที่กำลังล่องลอยไร้ทิศทาง จากทีมที่เคยขับเคี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บนจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ มาถึงปี 2018 ยุคของอาร์แซน เวนเกอร์ ก็ค่อย ๆ จบลงอย่างหมดพลัง ผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างอูไน เอเมรี ก็ไม่สามารถหยุดการถดถอยของทีมได้ หลังพ่ายเชลชี 4-1 ในนัดชิงยูโรป้าลีก ปี 2019 และพลาดโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ผลจากเรื่องนั้นทำให้กลุ่มแฟนบอล 16 กลุ่ม และแฟนบอลชื่อดังหลายคน ร่วมกันเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเจ้าของทีมในเดือนกรกฎาคม ปี 2019 พร้อมตั้งคำถามว่า: “พวกเราแคร์ แล้วพวกคุณล่ะ?” “นั่นเป็นช่วงเวลาสำคัญมากสำหรับผม เพราะมันเป็นการเคลื่อนไหวที่ผ่านการคิดมาอย่างดีจากฝั่งแฟนบอล” จอชกล่าว “และเมื่อผมเห็นมัน ผมเข้าใจพวกเขา แต่ในเวลาเดียวกัน ก่อนหน้านั้นผมก็ได้ทุ่มทั้งเวลา พลังงาน และอารมณ์จำนวนมหาศาลลงไปกับสโมสรอยู่เบื้องหลังแล้ว” จอชอธิบายว่า ช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นหลังจาก KSE เปลี่ยนสถานะของอาร์เซนอลจากบริษัทมหาชน กลายเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว “นั่นคือช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าเราได้ ‘เป็นเจ้าของสโมสรจริง ๆ แต่การเป็นนักลงทุน และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสโมสรที่เคยมีวาระและผลประโยชน์หลายฝ่ายแข่งขันกันอยู่ภายใน มันยากมากที่จะคลี่คลายทุกอย่าง” “ดังนั้น ผมหวังว่าแปดปีต่อมา ผู้คนจะเข้าใจแล้วว่าพวกเราทุ่มเทจริง ๆ ทั้งทางอารมณ์ การเงิน และเวลา” --------------------------------------------------------------------------- เส้นทางกลับขึ้นมาของอาร์เซนอลไม่ได้ง่ายเลย เอดู กาสปาร์ ผู้อำนวยการกีฬาในตอนนั้น และเฮดโค้ชคนใหม่ มิเกล อาร์เตต้า ร่วมกันสร้าง “แผน 5 ขั้นตอน” เพื่อพาสโมสรกลับสู่จุดสูงสุด โดยได้รับการอนุมัติจากเจ้าของทีม “หนึ่งในคำสัญญาที่ผมให้ไว้กับมิเกล คือผมจะอยู่ที่นี่ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้” จอชกล่าว “ช่วงเดือนธันวาคมปีนั้น ผมบินมาที่นี่สามหรือสี่ครั้งระหว่างกระบวนการแต่งตั้งเขา จากนั้นผมก็กลับมาอีกครั้งปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเริ่มวางแผนต่าง ๆ ตอนที่เราพอจะเริ่มมองเห็นอนาคต” “แล้วสิ่งที่บ้าที่สุดก็เกิดขึ้น… COVID” การระบาดของ COVID-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ “มันเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะมิเกลเพิ่งเข้ามารับงาน และผมก็ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้” “ไม่ใช่แค่นั้น แต่สโมสรทั้งสโมสรต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว เพราะจู่ ๆ คุณก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่… คำถามที่ผมถามตัวเองตลอดคือ: ‘คุณจะเตรียมตัวยังไง เมื่อโลกทั้งใบหยุดหมุน?’” ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น จอชเริ่มพูดคุยอย่างจริงจังกับอดีตประธานสโมสร เซอร์ชิฟฟ์ เคสวิค ซึ่งเป็นเหมือนที่ปรึกษาคนสำคัญของเขา “พวกเราไปกินข้าวกลางวันด้วยกันบ่อยมาก และพูดคุยเรื่องอนาคตของสโมสร หลังจากที่เราทำให้อาร์เซนอลเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว” “วันหนึ่งผมบอกกับชิปส์ว่า…ในอเมริกา บางครั้งพวกเราจำเป็นต้องถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อจะก้าวไปข้างหน้าได้ และผมคิดว่าสักจุดหนึ่ง เราอาจต้องทำแบบนั้นที่นี่เหมือนกัน ’เขายิ้ม แล้วตอบกลับมาว่า ให้ตายเถอะ แต่อย่าตกชั้นก็แล้วกัน แล้วผมก็ตอบไปว่า ‘ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อเดินผ่านเส้นบาง ๆ นี้ให้ได้’” “การถอยหลังหนึ่งก้าว” ที่จอชพูดถึง คือการผ่าตัดทีมอย่างโหดเหี้ยม อาร์เซนอลจ่ายเงินยกเลิกสัญญานักเตะถึง 9 คน เพื่อปล่อยพวกเขาออกจากสโมสร ท่ามกลางความกังวลว่ามาตรฐานภายในทีมตกต่ำลง และวัฒนธรรมในห้องแต่งตัวกำลังเป็นพิษ “มิเกลมีคำเปรียบเทียบที่เขาชอบใช้ว่า คุณอยู่บนเรือลำเดียวกัน หรือไม่อยู่” จอชกล่าว “แต่บางครั้ง เรามีคนที่ไม่ใช่แค่ไม่ได้อยู่บนเรือ พวกเขาอยู่ใต้น้ำ พร้อมเชือกเส้นหนึ่ง ที่กำลังพยายามดึงพวกเราลงไป” เราจึงต้องหาว่าใครคือคนเหล่านั้น และตัดเชือกเส้นนั้นทิ้งไปทีละเส้น” ในเวลาเดียวกัน อาร์เซนอลก็ต้องเริ่มค้นหาดาวรุ่งที่จะกลายเป็นแกนหลักของทีมยุคใหม่ “ผมมีบทสนทนาที่ยอดเยี่ยมกับ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์” จอชกล่าว “หลังนัดชิงยูโรปาลีกที่บากู ผมพูดถึง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ ซึ่งย้ายไปลิเวอร์พูล ก่อนหน้านั้นหนึ่งหรือสองปี ผมถามว่า ‘เราจะหานักเตะแบบนี้เข้าระบบของเราได้ยังไง?’” “เพอร์ตอบทันทีว่า ‘ถ้าคุณไม่มี 100 ล้านปอนด์ ก็อย่าไปคิดถึงเขาเลย’ แล้วผมถามกลับว่า ‘งั้นกองหลังดาวรุ่งที่ดีที่สุดในยุโรปคือใคร?’ เขาหันมาตอบทันทีโดยไม่ลังเลว่า ‘วิลเลี่ยม ซาลิบา’” --------------------------------------------------------------------------- การเดิมพันครั้งใหญ่: ซาลิบา, ไรซ์ และการลงทุนมหาศาลของ KSE หลังจากบทสนทนากับ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ อาร์เซนอลก็ตัดสินใจคว้าตัว วิลเลี่ยม ซาลิบา จากแซงต์เอเตียน ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม หลังย้ายมา เขาถูกปล่อยยืมตัวต่อเนื่องถึงสามปี และแหล่งข่าวของ ESPN ระบุว่า ในเวลานั้น มีหลายคนภายในสโมสรตั้งคำถามว่าเซ็นเตอร์แบ็กรายนี้จะพัฒนาขึ้นมาเป็นกองหลังระดับท็อปได้จริงหรือไม่ ก่อนเริ่มฤดูกาล 2022-23 ซาลิบาจึงกลับมาร่วมทีมของ อาร์เตต้าและนับจากนั้น เขาก็ค่อย ๆ สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของยุโรป “ตอนนี้มิเกลกับผมหัวเราะเรื่องนี้กันได้แล้ว เพราะผมไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานมาก” จอชกล่าว “ตอนที่เราคว้าตัววิลเลียมมา แล้วเขาถูกปล่อยยืมตัวสองฤดูกาล จากนั้นเราก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของมิเกลพอดี และในช่วงแรก ๆ ที่วิลเลียมกำลังจะกลับมาร่วมทีม ก็มีความคิดเห็นบางอย่างเกิดขึ้นเกี่ยวกับเขา ซึ่งพวกคุณนักข่าวก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว” “ผมนั่งอยู่ที่อเมริกา แล้วหัวเราะกับตัวเองว่า ‘ได้โปรดเถอะ ขอให้เด็กคนนี้เวิร์กที!’” --------------------------------------------------------------------------- จากนั้นก็มาถึงเรื่อง “การใช้เงิน” หลังจากเข้าควบคุมสโมสรเต็มรูปแบบในปี 2018 KSE ซึ่งเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการไม่กล้าทุ่มเงิน เริ่มลงทุนมหาศาลตลอดหลายตลาดซื้อขาย นับตั้งแต่ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาคุมทีม อาร์เซนอลใช้เงินเสริมทัพรวมเกือบ 1 พันล้านปอนด์ และดีลที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุด คือการคว้าตัว เดแคลน ไรซ์ จากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 105 ล้านปอนด์ในปี 2023 “ผมไม่คิดว่าดีลแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก่อนปี 2018” จอชกล่าว “ตอนที่ชื่อของนักเตะคนนี้เริ่มจริงจังขึ้น ผมจำได้ว่า เอดู, มิเกล, ทิม ลูอิส และริช การ์ลิค นั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ แล้วอธิบายทุกอย่างให้ผมฟังเป็นครั้งแรก” “คิ้วของผมยกขึ้นทันที เพราะผมยังไม่แน่ใจว่าเราอยู่ในจุดที่พร้อมจะไล่ล่านักเตะแบบนี้แล้วหรือยัง” จอชยอมรับว่า เขาถามอาร์เตต้าตรง ๆ เกี่ยวกับการใช้งานไรซ์ “ผมถามมิเกลคำถามสำคัญสองสามข้อ ซึ่งปกติผมไม่ค่อยทำ คำถามหลักของผมคือ ถ้าเราจะใช้เงินขนาดนี้ เราจะใช้งานเขาอย่างไร?” เพราะสำหรับผม นักเตะแบบนี้ต้องเป็นสิ่งที่ผมเรียกว่า ‘เสียบแล้วใช้งานได้ทันที’” “เขาต้องลงเล่นตัวจริงได้ทันที และสร้างผลกระทบได้ทันที แต่ถ้าเราจะจ่ายเงินระดับนี้ด้วย ผมก็อยากรู้ว่าเรากำลังจะได้ ‘คนแบบไหน’ มาด้วย เพราะนักเตะคนนี้ต้องเป็นผู้นำด้วยเช่นกัน” และยิ่งได้พูดคุยกับไรซ์มากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น “เหมือนกับมิเกล เวลาคุณได้นั่งคุยกับเดแคลน คุณจะเข้าใจว่าเขาเป็นคนแบบไหน เขาเป็นคนที่โฟกัสกับเป้าหมายอย่างมาก และนั่นทำให้คุณรู้สึกสบายใจกับค่าตัวมหาศาลนั้นมากขึ้น” “แน่นอน มันไม่ได้หมายความว่าตัวเลขนั้นยังสอดคล้องกับโมเดลการเงินของเราอยู่ดี แต่มันเป็นช่วงเวลาสำคัญมากสำหรับพวกเราทุกคน” --------------------------------------------------------------------------- หลังจาก เอดู กาสปาร์ อำลาสโมสร อาร์เซนอลก็ดึง อันเดรีย แบร์ต้า เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังสร้างชื่อกับแอตเลติโก มาดริด นานถึง 12 ปี “ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ ผมอยู่ที่นี่พอดี และผมพาคนกลุ่มหนึ่งไปดินเนอร์” จอชกล่าว “ปกติผมแทบไม่ทำอะไรแบบนั้นเลย แต่วันนั้นอันเดรียอยู่ที่นั่นด้วย ผมเอาแหวนแชมป์ต่าง ๆ ของพวกเราออกมาให้ดู แล้วบอกเขาว่า…นี่คือสิ่งที่พวกเรามาที่นี่เพื่อคว้ามัน’ ดังนั้น เวลาที่เราจะเริ่มวางแนวคิดต่าง ๆ ขอให้รู้ไว้ว่า นี่คือเป้าหมายของเรา’” “เขาก้มมองแหวนพวกนั้นอย่างตั้งใจมากเลยล่ะ!” และตอนนี้ อาร์เซนอลก็มีเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกเพิ่มเข้ามาในคอลเลกชันแล้ว แต่เส้นทางสู่แชมป์นั้นเต็มไปด้วยความกดดัน จอชยอมรับว่า เกมเสมอวูลฟ์แฮมตัน 2-2 ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังนำก่อน 2-0 เป็นช่วงเวลาที่ “หนักมาก ผมนั่งดูเกมนั้นอยู่คนเดียวที่บ้าน” จากนั้นเขายังพูดถึงช่วงเวลาที่ แม็กซ์ ดาวแมน เจ้าหนูวัย 16 ปี ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมใส่เอฟเวอร์ตันหนึ่งเดือนต่อมา “ตอนนั้นผมกำลังดูเกมอยู่ และพวกเราเพิ่งรับลูกสุนัขมาเลี้ยง พอแม็กซ์เริ่มลากบอลขึ้นไป ผมกระโดดลุกขึ้นทันที ผมทำให้เจ้าหมาน้อยตกใจแทบตาย มันฉี่ใส่พื้นตรงข้าง ๆ ผมเลย จากสิ่งที่ผมตะโกนใส่ทีวี! อาร์เตต้า, ซาก้า และการปลุก “ยักษ์หลับ” แห่งลอนดอนเหนือ บางที ประสบการณ์ด้านกีฬาอันมหาศาลของ KSE หรือความกดดันมหาศาลในช่วงลุ้นแชมป์ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ จอซ ครองกี้ ยังไม่กล้าพูดเต็มปากว่า อาร์เซนอลกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการครองความยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังอำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้., อาร์เนอร์ สล็อต กำลังเผชิญแรงกดดันที่ลิเวอร์พูล และซาบี้ อลอนโซ่ ก็เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางกับเชลชี “ผมมีบทสนทนาดี ๆ กับ บูคาโญ ซาก้า เมื่อคืนก่อน” จอชกล่าว “ผมบอกเขาว่า พวกเราภูมิใจกับทุกอย่างที่ทีมทำได้มาก ผมจำคำถามที่เขาถามเป๊ะ ๆ ไม่ได้ แต่ผมตอบกลับไปว่า… ‘บูคาโย พวกนายพร้อมจะเป็นแชมป์กันมาหลายปีแล้ว’ แต่สิ่งที่ไม่มีใครอยากยอมรับก็คือ ในระดับสูงสุดแบบนี้ คุณต้องมีโชคเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย’” “‘คุณต้องได้เสียงนกหวีดที่ถูกจังหวะ ต้องมีนักเตะที่ฟิตพร้อม ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่เคยมีสิ่งนั้นเลย’” อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการต่อสัญญากับอาร์เตต้า วัย 44 ปี ซึ่งเหลือสัญญาอีกเพียง 12 เดือน และสำหรับจอช ครองกี้ ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าใครคือบุคคลสำคัญที่สุดของความสำเร็จครั้งนี้ “ถ้าจะมีใครสักคนที่คุณสามารถย้อนกลับไปแล้วบอกได้ว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากคนคนนี้…” “ผมให้เครดิตทั้งหมด 100% กับมิเกล ทีมสตาฟฟ์ของเขา และนักเตะ คนเหล่านั้นคือหัวใจของทุกอย่าง ต่อให้มิเกลเป็นคนวางแท็กติก แต่นักเตะก็ยังเป็นคนที่ต้องลงไปเล่น ลงไปสู้ และคว้าชัยชนะกลับมา” จอชย้ำว่า การรั้งอาร์เตต้าไว้กับสโมสรคือ ภารกิจสำคัญสูงสุด “การรักษามิเกลไว้กับทีมคือสิ่งสำคัญที่สุด และผมคิดว่าข่าวดีสำหรับแฟนอาร์เซนอลทั่วโลกก็คือ เขามีความสุขกับโปรเจกต์นี้” “เขามีความสุขกับการได้อยู่ที่นี่ ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ จนถึงวันนี้ เขาคือคนของอาร์เซนอลอย่างแท้จริง” อีกหนึ่งเป้าหมายต่อไปของสโมสร อาจเป็นการยกระดับเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม หลังย้ายออกจากไฮบิวรี่ มาแล้วเกือบ 20 ปี แม้รายละเอียดจะ “ยังไม่ได้ข้อสรุป” แต่จอชเผยว่า: “ตอนนี้พวกเขากำลังจัดทำแผนรีโนเวตเอมิเรตส์อยู่” “พวกเราทำเรื่องพวกนี้ในอเมริกากับสนามกีฬาและทีมของเราอยู่แล้ว และเราภูมิใจกับมันมาก ดังนั้นผมคิดว่าเรามีโอกาสที่จะเข้ามา และยกระดับประสบการณ์วันแข่งขันของแฟนอาร์เซนอล ให้เหนือขึ้นไปจากที่เป็นอยู่ตอนนี้จริง ๆ” แต่ในตอนนี้ อาร์เซนอลยังมีภารกิจสำคัญที่สุดรออยู่ นั่นคือ นัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กับปารีส แซงค์แชร์กแม็ง ในวันเสาร์นี้ เกมที่อาจทำให้อาร์เซนอลกลายเป็นแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร แฟนบอลหลายแสนคนเตรียมออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนนในลอนดอนเหนือสำหรับขบวนพาเหรดวันอาทิตย์ และดูเหมือนว่าจอชเอง ก็ยังแทบไม่อยากเชื่อกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น “ผมรู้มาตลอดว่า อาร์เซนอลคือ ‘ยักษ์หลับ’ ที่เราต้องปลุกให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ พวกเราไม่เคยมีทีมแบบนี้ในยุคโซเชียลมีเดียมาก่อน โลกของโซเชียลมีเดียเติบโตขึ้น ทั้ง ทวิตเตอร์ และทุกสิ่งรอบตัวมัน ข้อมูล ข่าวสาร และการล้อเลียนเกิดขึ้นทันที” “ผมรู้จักคำว่า ‘Banter Era’ ดี” จอชกล่าวต่อว่า: “ผมอายุ 46 ปีแล้ว และผมเติบโตมากับทั้งหมดนี้ ผมเห็นทุกอย่างผ่านมุมมองของตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจมากที่สุด เคยมีช่วงเวลาหนึ่ง ที่การเป็นแฟนอาร์เซนอลเหมือนเป็นเรื่องที่คุณต้องแอบไว้” “คุณยังรักทีมเหมือนเดิม แต่ทุกคนพร้อมจะล้อคุณตลอดเวลา จนบางครั้งคุณไม่กล้าแสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเอง แต่ตอนนี้ การได้เห็นผู้คนแสดงอารมณ์ร่วมออกมา แค่ตอนผมนั่งรถมาที่นี่ เห็นคนขับจักรยานรับจ้างใส่เสื้ออาร์เซนอล ผู้คนทั่วลอนดอนต่างสวมชุดของอาร์เซนอลเต็มไปหมด และมันทำให้ผมภูมิใจจริง ๆ”
  6. Earlier
  7. PREMIER LEAGUE 2025/26 Crystal Palace 1 - 2 Arsenal Sun 24 May 2025, 22.00 น. GOAL: 0-1 กาเบรียล เฆซุส (นาทีที่ 42, มาร์ติเนลลี่) 0-2 โนนี่ มาดูเอเก้ (นาทีที่ 48, ฮาแวร์ตซ์) 1-2 ณอง ฟิลิปป์-มาเตต้า (นาทีที่ 89) ดูบอลสด บอลสด เกปา อาร์ริซซาลาบาก้า: 6.5 นี่ก็เป็นการเฝ้าเสาในเกมส์พรีเมียร์ลีกนัดแรกให้กับอาร์เซน่อล ครึ่งแรกเกปา มีจังหวะซูปเปอร์เซฟลูกพุ่งโหม่งของมูนญอสเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วงท้ายเกมส์มาเสียประตู เจอมาเตต้าโฉบตัดหน้ามาโหม่งก่อนที่เขาจะออกมารับบอล เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 ครึ่งแรกเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ ส่วนครึ่งหลังขยับออกไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย ก็เป็นเกมส์ที่ไม่ต้องเจอบททดสอบอะไรมาก คริสเตียน มอสเกร่า: 6.5 ขยับเข้ามายืนเซนเตอร์แบ็คฝั่งขวาบ้าง ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ไม่มีข้อผิดพลาดอะไร จังหวะการออกบอลจากแนวรับก็ทำได้โอเค ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.0 ได้ลงประจำตำแหน่งแบ็คซ้ายต่อเนื่องในระยะหลัง ก็ดูมีความเป็นไปได้ที่เขาจะได้สตาร์ทตัวจริงในนัดชิงยูซีแอล ในเกมส์คาลาฟิออรี พยายามขยับขึ้นไปเล่นด้านในอยู่ตลอด เวลาที่ทีมได้ครองบอล ซึ่งก็ขึ้นไปช่วยต่อบอลได้ดี ก่อนที่จะโดนเปลี่ยนตัวออกไปพักช่วงพักครึ่งเวลาแรก มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 ถูกขยับมาเล่นเป็นแบ็คขวา ก็อาจมีจังหวะที่จ่ายเสียแบบง่ายๆ ให้เห็นชัดๆ อยู่สองครั้ง รวมถึงจังหวะที่ฟาล์วโฉ่งฉ่าง แต่ครึ่งหลังซูบิเมนดี้ก็ดูจะปรับตัวกับบทบาทนี้ได้ดีขึ้น ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0 น่าจะได้ขึ้นมาเล่นตำแหน่งกองกลางแบบถาวร แล้วก็มีโอกาสไม่น้อยที่เขาจะได้ลงตัวจริงที่บูดาเปสต์ เกมส์นี้ไมล์ส ยืนปักอยู่ในพื้นที่ตรงกลาง รอเก็บบอลจังหวะสอง และแย่งบอลจังหวะที่พาเลซได้สวนกลับ คริสเตียน นอร์การ์ด: 6.0 ได้ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกกับอาร์เซน่อล นอร์การ์ดอยู่ในสนามไป 45 นาทีของครึ่งเวลาแรก ผลงานก็ถือว่าทำได้โอเคกับบทบาทกองกลาง แม็กซ์ ดาวแมน: 6.0 ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประตูขึ้นนำ 1-0 ก็ต้องชมดาวแมนที่ไขว์บอลจังหวะเดียวต่อให้มาร์ติเนลลี่ วันนี้แม็กซ์ไม่ค่อยมีจังหวะได้เลี้ยงทะลุทะลวงให้เห็นสักเท่าไร แต่ก็ยังบังบอล เก็บบอลได้ดี กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 7.0 มีส่วนร่วมกับประตูแรก ที่มาร์ติเนลลี่เป็นคนจ่ายทะลุช่องให้เฆซุสหลุดเข้าไปยิงประตู ครึ่งหลังมีจังหวะกระชากใช้ความเร็วฉีกแนวรับพาเลซไปเปิดบอลให้เพื่อนๆ สวยๆ ได้สองครั้ง โนนี่ มาดูเอเก้: 6.5 ครึ่งแรกก็พยายามใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเลี้ยงตัดมาหาช่องยิงด้านในแต่ส่วนใหญ่ก็ติดบล็อกผู้เล่นของพาเลซ แต่ต้นครึ่งหลังเป็นโนนี่ ที่ยิงให้ทีมขยับหนีห่างเป็น 2-0 กาเบรียล เฆซุส: 7.0 (C) มีโอกาสทอง ในการหลุดเดี่ยวไปยิงถึงสองครั้ง แต่เฆซุสเปลี่ยนเป็นประตูได้ หนแรกยิงไปชนเสา อีกครั้งยิงไปติดเซฟเฮนเดอร์สัน ก่อนที่ท้ายครึ่งแรกเขาจะยิงประตูให้ทีมนำ 1-0 ได้สำเร็จ ครึ่งหลังดูจะบทบาทลดลงไปพอสมควร ตัวสำรอง: กาเบรียล มากัลเญส: 6.5 (นาทีที่ 46, คาลาฟิออรี) ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.5 (นาทีที่ 46, นอร์การ์ด) ลงมาเล่นในครึ่งเวลาหลัง ไคมีส่วนร่วมกับการทำทางให้กับมาดูเอเก้ทำประตูที่สอง ช่วงท้ายมีจ่ายทะลุช่องให้เยอเคเรสหลุดเดี่ยวไปยิงหลุดเสา โอกาสของเขาก็มีเหมือนกัน แต่จังหวะยิงทำได้ไม่ดีสักเท่าไร มิเกล เมริโน่: 6.0 (นาทีที่ 61, ดาวแมน) เจ็บจนต้องพักยาวมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม เมริโน่ฟิตกลับมาลงเล่นในเกมส์นัดสุดท้ายของฤดูกาล เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 (นาทีที่ 75, เฆซุส) ช่วงทดเวลาบาดเจ็บมีโอกาสทองที่จะยิงประตูหนีห่างเป็น 3-1 แต่เอเซ่ยิงไปติดเซฟของเฮนเดอร์สัน วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 83, มาดูเอเก้)
  8. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายกับคริสตัล พาเลซ ในคืนวันอาทิตย์นี้ การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเสียที: มันน่าเหลือเชื่อมากที่ได้ยินคำเหล่านั้น (แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) มันเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมเคยสัมผัสมา ผมควรจะอยู่ที่นี่กับทีม แต่ผมทำไม่ได้ ผมไม่สามารถแสดงความตื่นเต้นในแบบที่ผมต้องการได้ ผมเลยไปก่อไฟและทำบาร์บิวคิวแทนที่จะดูเกมส์ ผมดูเกมส์ (แมนซิตี้ กับบอร์นมัธ) ไม่ได้เลย ผมได้ยินเสียงดังจากข้างใน จากนั้นลูกชายผมก็เปิดประตูและวิ่งมาหาผม เขาร้องไห้และพูดว่า พวกเขาเป็นแชมป์แล้วพ่อ ----------------------------------------------------- อัพเดทความพร้อม: เมริโน่ จะกลับมาซ้อมกับทีมแบบเต็มรูปแบบได้ตามที่ต้องการในวันพรุ่งนี้ ยังมีความหวังว่า ทิมเบอร์ จะสามารถกลับมาซ้อมได้ตามปกติภายในไม่กี่วันข้างหน้า ----------------------------------------------------- ช่วงเวลาไหนที่คุณเริ่มเชื่อจริงๆ ว่าอาร์เซน่อลจะคว้าแชมป์: เรามีฟุตเทจมากมายที่จะช่วยอธิบายทุกอย่าง หนึ่งในช่วงเวลานั้น คือการประชุมที่เราจัดกันข้างต้นไม้ตรงนี้ ผมพูดว่า: ‘มองดูพวกเรา มองหน้ากันไว้ เราสามารถคว้าแชมป์ลีกได้’ ----------------------------------------------------- โทรหาอิราโอล่า กุนซือบอร์นมัธ เมื่อวานผมโทรหา อิราโอล่า เพื่อแสดงความยินดีกับงานอันยอดเยี่ยมที่เขาทำกับบอร์นมัธ ผมบอกเขาว่าพวกเขาเกือบพรากแชมป์พรีเมียร์ลีกจากเราไปแล้วหลังเกมส์ที่เราแพ้ในเดือนเมษายน และผมก็ขอบคุณเขาด้วย ----------------------------------------------------- คุณเสียใจไหมที่ไม่ได้ดูเกม แมนฯ ซิตี้ พบ บอร์นมัธ ร่วมกับนักเตะ? หลังจากที่ผมดูวิดีโอแล้ว ผมคิดว่านั่นคือช่วงเวลาของพวกเขา นักเตะต้องได้เป็นตัวของตัวเองในช่วงเวลานั้น ถ้าผมอยู่ตรงนั้น มันคงไม่ใช่โมเมนต์แบบเดียวกัน ผมดีใจที่เลือกทำแบบนี้ พวกเขาสนุกกันมาก ทีมงานทุกคนต่างกระจายกันไปทั่ว และเราก็มีช่วงเวลาของเราร่วมกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ความรู้สึกของการจบอันดับสอง กับการคว้าอันดับหนึ่ง มันแตกต่างกันมาก! นั่นแหละคือกีฬา และมันคือบทเรียนที่ยอดเยี่ยมของชีวิต ช่องว่างมันเล็กนิดเดียว และทุกอย่างสามารถออกได้ทั้งสองทาง ผมตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของความรู้สึกนี้ ผ่านการได้แบ่งปันมันกับผู้คนจำนวนมหาศาล แค่ได้เห็นความสุข รอยยิ้ม และทุกสิ่งที่ผมเห็นจากผู้คนและครอบครัวมากมายในหลายประเทศ มันช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ----------------------------------------------------- โอเดการ์ดโทรตามหลังคว้าแชมป์ หลังจากจบเกมส์บอร์นมัธ กับแมนซิตี้ โอเดการ์ด โทรหาผมทางวีดีโอคอล แะบอกว่า คุณอยู่ไหน? มาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย แต่ผมบอกกับพวกเขา สนุกกับช่วงเวลาของคุณ และเราจะไปเจอกันสักที่ในลอนดอนหลังจากนี้ ----------------------------------------------------- ช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดของฤดูกาลนี้คืออะไร? มันมีหลายช่วงเวลามาก ผมคงต้องใช้เวลาอีกหน่อยในการทบทวน เรามีคลิปมากมายที่อาจอธิบายเรื่องราวของฤดูกาลนี้ได้ดีกว่าคำพูด หนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุด คือการประชุมที่เราจัดกันตรงนี้ ข้างต้นไม้ ตอนที่ผมเรียกนักเตะทุกคนมารวมกัน แล้วพูดกับพวกเขาว่า: ‘มองดูทีมที่เราสร้างขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้ เราสามารถประสบความสำเร็จได้ทุกอย่าง แต่มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง พฤติกรรมของเราในแต่ละวัน และการทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีม’ และเมื่อพวกเขาเข้าใจสิ่งนั้น เราก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ----------------------------------------------------- แฟนบอลควรฉลองกันต่อในวันอาทิตย์ไหม? พวกเขาควรทำในสิ่งที่พวกเขารู้สึก จนถึงตอนนี้ สิ่งที่แฟนบอลสร้างขึ้นรอบสโมสรและทีม ทั้งในเรื่องของความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียว และแพสชัน มันเป็นอะไรที่สวยงามมาก ----------------------------------------------------- ผมมักถามตัวเองว่า: ผมดีพอหรือยัง? ช่วงเริ่มต้นมันยากมาก เมื่อคุณสร้างสโมสรและทีมขึ้นมาเพื่อไปให้ถึงจุดที่เหลือแค่การคว้าแชมป์ และพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเหลือน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่คู่แข่งของเรา คำถามก็คือ: ทีมนี้จะรับมือกับความกดดันตั้งแต่ต้นฤดูกาลได้หรือไม่? ผมจำบทสนทนาในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมได้ดี ในงานแถลงข่าวมีแต่คนพูดว่า ถ้าคุณไม่ชนะ ลีกก็จบแล้ว ทั้งที่ฤดูกาลยังเหลืออีกตั้งแปดหรือเก้าเดือน การเล่นภายใต้ความกดดันแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่ผมพูดว่า ใช่ เราคว้าแชมป์ลีกได้ แต่สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดคือวิธีที่เราคว้ามันมา เราแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่สำคัญมาก ไม่ใช่แค่ในกีฬา แต่รวมถึงในชีวิตด้วย เราแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามารถในการยืนหยัด และความสงบนิ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนสงสัยในตัวคุณ และคุณเองก็รู้สึกเปราะบาง ผมถามตัวเองด้วยคำถามนั้น ผมดีพอที่จะพานักเตะชุดนี้คว้าแชมป์ใหญ่ได้หรือยัง? จนกว่าคุณจะทำสำเร็จ คุณก็ไม่อาจยืนยันกับตัวเองได้ว่าคุณทำได้ ผมคิดถึงหลากหลายวิธีในการพาทีมไปถึงจุดนั้น เราต้องดึงผู้คนจากภายนอกเข้ามา ต้องเชิญวิทยากรมาสร้างแรงบันดาลใจ แล้วสุดท้ายคุณก็ต้องหาวิธีของตัวเอง บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ จงถ่อมตัว จงอยากรู้อยากเห็น และโฟกัสกับเป้าหมายที่คุณต้องการไปให้ถึง ถ้าคุณทุ่มเทอย่างเต็มที่ คุณก็จะมอบโอกาสที่ดีให้กับตัวเอง ตลอดสามปีที่ผ่านมา เรามอบโอกาสที่ดีให้ตัวเองมาตลอด และตอนนี้คุณก็ต้องการมากกว่านี้ เพราะในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เรายังมีถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ลงเล่นเพื่อมัน มันเป็นความรู้สึกที่เติมเต็มอย่างเหลือเชื่อ และเรารู้ว่าเราพัฒนาขึ้นทีละก้าวจริง ๆ” ----------------------------------------------------- อยากได้แชมป์อีกใบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า: ผมต้องการให้พวกเราได้จัดขบวนแห่ฉลองแชมป์ โดยมีถ้วยรางวัลใหญ่สองใบอยู่เคียงข้างกัน
  9. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์เปิดบ้านเอาชนะเบิร์นลี่ย์ได้แบบหวุดหวิด 1-0 ในเกมส์นัดรองสุดท้ายของฤดูกาล และถ้าหากคืนพรุ่งนี้แมนซิตี้ ชนะบอร์นมัธ ไม่ได้ อาร์เซน่อลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที รูปเกมส์คืนนี้: ผมรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเกมที่ยาก ผมคิดว่าในครึ่งแรกเราเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดช่วงหนึ่งของฤดูกาลนี้เลย เราโชคร้ายมากที่ยิงไม่ได้สักสองหรือสามประตู แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องเดิม ๆ ของฤดูกาลนี้อีกเช่นกัน คือเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ เราต้องมั่นใจว่าเรามีประสิทธิภาพอย่างมากในการป้องกันในบางจังหวะ ไม่มอบอะไรให้คู่แข่งง่าย ๆ และคว้าสามแต้มให้ได้ เกี่ยวกับสถิติไม่เสียประตูจากโอเพ่นเพลย์ในช่วงนี้: ผมคิดว่าความทุ่มเทที่นักเตะแต่ละคนแสดงออกมาในหน้าที่เกมรับ พฤติกรรมของพวกเขา วิธีที่พวกเขาทำงานเพื่อกันและกัน มันยอดเยี่ยมมาก นั่นคือผลงานจากการทำงานหนัก ทั้งจากตัวนักเตะและทีมโค้ชทุกคน เราทุกคนรู้ดีว่าสิ่งนี้สำคัญแค่ไหน และเรามีผลการแข่งขันรวมถึงชัยชนะมากมายก็เพราะเรื่องนี้ เกี่ยวกับไค ฮาแวร์ตซ์: ผมคิดว่าบางครั้งเราลืมไปว่าเราขาดผู้เล่นสำคัญระดับยอดเยี่ยมไปหลายคนเป็นเวลานานมากตลอดทั้งฤดูกาล แต่นั่นคือคุณค่าของทีมชุดนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เราห่างจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเพียงแค่เกมเดียว ทั้งที่เราผ่านอะไรมามากมาย และนั่นแสดงให้เห็นว่าทั้งสภาพจิตใจและทีมของเรานั้นแข็งแกร่งแค่ไหน เหตุผลที่ส่งฮาแวร์ตซ์ลงตัวจริง: ผมมีความรู้สึกว่าเขาต้องได้ออกสตาร์ต ด้วยวิธีที่คู่แข่งจัดทีม ผมคิดว่าเขาจะสร้างปัญหาให้รับมือได้ยากมาก และเขาก็แสดงให้เห็นแล้ว การคาดว่าจะเจอบททดสอบคล้ายกันในวันอาทิตย์หรือไม่: ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมเคยคิดว่าผมจะไม่มีวันผมร่วง แต่งานนี้กำลังทดสอบมันจนถึงขีดสุดเลย! การทำให้ทีมยังคงสงบนิ่ง: เราทำในสิ่งที่อยู่ในมือของเราแล้ว ตั้งแต่เกมเยือนแมนซิตี้ เราบอกกันว่านี่คือห้าเกม เราผ่านมาแล้วสี่ เหลืออีกหนึ่งเกม หรืออาจจะมีบางสิ่งที่สวยงามเกิดขึ้นในคืนพรุ่งนี้ จะดูเกมของแมนฯ ซิตี้ในวันพรุ่งนี้หรือไม่: ผมไม่รู้ว่าผมจะดูได้นานแค่ไหน ผมจะอยู่หน้าทีวีแน่นอน แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะดูได้มากแค่ไหน นั่นคือความจริง จังหวะ VAR ของฮาแวร์ตซ์: ผมยอมรับว่าผมเริ่มกังวลตอนที่พวกเขากำลังเช็กจังหวะนั้น ตอนที่ผมหันไปมองม้านั่งสำรอง พวกเขาบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ผมยังไม่ได้กลับไปดูจังหวะนั้นอีกที การจะดูเกมคืนพรุ่งนี้ร่วมกับนักเตะหรือไม่: ไม่ ผมยังไม่ได้วางแผนแบบนั้น ผมตั้งใจจะดูมันกับครอบครัว และอีกครั้ง ผมก็ไม่รู้ว่าจะดูได้นานแค่ไหน คำพูดหลังจบเกมในสนาม: มันน่าเหลือเชื่อมากที่ได้เห็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นในสนามแห่งนี้ แน่นอนว่าผมมีความทรงจำจากอดีต และเมื่อเทียบกันแล้วมันแตกต่างอย่างไม่น่าเชื่อ ผมภูมิใจกับสิ่งนั้นมาก วันนี้แฟนบอลสร้างบางสิ่งที่พิเศษมาก ทั้งนอกสนามและในสนาม ตอนนี้เราได้ตั้งมาตรฐานเอาไว้แล้ว และเรามีหน้าที่ต้องรักษามันต่อไป เพราะเรารู้ว่าเราสามารถมอบสิ่งนั้นได้ และเราก็รู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ความแตกต่างของคำพูดของเขาเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว: ตอนนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะจบอันดับสอง และเราไม่มีนัดชิงชนะเลิศให้เล่นต่ออีกแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมพูดกับพวกเขาก็คือ “เจอกันที่เซลเฮิร์ซปาร์ค แล้วก็เจอกันที่บูดาเปส” ยังเหลืออีกสองเกมให้ลงเล่น จะเป็นแฟนบอร์นมัธในคืนพรุ่งนี้หรือไม่: มากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาเลย สำหรับ อันโดนี่ อิราโอล่า และนักเตะทุกคน รวมถึงแฟนบอลทุกคนของบอร์นมัธ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนต่างเชียร์พวกเขา เรารู้ดีว่านั่นหมายความว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะได้รับการสนับสนุนจากพวกเรา รจะคุยกับอิราโอลาก่อนเกมวันพรุ่งนี้หรือไม่: ผมไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องได้รับอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่เขาทำกับสโมสรแห่งนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงสิ่งที่พวกเขากำลังเล่นเพื่อมันเพียงพออยู่แล้ว เมื่อคุณดูวิธีที่เบิร์นลี่ย์เล่นในวันนี้ จิตวิญญาณที่พวกเขาแสดงออกมา และความยากลำบากที่พวกเขาสร้างให้คู่แข่ง ลองจินตนาการดูสิว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะอำลาแมนซิตี้หลังจบฤดูกาลนี้ ผมยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ ผมคิดว่าวันที่เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือจากไปจริง ๆ เมื่อนั้นเราค่อยพูดถึงมันได้
  10. PREMIER LEAGUE 2025/26 Arsenal 1 - 0 Burnley Mon 18 May 2025, 02.00 น. GOAL: 1-0 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 37, ซาก้า) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 6.0 เก็บคลีนซีตนัดที่ 19 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้แบบไม่ยากเย็นอะไร ราย่าแทบไม่มีลูกยากอะไรที่ต้องให้ออกแรงเลย กาเบรียล มากัลเญส: 7.0 กาเบรียลทำได้ดีตามมาตรฐานของตัวเอง ไม่มีจุดอะไรผิดพลาดเลย ลูกกลางอากาศกาเบรียลเก็บกินได้หมด วิลเลี่ยม ซาลิบา: 6.0 การออกบอลบางครั้งของซาลิบาไม่ละเอียด กลายเป็นทำเสียง่ายๆ การชิงจังหวะแย่งโหม่งก็มีปล่อยให้หน้าเป้าของเบิร์นลี่ย์พักบอลได้อยู่บ้าง คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 แบ็คขวาตัวจริง-ตัวสำรองเจ็บหมด ทำให้มอสเกร่าต้องลงมาขัดตาทัพ ครึ่งแรก การขยับเข้าไปสนับสนุนเกมส์รุกของมอสเกร่าถือว่าทำได้โอเค แต่ครึ่งหลังมีไปครองบอลนานจนเจอตัดบอลในแดนตัวเองชัดๆ 2 ครั้ง ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.5 มีจังหวะสอดทะลุขึ้นไปรับบอลในกรอบเขตโทษสวยๆ 2-3 หน จังหวะที่ชัดเจนที่สุดคือที่เขาจ่ายถวายพานกลับมาให้โอเดการ์ดได้ยิง ส่วนเกมส์รับถือว่าทำได้ดี เดแคลน ไรซ์: 7.5 ปักหลักอยู่ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ รอเก็บบอลจังหวะสอง และไรซ์ช่วยตัดบอลในจังหวะสำคัญได้หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะครึ่งหลังน่าจะเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด มาร์ติน โอเดการ์ด: 5.5 (C) ครึ่งเวลาแรกได้บอลค่อนข้างเยอะ ในการมาเชื่อมบอลทางฝั่งขวา แต่บอลสุดท้ายของโอเดการ์ดก็ยังขาดๆ เกินๆ กับเพื่อน ครึ่งหลังก็ไม่มีอะไรดีขึ้นก็ยังเสียอยู่แทบทุกครั้ง มีโอกาสวิ่งมายิงเน้นๆ ก็ไปแฉลบผู้เล่นเบิร์นลี่ย์หลุดกรอบออกไป เอเบเรซี่ เอเซ่: 5.5 แผน Double 10 ดูแล้วก็ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไรนัก และไม่ได้ทำให้กดดันคู่แข่งได้มากขึ้นแบบชัดเจน เอเซ่ก็ยังบทบาทน้อยเหมือนเดิม ครึ่งหลังไม่อยู่ในตำแหน่งได้ลุ้นประตูอยู่สองหนที่ใกล้เคียง แต่ก็มีจ่ายพลาดง่ายๆ เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 โอกาสใกล้เคียงหนแรกในเกมส์นี้มาจากทรอสซาร์ที่ยิงจากนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งไปชนเสาเต็มๆ มีจังหวะประสานงานสวยๆ กับริชชี่ให้เห็นอยู่ 2-3 หน แต่วันนี้จังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่งทรอสซาร์เอาชนะไม่ค่อยได้ บูคาโญ ซาก้า: 6.5 เป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้กับฮาแวร์ตซ์โขกประตูขึ้นนำ 1-0 แล้วตัวเองก็มีโอกาสได้ส่องประตูอยู่ 1-2 หนในครึ่งแรกแต่ก็ได้แค่หวาดเสียว ครึ่งหลังซาก้าค่อนข้างเงียบ ไค ฮาแวร์ตซ์: 7.0 ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมส์นี้ แล้วเป็นฮาแวร์ตซ์ที่ทะยานโขกลูกเตะมุมให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ในช่วงท้ายครึ่งเวลาแรก ส่วนวิธีการเล่นเขาจะถางออกมารับบอลที่ริมเส้นฝั่งขวา แล้วเป็นตัวจ่ายเข้ากลางให้ซาก้าที่สลับเข้าในแทน ก่อนโดนเปลี่ยนออก หวาดเสียวจะโดนใบแดงในจังหวะไปเสียบสกัดใส่ผู้เล่นเบิร์นลี่ย์ ตัวสำรอง: วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 72, ฮาแวร์ตซ์) ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0 (นาทีที่ 72, เอเซ่) เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 (นาทีที่ 72, คาลาฟิออรี) มาร์ติน ซูบิเมนดี้: N/A (นาทีที่ 90+3, โอเดการ์ด) กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: N/A (นาทีที่ 90+3, ทรอสซาร์)
  11. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนเกมส์เปิดบ้านพบเบิร์นลี่ย์ ในเกมส์พรีเมียร์ลีกวันจันทร์นี้ อัพเดทล่าสุดของทิมเบอร์: พวกเราจะพยายามเตรียมความพร้อมให้ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ สำหรับการมีส่วนร่วมในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เขากำลังทำทุกอย่างเต็มที่ และเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อม ทิมเบอร์กับเกมส์วันพรุ่งนี้: ยูร์เรียน ทิมเบอร์ จะไม่พร้อมสำหรับเกมวันจันทร์ที่จะพบกับเบิร์นลีย์ แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอาการของเขาดีขึ้นเล็กน้อย เขากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยทีม อาการของเบน ไวท์: เบน ไวท์ จะต้องพักยาว (เขาจะพลาดฟุตบอลโลก) คาลาฟิออรีที่เจ็บในนัดก่อน: การลงสนามของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ยังมีความไม่แน่นอน และเราหวังว่าอาการบาดเจ็บจะไม่รุนแรง ความพร้อมทั่วไปของทีม: ตอนนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ให้รายงาน เรายังมีเวลาอีกไม่กี่วันก่อนถึงวันจันทร์ ดังนั้นเราต้องรอดูว่าอาการของนักเตะบางคนจะพัฒนาไปอย่างไร และพวกเขาจะพร้อมสำหรับเกมหรือไม่ สองเกมส์สุดท้ายของฤดูกาล: พวกเรามองโลกในแง่ดีและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทีมมีความพร้อมทางจิตใจเต็มที่ ทุกคนอยู่กับปัจจุบัน ขวัญกำลังใจยอดเยี่ยม และระดับพลังงานก็อยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ตอนนี้เรามีนักเตะส่วนใหญ่กลับมาพร้อมใช้งานแล้ว จริงอยู่ว่าเราเสีย เบน ไวท์ ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ทยอยกลับมาเช่นกัน ทุกคนตื่นเต้นมาก และมีทัศนคติเชิงบวกอย่างยิ่งต่อวิธีที่เราจะจบฤดูกาลนี้ ผลต่างประตูได้เสียสำคัญแค่ไหน? อันดับแรก เราต้องคู่ควรกับชัยชนะในเกมนี้ก่อน แน่นอนว่า ถ้าเราชนะได้ด้วยการยิงประตูมากขึ้น มันก็ยิ่งดี แต่ทุกทีมต่างต้องเล่นเกมที่ยากมาก เราเองก็เพิ่งผ่านเกมที่ยากสุด ๆ กับเวสต์แฮม และสามารถคว้าชัยมาได้ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม คุณคิดเห็นอย่างไรกับกระแสตอบรับต่อการตัดสิน VAR ในเกมกับเวสต์แฮม? ปฏิกิริยาของพวกเราเป็นไปในเชิงบวกมาก เพราะเรามีความสุขอย่างมากกับผลการแข่งขันและชัยชนะในเกมที่สำคัญแบบนี้ เราเพิ่งผ่านสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเกมรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ส่วนเรื่องกระแสตอบรับ ผมยังไม่ได้เห็นอะไรแบบนั้น ขอโทษด้วย จุดยืนของผมชัดเจนมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงตอนนี้ ผมคิดว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว และผมเชื่อว่าใครก็ตามที่เคยเล่นฟุตบอลจะรู้ว่าไม่มีพื้นที่ให้ถกเถียงเกี่ยวกับจังหวะตัดสินนั้น ผมดีใจที่พวกเขาตัดสินได้ถูกต้อง เบน ไวท์ จะหมดสิทธิ์เล่นฟุตบอลโลกแบบถาวรเลยหรือไม่? เราต้องรอดูกันต่อไป แต่ตอนนี้มันดูเหมือนจะเป็นอาการบาดเจ็บระยะยาว ดังนั้นสิ่งที่เราโฟกัสในตอนนี้คือวันกลับมาของเขา เพื่อให้พร้อมสำหรับอาร์เซนอล และมันคงจะไม่เกิดขึ้นในอีกหลายสัปดาห์นี้ พูดถึงปัญหาตำแหน่งแบ็กขวา: เราจำเป็นต้องมองหาทางเลือกอื่น เพราะผู้เล่นสองคนที่เรามีในตำแหน่งนี้ไม่พร้อมใช้งานในตอนนี้ ดังนั้นเราต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไป ข้อดีคือเราเคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วในหลายตำแหน่งตลอดทั้งฤดูกาล เพราะเวลาที่เราเจอปัญหา มันมักเกิดขึ้นกับตำแหน่งเดิมพร้อมกัน และถึงอย่างนั้นเราก็ยังสามารถรักษาระดับผลงานและความสม่ำเสมอเอาไว้ได้ ดังนั้นผมมั่นใจว่าเราจะทำได้อีกครั้ง เรามีตัวเลือกที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคู่แข่ง รวมถึงสิ่งที่เราต้องการนำมาใช้กับผู้เล่นบางคนด้วย แต่เราต้องเปิดกว้างกับเรื่องนี้ ไม่ใช่มีแค่ทางเลือกเดียว แต่ต้องมีสองหรือสามทางเลือก เพราะแต่ละเกมแตกต่างกัน และผู้เล่นก็อาจบาดเจ็บได้ เราจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในเรื่องนี้ วอนแฟนสร้างบรรยากาศเหมือนรอบรองยูซีแอลในบ้าน: ผมหวังว่าจะสร้างบรรยากาศแบบเกมกับแอตเลติโกได้อีกครั้งในนัดพบเบิร์นลีย์ นี่คือตารางการแข่งขันที่เราต้องเผชิญ มันหนักมากมาตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกได้ ตอนนี้เรามีโอกาสลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลของเราเอง เกมจะมีขึ้นในคืนวันจันทร์ มารับมือกับมันด้วยพลังบวกอย่างเต็มที่กันเถอะ เราได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมร่วมกับแฟนบอลของเราในเกมกับแอตเลติโก มาดริด และถ้าเราสามารถสร้างอะไรแบบนั้นขึ้นมาได้อีกครั้ง ผมมั่นใจว่าทีมจะโชว์ผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาได้แน่นอน
  12. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์บุกมาเอาชนะเวสต์แฮมได้แบบหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยของ เลอันโดร ทรอสซาร์ รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น: ภูมิใจมาก และก็โล่งใจด้วย เพราะเรารู้ดีว่าเกมนี้ยากแค่ไหน แต่เราก็ทำได้ มันเป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน ทั้งสิ่งที่ทีมทำ วิธีที่เราเล่น วิธีที่เราเตรียมตัวเข้าสู่เกม รวมถึงสิ่งที่แฟนบอลทำเพื่อเราตลอดทั้งฤดูกาล สัปดาห์นี้ และวันนี้ด้วย มันยอดเยี่ยมจริงๆ ผมคิดว่ามันเปลี่ยนพลังงานของทีม และตอนนี้เราต้องทิ้งเรื่องที่ผ่านมาไว้ แล้วโฟกัสแค่เกมกับ เบิร์นลีย์ เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่สำคัญ อาการบาดเจ็บของเบน ไวท์: เรายังไม่ทราบ แต่มันดูไม่ค่อยดีเลย เราต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ คาลาฟิออรีเจ็บทำให้ต้องเปลี่ยนตัวช่วงพักครึ่ง: ต้องรอดูว่าเป็นอะไร น่าเสียดายจริงๆ การตัดสินใจเปลี่ยนตัวของเขาในวันนี้: มีอยู่สองจังหวะในเกมรับที่เราเจอปัญหาเล็กน้อย ผมไม่คิดว่ามันเป็นเพราะตำแหน่งของเขา แต่เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง เราต้องทำแบบนั้นจริงๆ และจากรูปเกมที่ผมคาดไว้ การส่ง มอสเกรา ลงสนามจะช่วยปิดบางจุดที่เราเชื่อว่าจะทำให้ทีมมีความลื่นไหลมากขึ้น และสร้างโอกาสเล่นงานคู่แข่งได้ แต่บางครั้งคุณก็ต้องเปลี่ยนแผนอีกครั้ง การถอด ซูบิเมนดี้ ออกเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก แต่ผมรู้สึกจริงๆ ว่าในช่วงเวลานั้นเราจำเป็นต้องมีมิดฟิลด์ตัวรุกสองคนในสนาม เพื่อสร้างปัญหาและความอันตรายทุกรูปแบบให้คู่แข่ง และขอบคุณพระเจ้า มันได้ผล จังหวะ VAR ยึดประตูตีเสมอเวสต์แฮมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ: วันนี้ผมน่าจะได้ตระหนักแล้วว่างานของผู้ตัดสินนั้นยากและยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะคุณกำลังพูดถึงช่วงเวลาหนึ่งที่สามารถตัดสินประวัติศาสตร์และทิศทางของสองสโมสรใหญ่ ที่ต่อสู้อย่างสุดชีวิตเพื่อเป้าหมายของตัวเอง ความกดดันมันมหาศาลมาก การตัดสินนั้นถูกต้องแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเห็น มันเป็นการฟาวล์ใส่ เดวิด รายา อย่างชัดเจน ผู้รักษาประตูจำเป็นต้องได้รับการปกป้องในสถานการณ์แบบนั้น และผู้ตัดสินก็จัดการได้ดีมาก VAR มักจะโดนวิจารณ์อยู่เสมอ แต่คืนนี้มันตัดสินได้ถูกต้อง ผมเข้าใจว่าทำไมแฟนบอล เวสต์แฮม ถึงรู้สึกหงุดหงิด เพราะอารมณ์ในเกมมันเข้มข้นมาก แต่เมื่อคุณดูภาพช้าอีกครั้ง คุณจะเห็นได้ชัดว่ามีการปะทะเกิดขึ้นจริง ฟอร์มของทรอสซาร์: นั่นคือสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับเรา และเหมือนกับทุกคน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาระดับฟอร์มให้คงที่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับภาระที่นักเตะต้องรับ ผมคิดว่าช่วงหลังเขาทำได้ดีมากๆ จริงๆ เกมที่เขาลงเล่นในสัปดาห์นี้ยอดเยี่ยมมาก และเขาก็สร้างความแตกต่างได้ ทำหน้าที่ของเราต่อไปเพื่อไปถึงจุดหมาย: ชัยชนะครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากสำหรับเรา แต่ทุกอย่างยังไม่จบ ผู้คนอยากจะบอกว่า อาร์เซนอล เป็นแชมป์แล้ว แต่ฟุตบอลเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก เรายังเหลืออีกสองเกมที่ยาก และเราต้องโฟกัสทั้งหมดไปที่ตรงนั้น การรักษาสมดุลระหว่างการลุ้นแชมป์ลีกและการเตรียมตัวสำหรับรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งในด้านสภาพจิตใจและร่างกาย แต่นี่คือจุดที่เราต้องการจะเป็นในฐานะสโมสร การได้แข่งขันเพื่อถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หมายความว่าทีมกำลังทำบางสิ่งที่พิเศษ
  13. PREMIER LEAGUE 2025/26 West Ham 0 - 1 Arsenal Sun 10 May 2025, 22.30 น. GOAL: 0-1 เลอันโดร ทรอสซาร์ (นาทีที่ 83, โอเดการ์ด) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 8.0 ท้ายครึ่งเวลาแรก ต้องมีออกแรงเซฟลูกพุ่งโหม่งของกองหน้าเวสต์แฮมได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ที่ยอดเยี่ยมกว่าคือการเซฟลูกหลุดเดี่ยวๆ ของเฟอร์นันเดซ ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญมากๆ ถ้าโดนไปก่อนเกมส์จะออกมาแบบไหนก็ไม่รู้ กาเบรียล มากัลเญส: 7.5 กาเบรียลก็ยังเป็นตัวที่พึ่งพาได้ในเกมส์รับ ลูกกลางอากาศกาเบรียลเก็บกวาดในกรอบเขตโทษได้หมด ท้ายเกมส์มีจังหวะบล็อกลูกยิงของวิลสันได้แบบหวุดหวิดเลย วิลเลี่ยม ซาลิบา: 6.0 ซาลิบาก็มีจังหวะที่ทำได้ดี และบางจังหวะก็ยังมีโฉ่งฉ่างบ้าง เคลียร์บอลไม่ค่อยเด็ดขาดบ้าง เบน ไวท์: 6.0 ฟอร์มกำลังกลับมาเข้าที่เข้าทาง แต่ไวท์ก็มีปัญหาบาดเจ็บอีกแล้ว แล้วดูจะไม่เบาเสียด้วย เป็นอาการเจ็บบริเวณเข่า จนเล่นต่อไม่ไหว ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่กลางครึ่งแรก ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.0 ต้นเกมส์เป็นคนที่มีโอกาสลุ้นประตูอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ทั้งจังหวะสอดไปยิง ลูกยิงจากแถวสอง และลูกโหม่งเช็คจากลูกฟรีคิก ถือว่าได้ลุ้นได้เสียว แต่ไม่ได้ประตู ช่วงพักครึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวออก ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.5 ยึดตำแหน่งตัวจริงต่อเนื่องเป็นนัดที่สามติดต่อกัน ซึ่งสเกลลี่ก็ยังทำได้ดี ทั้งในจังหวะลงไปลวงบอล หรือขึ้นมาจ่ายบอลในแดนคู่แข่ง แต่พอไม่มีไรซ์ประคอง ทำให้ไมล์สเจองานหนักขึ้น ครึ่งหลังเขาต้องไปเล่นแบ็คซ้าย ซึ่งก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีอยู่ แม้เสียดายว่าเขาควรจะเล่นตรงกลาง เดแคลน ไรซ์: 7.0 ออกสตาร์ทเกมส์ได้ดีสำหรับไรซ์ในการคุมตรงกลางได้หมด แล้วลูกตั้งเตะของเขาถือว่าได้ลุ้นมากๆ แต่พอกลางครึ่งแรกโดนขยับไปเล่นแบ็คขวา กลายเป็นไรซ์บทบาทหายไปเลย แล้วก็ต้องเอาไรซ์กลับมาเล่นตรงกลางเหมือนเดิมในครึ่งหลัง ซึ่งเขามีจังหวะเซฟสำคัญที่ปรี่มาขวางก่อนที่กองหน้าเวสต์แฮมจะได้เข้าชาร์จ เอเบเรซี่ เอเซ่: 5.5 เอเซ่ ค่อนข้างเงียบ โอกาสชัดเจนของเขามีครั้งเดียวที่ยิงฟรีคิกไปติดกำแพง นอกนั้นก็พยายามลงมาลวงบอลต่ำ แต่ในแดนสุดท้ายเอเซ่ก็ทำอะไรได้น้อยไปหน่อย เลอันโดร ทรอสซาร์: 7.5 ครึ่งแรกเกือบที่จะโหม่งทำประตูให้ทีมขึ้นนำได้ จากโอกาสโหม่งสองครั้งติดๆ ในจังหวะลูกเตะมุม ครึ่งหลังทรอสซาร์บทบาทน้อยลงไปเยอะ แต่กลายเป็นเขาที่ยิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ในช่วงท้ายเกมส์ บูคาโญ ซาก้า: 5.5 ครึ่งแรกซาก้า บทบาทกับเกมส์มีน้อยมาก นานๆ จะโผล่มาสักที แต่พอได้บอลก็ยังไม่สามารถสร้างอิมแพ็คอะไรได้ ครึ่งหลังได้ส่องจากนอกกรอบเขตโทษสองหนแต่ก็ข้ามคานไปไกล วันนี้ถือว่าเล่นไม่ออกเลย วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 บอลมาถึงเขาค่อนข้างน้อย ทำได้เพียงแค่ถอยลงมาพักบอล เรียกฟาล์ว โอกาสลุ้นจบสกอร์หนเดียวของเยอเคเรส เป็นจังหวะที่เขาได้ขึ้นโหม่งข้ามคาน แต่เยอเคเรสก็ยังมีความขยันเหมือนเดิม ท้ายเกมส์ก็ยังวิ่งอยู่ ตัวสำรอง: มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 5.0 (นาทีที่ 28, ไวท์) ค่อนข้างขัดใจกับการแก้ไขนี้ของอาร์เตต้า การเอาซูบิเมนดี้ลงมา แทนที่จะเป็นมอสเกร่า เพราะการขยับไรซ์ออกไปเล่นแบ็คขวา มันทำให้เกมส์ตรงกลางเริ่มคุมไม่อยู่ ความมั่นใจของซูบิเมนดี้ ตกลงอย่างน่าใจหาย น้ำหนักการจ่ายบอลง่ายๆ ยังขาดๆ เกินๆ แล้วโดนเปลี่ยนตัวออกอีกรอบ คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 (นาทีที่ 46, คาลาฟิออรี) นี่คือผลของการตัดสินใจพลาด ที่ต้องแก้อีกรอบตอนพักครึ่ง มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.0 (นาทีที่ 67, เอเซ่) ถือว่าลงมาเป็นจุดเปลี่ยนของเกมส์ได้เลย เพราะจังหวะได้ประตูเป็นโอเดการ์ดที่ลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ทรอสซาร์ยิงประตูชัย ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 (นาทีที่ 67, ซูบิเมนดี้) โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 (นาทีที่ 80, ซาก้า)
  14. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์พรีเมียร์ลีกที่จะบุกเยือนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในคืนวันอาทิตย์นี้ อาการบาดเจ็บเพิ่มเติมล่าสุด: ไม่มี ทุกคนจบเกมได้ดี และไม่มีอะไรเพิ่มเติม เกี่ยวกับเมริโน่และทิมเบอร์: ไม่มีโอกาสสำหรับสุดสัปดาห์นี้ เราจะได้เห็นพวกเขากลับมาก่อนจบฤดูกาลหรือไม่: ผมไม่รู้ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ ดังนั้นทุกอย่างต้องราบรื่นและรวดเร็วมาก ๆ หากพวกเขาอยากมีโอกาสลงเล่นบ้าง การเจอเปแอสเชในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก: มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เรารู้อยู่แล้วว่าคู่แข่งที่ต้องเจอไม่ว่าจะเป็นบาเยิร์น มิวนิค หรือ เปแอสเช ต่างก็อยู่ในระดับสูง เรารู้ถึงคุณภาพของพวกเขา แต่นั่นก็แค่นั้น ขณะเดียวกันเราก็มั่นใจมากว่า เมื่อถึงช่วงเวลานั้น เราจะทำในสิ่งที่จำเป็นได้ พลังของความเป็นหนึ่งเดียวกันใน 4 เกมสุดท้ายของฤดูกาล: มันสำคัญมาก มหาศาล และจำเป็น เพราะสิ่งที่แฟนบอลมอบให้ได้ เมื่อเราทำให้สนามเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมและความเชื่อมโยงกับนักเตะ มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ นักเตะเองก็พูดถึงเรื่องนี้ พวกเขาคือคนสำคัญที่สุด และพวกเขาบอกว่าไม่เคยรู้สึกแบบนี้ในสนามมาก่อน มันทำให้พวกเขาเล่นได้ดีขึ้น คนที่วิจารณ์การฉลองหลังชนะแอตเลติโก มาดริด: ก่อนอื่นเลย ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่ผมคิดว่าคุณต้องเคารพทุกความคิดเห็น และวางมันไว้ในที่ที่มันควรอยู่ เขาวางความคิดเห็นเหล่านั้นไว้ตรงไหน: ก็ในที่ที่มันควรอยู่ ผมไม่รู้ มันไม่สำคัญหรอก เสียงวิจารณ์ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่: ผมคิดว่าคำวิจารณ์มีทั้งด้านบวกและด้านลบใช่ไหม? และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้คุณดีขึ้น เมื่อคุณต้องการยกระดับมาตรฐานและฟอร์มการเล่น เพื่อมีโอกาสแข่งขันในสองรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป คุณต้องพร้อมรับมือ เพราะคุณรู้ถึงความท้าทายและความยากลำบาก และมันทำให้คุณดีขึ้นแน่นอน การดึงสมาธินักเตะกลับมาก่อนเกมวันอาทิตย์: เราคุยกันทันทีหลังจบเกม และมันยอดเยี่ยมมาก เป็นช่วงเวลาที่เราคู่ควรได้รับ เราจะมีเวลาเตรียมตัวสำหรับนัดชิง แต่ตอนนี้ สมาธิ ความใส่ใจ รายละเอียด พลังงาน ทุกอย่างต้องทุ่มไปที่เวสต์แฮม ไม่มีอย่างอื่นอีก และเราทำให้เรื่องนี้ชัดเจนมาก ความรู้สึกและข้อความถึงนักเตะกับแฟนบอล: อยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตกับช่วงเวลานี้ เตรียมตัวและแสดงพลัง ความกระหาย และความมุ่งมั่นแบบเดียวกับที่เราแสดงมาตลอดทั้งฤดูกาล หรือมากกว่านั้น เพราะอย่างที่คุณพูด เราเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ และทุกสิ่งที่เราทำตอนนี้จะมีผลต่อการคว้าแชมป์หรือไม่ จังหวะเวลาที่ตัดสินใจใช้ลูอิส-สเคลลี่ในแดนกลาง: ผมคิดว่ามันเป็นกระบวนการของการเข้าใจเขามากขึ้น และให้เขาเข้าใจมาตรฐานที่จำเป็นในระดับนี้ ไม่ว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่ได้ลง รวมถึงเข้าใจเหตุผลด้วย จากนั้นเขาก็ยอดเยี่ยมมาก ทั้งทัศนคติ วิธีการซ้อม วิธีสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมตอนที่ไม่ได้เล่น เขาแสดงให้เราเห็นทุกอย่างว่าเมื่อได้รับโอกาส เขาจะตอบสนองได้แบบที่เขาทำจริง ๆ แต่หลังจากที่เขาทำได้แบบนั้น ซึ่งไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้ลงเล่นมากนัก แต่กลับดูมั่นใจ เต็มไปด้วยพลัง และเล่นด้วยความมุ่งมั่นแบบนั้น มันน่าประหลาดใจจริง ๆ การได้ร่วมงานกับซาก้า: เป็นความสุข ผมรู้สึกโชคดีมาก ผมพูดตั้งแต่แรกแล้วว่า การมีใครสักคนในสโมสรที่คุณพึ่งพาได้ในทุกระดับ และรู้ว่าเขาจะตอบสนอง รู้ว่าหัวใจของเขาอยู่ถูกที่ รู้ว่าทุกอย่างที่เขาทำมาจากคุณค่า การอบรม และหลักการที่ดี มันยอดเยี่ยมมาก ในฐานะมนุษย์เรารู้จักเขาอยู่แล้ว และในด้านฟุตบอล สิ่งที่เขามอบให้สโมสร รวมถึงสิ่งที่เขาทำเมื่อคืนก่อน มันน่าทึ่งจริง ๆ ลอนดอนดาร์บี้สุดสัปดาห์นี้ที่สำคัญต่อทั้งสองทีม: เมื่อเข้าใจบริบทของเกมสำหรับทั้งสองสโมสร มันใหญ่มากแน่นอน เรารู้ถึงความสำคัญ เรารู้ว่าเราต้องการอะไร และต้องทำอะไรเพื่อชนะเกมนี้ ความรู้สึกหลังเข้าชิงได้สำเร็จ: ผมอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่สูงมากหลังเกม เพราะเรารู้ว่ามันมีความหมายต่อทุกคนแค่ไหน ต่อสโมสร ต่อแฟนบอล นักเตะ และสตาฟฟ์ แต่ทันทีหลังจากนั้น คุณต้องเชื่อผมเลยว่า สมาธิ พลังงาน และความคิดของผมคือ “โอเค เวสต์แฮม เราต้องทำอะไรทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย แท็กติก และเทคนิค เพื่อเตรียมตัวให้ดีที่สุดและไปชนะเกมนี้” เขาให้เวลาตัวเองได้สนุกกับช่วงเวลานี้หรือไม่: ผมสนุกทุกวัน ผมสนุกทุกวันกับนักเตะและสตาฟฟ์ ผมรักในสิ่งที่ทำ ดังนั้นผมรู้สึกโชคดีมาก แต่ช่วงเวลาแบบนั้นมันสั้นมาก ผมชอบการเตรียมตัวมากกว่า อย่างเกมกับเวสต์แฮมตอนนี้ การเข้าใจว่าเราต้องทำอะไร พยายามเลือกประเด็นที่ถูกต้อง พยายามเข้าใจนักเตะและสถานการณ์ในเกม รวมถึงเกมอาจออกมาแบบไหน และเราจะเปลี่ยนมันได้อย่างไรหากจำเป็น นั่นแหละคือสิ่งที่ผมชอบ ช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าใหญ่ที่สุดในอาชีพหรือไม่: ใช่ แต่ฟุตบอลไม่ได้ทำงานด้วยคำว่า “ถ้า” เราต้องลงมือทำ สิ่งที่เราทำวันนี้คือความจริง และนั่นสำคัญที่สุด พรุ่งนี้เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ สำหรับศึกวันอาทิตย์ ไรซ์ที่เติบโตขึ้นหลังย้ายจากเวสต์แฮม: ใช่ ผมคิดว่าเขาพัฒนาได้ดีอยู่แล้วตั้งแต่แรก เขายอดเยี่ยมสำหรับเรา เป็นหนึ่งในผู้นำและนักเตะคนสำคัญ สิ่งที่เขาทำให้สโมสรและทีมมีพลังมากจริง ๆ การพักบอลของเยอเคเรสที่พัฒนาขึ้น: ผมสังเกตเห็นตั้งแต่แรก ผมคิดว่าหลายสิ่งที่คุณเห็นว่าเป็นพัฒนาการของนักเตะ มันไม่ได้เกิดจากการซ้อมวันสองวัน แต่มันคือผลจากการทำงานเป็นเดือน ๆ วิกตอร์ทำงานหนักมาก ความคาดหวังที่เขามีต่อตัวเองสูงมาก เขาอยากเรียนรู้อยู่เสมอ ถามคำถามตลอด และอยากทำอะไรเพิ่มเติม เขาพยายามหาวิธีเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม ไม่ว่าจะในโรงอาหาร ห้องแต่งตัว หรือในสนาม สุดท้ายเมื่อคุณมีพฤติกรรมแบบนั้น คุณก็จะได้รับผลตอบแทน แผนใช้เอเซ่ฝั่งซ้ายเจอแมนฯ ซิตี้ และลูอิส-สเคลลี่ในแดนกลางกับฟูแล่มและแอตเลติโก: มันมีเรื่องของสัญชาตญาณอยู่ด้วย ว่าเกมจะต้องการอะไร สภาพนักเตะเป็นอย่างไร คุณจินตนาการเกมแบบไหน และตำแหน่งไหนที่นักเตะจะสร้างผลกระทบได้มากที่สุด คุณอาจถูกหรือผิดก็ได้ ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าคุณทำตามสิ่งที่รู้สึก อย่างน้อยคุณก็มั่นใจว่าคุณเตรียมตัวและคิดมาอย่างดีแล้ว ส่วนตอนลงมือจริง นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับแผน 5 ขั้นตอน: ไว้คุยกันตอนจบฤดูกาลได้ไหม? ตอนนี้ทีมอยู่ในขั้นไหน: ผมไม่รู้ ผมงงแล้ว! มันไม่สำคัญหรอกว่าอยู่เฟสไหน การเหลืออีก 4 เกมก่อนทำตามสิ่งที่วางไว้เมื่อ 6 ปีก่อนสำเร็จ: ตอนนี้มันไม่สำคัญ อยู่กับปัจจุบันก่อน แล้วเมื่อเรามีเวลา เราค่อยพูดกันว่าเราวางเวลาได้ถูกไหม ตัดสินใจถูกไหม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม รายาที่เซฟสำคัญในช่วงสำคัญ: ก่อนอื่นเลย เขายอดเยี่ยมมาก ระดับความสม่ำเสมอตั้งแต่ย้ายมาสโมสรเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ผมคิดว่าเขาไปถึงระดับที่สูงมาก บางครั้งเรามองสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่มันไม่ใช่ เขาตอบสนองได้ในช่วงเวลาสำคัญ และทีมเองก็สมควรได้รับเครดิตเช่นกัน เพราะสิ่งที่ทุกคนทุ่มเทเพื่อทำสิ่งนี้ต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่สามนั้นยอดเยี่ยมมาก สิ่งที่ทีมเข้าใจลูอิส-สเคลลี่มากขึ้นช่วงหลัง: ผมต้องผลักดันไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่อย่างหนัก เพื่อเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร เขาเป็นเด็กที่เคยเล่นกับทีม U18 และ U21 บางครั้งไม่ได้เล่นด้วยซ้ำ และเล่นคนละตำแหน่ง จากนั้นเขาก้าวขึ้นมา เล่นในตำแหน่งที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ทำได้ยอดเยี่ยม ทุกคนพูดถึงเขา เขาติดทีมชาติ แต่หลังจากกลับมาจากปรีซีซั่น เขาเริ่มตระหนักว่าอาจไม่ได้เป็นตัวจริง ดังนั้นคุณต้องผ่านอารมณ์เหล่านั้น ทั้งตัวคุณเองและคนรอบข้างที่ให้คำแนะนำ และคุณต้องรับมือกับมัน ซึ่งไม่ง่ายเลย มันง่ายเมื่อทุกอย่างไปได้สวย แต่เมื่อมันไม่เป็นแบบนั้น ความล่อตาล่อใจจะทำให้เริ่มโทษคนอื่น และผมต้องเข้าใจเรื่องนั้น ต้องช่วยชี้นำเขา อธิบายมุมมองและเหตุผลที่เขาไม่ได้เล่นมากนัก และเขาก็รับฟัง ไม่ใช่ครั้งแรกนะ แต่หลังจากสามหรือสี่ครั้ง เขาคงเริ่มเข้าใจว่า “โอเค ถ้าไม่ทำแบบนี้ มันคงไม่เกิดขึ้น” ความสำคัญของการมีนักเตะหลักพร้อมใช้งานตอนนี้: สำคัญมาก แค่ได้เห็นคุณภาพบนม้านั่งสำรองเมื่อคืนก่อน ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว มันต่างกันมาก เราจัดการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาให้มีนักเตะสดขึ้นได้มากขึ้น และคุณสัมผัสได้ อย่างที่ผมพูดตั้งแต่แรก นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเรามีสิ่งนั้น เราก็มีโอกาสบรรลุเป้าหมายมากขึ้น ทุกเกมตอนนี้เหมือนการออดิชั่นเพื่อนัดชิงหรือไม่: ผมไม่คิดว่านักเตะคิดแบบนั้น เพราะพวกเขารู้ว่าการออดิชั่นคือทุกวันในการซ้อม และสิ่งที่พวกเขาทำ ทำให้เราปวดหัวในการเลือกทีมมาตลอดทั้งฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงไม่กี่สัปดาห์หลัง การได้ใช้ไวท์และซาก้าร่วมกัน: ถ้าพูดถึงการประสานงานฝั่งขวา ผมคิดว่าจำนวนนาทีที่ทั้งคู่เล่นร่วมกันฤดูกาลนี้น้อยมากจากหลายเหตุผล และมันยอดเยี่ยมที่พวกเขามีความเข้าใจกันดีมาก เล่นด้วยกันมาหลายปี และคุณสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นในทางบวกมาก ๆ อาการบาดเจ็บของทิมเบอร์ที่ซับซ้อนกว่าที่คาดหรือไม่: ใช่ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่จัดการยากที่สุด ทั้งสำหรับตัวนักเตะและตัวผมเอง เพราะเราไม่ได้คาดว่าจะใช้เวลานานขนาดนี้ และตอนนี้เขายังไม่ฟิตพอที่จะลงเล่น
  15. อาร์เซนอลเข้าสู่เดือนพฤษภาคมด้วยความมั่นใจและความฮึกเหิมที่หายไปในช่วงเดือนเมษายน และส่วนสำคัญของเรื่องนั้นก็คือ ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ ในบทบาทกองกลาง แม้เจ้าตัวจะเล่นมิดฟิลด์มาตั้งแต่สมัยอะคาเดมี แต่การลงสนามชุดใหญ่ 69 นัดแรกของเขากับสโมสรกลับเกิดขึ้นในตำแหน่งแบ็กซ้าย ฤดูกาลนี้เขาออกสตาร์ต 16 นัด เทียบกับ 26 นัดเมื่อปีก่อน โดยมีเพียง 3 นัดในพรีเมียร์ลีก หลังจาก ปิเอโร ฮินคาเป้ เข้ามาเพิ่มการแข่งขันในตำแหน่งเดียวกับ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี ลูอิส-สเคลลี่ ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติอังกฤษและยิงประตูได้หลังแจ้งเกิดเมื่อฤดูกาลก่อน และตอนนี้ในที่สุดเขาก็ได้รับโอกาสให้เล่นในตำแหน่งธรรมชาติของตัวเอง อาร์เตต้าพูดติดตลกว่า “บางทีผมอาจไม่มีไอเดียอะไรเลยก็ได้” เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงใช้เวลานานขนาดนี้กว่าจะส่งลูอิส-สเคลลี่ลงเล่นกองกลาง หลังจากเขาได้ออกสตาร์ตตรงนั้นครั้งแรกในเกมกับฟูแล่ม หลังจากโชว์ฟอร์มโดดเด่นอีกครั้งในเกมแชมเปียนส์ลีก รอบรองฯ นัดสอง กับแอตเลติโก มาดริด อาร์เตต้ากล่าวว่า: “ผมค่อนข้างเข้มงวดกับเขา เขามีความมุ่งมั่นและสม่ำเสมอมาก ทั้งในพฤติกรรมและวิธีที่พยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ได้โอกาสลงเล่น เขาสมควรได้รับมัน และนั่นคือเหตุผลที่เขาได้ลงสนาม” จริงๆ แล้ว อาร์เตต้าเคยพยายามให้โอกาสเขาเล่นมิดฟิลด์ในเกมกับวีแกน แอธเลติก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่การบาดเจ็บของคาลาฟิออรีระหว่างวอร์มอัพทำให้ลูอิส-สเคลลี่ต้องกลับไปเล่นแบ็กซ้าย ขณะที่ บูกาโย ซาก้า ขยับไปเล่นหมายเลข 10 แทน แต่เมื่อไม่มีเหตุไม่คาดฝันก่อนสองเกมสำคัญของเดือนนี้ การที่ลูอิส-สเคลลี่ได้เล่นมิดฟิลด์ตั้งแต่นาทีแรก กลายเป็นปัจจัยเปลี่ยนเกมของอาร์เซนอล ในช่วงต้นเกมกับฟูแล่ม เขาคือคนที่กำหนดจังหวะของเกม เขาเปลี่ยนจังหวะแย่งบอลสูงให้กลายเป็นการพาบอลพลิกหนีคู่แข่งอย่างชาญฉลาด พาทีมเดินเกมรุก ก่อนจะจ่ายเข้าเขตโทษและโหม่งตั้งให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงเฉียดเสาไปแบบได้ลุ้น แม้จังหวะนั้นจะใช้เวลาเพียง 15 วินาที แต่มันสะท้อนรูปแบบการเล่นของอาร์เซนอลตลอด 180 นาทีหลังสุดได้อย่างชัดเจน เมื่อมีลูอิส-สเคลลี่ในแดนกลาง และคาลาฟิออรีทางซ้าย เกมครองบอลของอาร์เซนอลดูสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า ก่อนหน้านี้ เดแคลน ไรซ์ กับ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ ประสานงานกันได้ดีในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล แต่เมื่อเวลาผ่านไป คู่มิดฟิลด์นี้เริ่มลดประสิทธิภาพลง ความล้าเป็นหนึ่งในปัจจัย เพราะทั้งคู่คือนักเตะเอาต์ฟิลด์ที่ใช้งานมากที่สุดของทีม แต่ยังมีอีกปัญหาคือ ทั้งสองเริ่มยืนในพื้นที่ใกล้กันมากเกินไป ส่งผลต่อความเร็วและประสิทธิภาพในการขึ้นเกม อาร์เตต้าเคยใช้คำว่า “เล่นกันคนละระดับความสูง” ซึ่งหมายถึงการที่มิดฟิลด์คนหนึ่งยืนสูงกว่าอีกคน แทนที่จะยืนขนานกัน และไรซ์กับลูอิส-สเคลลี่ก็ทำแบบนั้นได้ดี ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ให้ทีม เธียร์รี อองรี วิเคราะห์เรื่องนี้ผ่าน Sky Sports โดยยกตัวอย่างจังหวะที่ลูอิส-สเคลลี่ถอยต่ำลงมาเป็นมิดฟิลด์ตัวลึก แต่ก็มีหลายจังหวะที่ไรซ์ลงไปยืนข้าง วิลเลียม ซาลิบา และ กาเบรียล เปิดโอกาสให้ลูอิส-สเคลลี่ได้แสดงจุดเด่นเรื่องการจ่ายบอลทะลุแนวรับ เขายังรับบทบาทนี้ต่อในเกมกับแอตเลติโก และสิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือความเฉียบคมของบอลจ่ายไปข้างหน้า ที่ช่วยเร่งสปีดเกมรุกของอาร์เซนอล ทั้งไรซ์และลูอิส-สเคลลี่ ยังผลัดกันพาบอลทะลุขึ้นแดนคู่แข่ง โดยไรซ์ทำบ่อยกว่าในเกมกับแอตเลติโก แต่การหมุนตัวหนีตัวประกบแล้วพาบอลทะลุขึ้นหน้า เป็นจุดเด่นของลูอิส-สเคลลี่มาตั้งแต่สมัยเยาวชน คุณสมบัติแบบ “ทำสิ่งที่สอนไม่ได้” นี้เอง คือเหตุผลที่ แจ็ค วิลเชียร์ อดีตโค้ชทีม U18 เคยพูดไว้ว่า “ผมไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบ็กซ้าย เขาจะเป็นกองกลาง” ตอนนั้น อาร์เตต้าวางแผนใช้งานเขาในทีมชุดใหญ่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายไปแล้ว แม้วิลเชียร์จะใช้เขาในแดนกลางกับทีม U18 แต่เจ้าตัวก็เริ่มได้เล่นแบ็กซ้ายกับทีม U21 แล้ว อาร์เตต้าเคยย้อนถึงช่วงเวลานั้นเมื่อเดือนมกราคม 2025 ว่า: “ตอนที่ผมเห็นเขา และคิดถึงวิธีให้โอกาสเขาในแผนงานของอะคาเดมี สิ่งเดียวที่ผมคิดคือเปลี่ยนตำแหน่งของเขา ผมบอกเขาว่า ‘ผมคิดว่านี่คือตำแหน่งที่เหมาะกับนาย’ เพราะมันเข้ากับคุณสมบัติของเขา วิธีการเล่นของเรา และตอนนั้นทีมก็ต้องการผู้เล่นในตำแหน่งนั้น” จุดเด่นของเขาคือการหุบเข้ากลางจากแบ็กซ้ายแบบที่ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ เคยทำได้ รวมถึงความแข็งแกร่งในการเล่นในพื้นที่แคบภายใต้การเพรส ช่วงแรก สิ่งที่เขาต้องพัฒนาคือสมาธิในการเล่นเกมรับ แต่ในพื้นที่ที่วุ่นวายกว่าเดิมในแดนกลางช่วงสัปดาห์นี้ เขากลับดูตื่นตัวตลอดเวลา การตัดเกมและเข้าปะทะของเขามีความสำคัญมากในช่วง 5 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกทันทีหลังแย่งบอล ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากในเกมของอาร์เซนอลปี 2026 อย่างที่อองรีพูดไว้ นี่คือเรื่องของ: “พลังขา การอ่านเกม การหยุดคู่แข่ง และทำให้พวกเขารู้สึกว่าคุณอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา” คุณภาพแบบนั้นยังต่อเนื่องในเกมกับแอตเลติโก โดยการเข้าบอลหนักหน่วงของเขา ผสมกับบล็อกสำคัญของไรซ์ ช่วยหยุดไม่ให้ทีมเยือนสร้างโมเมนตัมได้ ทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งตอนครองบอลและไม่มีบอล จนสร้างความมั่นใจและความนิ่งให้ทีม บางครั้งมันง่ายที่จะลืมไปว่า ลูอิส-สเคลลี่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ เช่นเดียวกับ ค็อบบี้ ไมนู ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งคู่เป็นตัวอย่างว่าทุกอย่างในฟุตบอลเปลี่ยนแปลงได้เร็วแค่ไหน และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่ประเมินไม่ได้ของเด็กอะคาเดมีที่กลายเป็นหัวใจของสโมสร แฟนอาร์เซนอลหลายคนเคยสงสัยว่าทำไมลูอิส-สเคลลี่ถึงไม่ได้โอกาสมากกว่านี้ แต่การที่ลูกศิษย์ของวิลเชียร์ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในเวทีแชมเปียนส์ลีก หลังอดทนรอคอยมานาน มันก็ดูเหมาะสมอย่างยิ่ง อาร์เตต้ารู้ว่ามันคือความเสี่ยง แต่บางครั้งคุณก็ต้องเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง และครั้งนี้ ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่ “ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ ตัวจริง” ลุกขึ้นมาแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมแล้ว
  16. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์เปิดบ้านชนะแอตเลติโก มาดริด 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีของสโมสร ความภาคภูมิใจต่อทั้งสโมสร: มันคือค่ำคืนที่น่าเหลือเชื่อ เราสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันอีกครั้ง ผมมีความสุขและภูมิใจในทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรแห่งนี้มาก บรรยากาศนอกสนามก่อนเกมนั้นพิเศษและไม่เหมือนใคร ส่วนในสนาม แฟนบอลสร้างพลังและบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีส่วนร่วมกับทุกจังหวะของเกมร่วมกับเรา มันทำให้ค่ำคืนนี้พิเศษจริงๆ ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนในสนาม เรารู้ดีว่ามันมีความหมายแค่ไหนสำหรับทุกคน และนักเตะก็ทุ่มเททุกอย่าง หลังจาก 20 ปี และเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ เรากลับเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง เส้นทางในแชมเปียนส์ลีก: เรารู้ดีว่าทุกทีมในระดับนี้แข็งแกร่งและยากแค่ไหน แอตเลติโกเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมาก วิธีการแข่งขันของพวกเขา วิธีแก้เกม และการตอบสนองต่อทุกสิ่งที่คุณพยายามทำกับพวกเขานั้นรวดเร็วและน่าทึ่ง นั่นคือเหตุผลที่พวกเขามาอยู่จุดนี้ได้ ความต่างมันเล็กมาก และคืนนี้มันเป็นฝ่ายเรา การใช้ตัวจริงชุดเดิมจากเกมสุดสัปดาห์: ถ้าคุณเห็นไอแพดของผม คุณจะเห็นว่าผมจัดตัวไปกี่แบบ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คิดถึงตัวสำรองและสถานการณ์ต่างๆ สุดท้ายมันคือความรู้สึกของผม ผมรู้สึกดีกับสิ่งที่เห็นจากเกมกับฟูแล่ม การตัดสินใจครั้งนี้ยากมาก เพราะต้องตัดผู้เล่นสำคัญบางคนออก ทั้งที่ทุกคนอยากลงเล่นเกมแบบนี้ แต่คุณก็เห็นแล้วว่าตัวสำรองที่ลงมา พวกเขาช่วยทีมได้มากแค่ไหน คนที่นึกถึงหลังจบเกม: ผมนึกถึงภรรยา ลูกๆ พ่อแม่ และน้องสาวของผมเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ทุกคนในสโมสร เพราะผมรู้ว่ามันรู้สึกยังไง คุณอาจพูดได้ว่ามันจะเป็นคืนที่สวยงาม แต่เมื่อคุณเห็นสายตาของผู้คน เห็นความภูมิใจและความสุขของแฟนบอล นั่นแหละคือเหตุผลที่เราทำงานนี้ บางครั้งมันยากที่จะหาเหตุผล แต่เมื่อมีช่วงเวลาแบบนี้ ทุกอย่างก็คุ้มค่า เส้นทางยุโรปตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม: มันยากมาก แต่ทุกคนมีเป้าหมายและความทะเยอทะยานร่วมกัน บางครั้งคุณก็ต้องมีโชคด้วย เราทำงานหนัก ทุ่มเท และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และวันนี้เราก็ได้รับรางวัล ด้วยการได้ไปเล่นรอบชิงที่บูดาเปสต์ บรรยากาศในสนาม: เราทำได้แล้ว ตอนนี้ต้องรักษามันไว้ ถ้าอยากเป็นสโมสรระดับท็อปที่ลุ้นแชมป์ใหญ่ต่อเนื่อง นี่คือสิ่งจำเป็น และตอนนี้เรามีแล้ว ความตื่นเต้นของฤดูกาลประวัติศาสตร์: เราต้องไม่ดีใจจนเกินไป และไม่เสียใจจนเกินไป หน้าที่ของผมคือรักษาความสมดุล แน่นอนว่าเราจะสนุกกับช่วงเวลานี้ แต่พรุ่งนี้เราต้องเริ่มเตรียมตัวสำหรับเกมกับเวสต์แฮมทันที ความเปลี่ยนแปลงในทีม: สุดท้ายมันอยู่ที่นักเตะ ผมสามารถให้คำแนะนำ ให้ความชัดเจน และความมั่นใจได้ แต่พวกเขาต้องเป็นคนทำในสนาม กลุ่มนักเตะและทีมงานชุดนี้ยอดเยี่ยมมาก ในกีฬาระดับสูง คุณอาจเจอวันที่แย่ แต่ถ้าคุณยังทำงานหนัก คุณจะได้รับรางวัล และเราก็ได้มันมาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โมเมนตัมของทีม: มันยอดเยี่ยม ทุกคนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในพลังงาน ความเชื่อมั่น และทุกอย่าง เราต้องใช้มันให้ถูกทาง เข้าใจว่ามันยากแค่ไหนในสิ่งที่เรากำลังพยายามทำ แต่มันยิ่งใหญ่ และเรามีความสามารถและความเชื่อที่จะทำมันได้แน่นอน เดแคลน ไรซ์ แทบจะหาคำพูดไม่เจอ หลังมีส่วนสำคัญพาอาร์เซนอลผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยชัยชนะเหนือแอตเลติโก มาดริด ในรอบรองชนะเลิศ กองกลางรายนี้โชว์ฟอร์มอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอีกครั้ง ช่วยพาทีมเข้าสู่รอบชิงเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี หลังจบเกมเขากล่าวว่านี่คือค่ำคืนที่ดีที่สุดที่เขาเคยสัมผัสในเอมิเรตส์ สเตเดียม พร้อมยกเครดิตให้แฟนบอลที่สร้างบรรยากาศสุดยอดตั้งแต่ก่อนเกมเริ่ม “ผมอธิบายมันไม่ได้จริงๆ” เขากล่าวหลังจบเกม “มันเหมือนเป็นสิ่งที่กำลังจะมาถึง ค่ำคืนแบบนี้ที่เอมิเรตส์ ผมคิดว่านี่คือคืนที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอ ดีกว่าเกมกับเรอัล มาดริดเมื่อปีที่แล้วด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนที่เรานั่งรถบัสมาถึง สนาม รถต้องหยุด และเราก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะปกติเราจะขับเข้าไปเลย แต่ครั้งนี้มีทั้งพลุ แฟนบอลเต็มไปหมด นักเตะทุกคนที่มองออกไปนอกหน้าต่างขนลุกกันหมด มันน่าเหลือเชื่อมาก ผมไม่เคยเห็นเอมิเรตส์แบบนี้มาก่อน ต้องขอบคุณแฟนบอลจริงๆ เพราะเราต้องการสิ่งนั้น และตอนที่เราเดินเข้าไปในสนาม คุณจะรู้สึกถึงพลังงานจากทุกคน แม้คุณจะเหนื่อย แต่มันก็ทำให้คุณมีแรงสู้ต่อ และผมคิดว่าพวกเขามีส่วนอย่างมากกับชัยชนะของเราในคืนนี้ แฟนอาร์เซนอลยุคนี้ ผ่านทั้งช่วงขึ้นและลงมาเยอะ ผมเชื่อว่าคืนนี้ต้องเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา ผมดีใจที่เราทำได้เพื่อสโมสร เพื่อเพื่อนร่วมทีม และเพื่อผู้จัดการทีม เพราะทุกคนสมควรได้รับมัน ผมมีความสุขมากจริงๆ” แม้แฟนบอลจะมีบทบาทสำคัญนอกสนาม แต่นักเตะก็ทำหน้าที่ในสนามได้อย่างยอดเยี่ยม โดยคว้าชัยชนะ 1-0 แบบแทบไม่เจอปัญหา และตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์ในช่วงปลายเดือนนี้ “มันเหมือนทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก คุณมองนาฬิกาแล้วคิดว่ายังเหลือเวลาอีกเยอะ เราต้องมีสมาธิ เพราะรู้ว่ามันสำคัญแค่ไหน ผมคิดว่าเราน่าจะยิงเพิ่มได้อีกสักหนึ่งหรือสองลูก แต่แค่ชนะและได้เข้าชิง มันพิเศษมากแล้ว” นั่นทำให้อาร์เซนอลผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 ที่เคยพบกับบาร์เซโลนาที่ปารีส และครั้งนี้พวกเขามีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกของสโมสร “มันบ้ามากที่ได้พูดแบบนี้” ไรซ์กล่าว “เอาเลย มาลุยกันเลย ผมพร้อมแล้ว มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น บูดาเปสต์ ผมอยากเห็นแฟนอาร์เซนอลทุกคนไปที่นั่น 200,000 คน มาให้ได้! มาสร้างช่วงเวลาที่พิเศษ เพราะเราต้องการพลังและแรงสนับสนุนทั้งหมด”
  17. UEFA CHAMPION LEAGUE 2025/26 Arsenal 1 - 0 Atletico Madrid (AGG 2-1) Tue 5 May 2025, 23.30 น. GOAL: 1-0 บูคาโญ ซาก้า (นาทีที่ 45) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 6.5 ราย่าไม่ได้มีจังหวะเซฟลูกยากๆ อะไร แต่ก็ไม่มีความผิดพลาด การออกมารับบอล ชกบอล ถือว่าทำได้ดี กาเบรียล มากัลเญส: 7.5 ช่วยทีมเอาไว้ได้เยอะมาก โดยเฉพาะช่วงครึ่งเวลาหลังที่ทีมต้องเล่นแบบรักษาสกอร์นำเอาไว้ ลูกไปสกัดซิเมโอเน่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญเลย ส่วนลูกกลางอากาศกาเบรียลเคลียร์ทิ้งได้หมด วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0 ประตูนำ ซาลิบาก็มีส่วนในการจ่ายบอลทะลุช่องไปให้เยอเคเรส ครึ่งหลังอาจมีจังหวะโหม่งผิดเหลี่ยมไปเข้าทางซิเมโอเน่ ดีที่กาเบรียลยังมาช่วยไว้ได้ทันเวลา แต่ภาพรวมซาลิบายังเล่นเกมส์รับได้ดีเป็นส่วนใหญ่ เบน ไวท์: 7.0 น่าจะเป็นเกมส์ที่ไวท์เล่นได้มีสมาธิที่สุด เล่นดีที่สุดนับตั้งแต่ลงมาแทนทิมเบอร์ที่เจ็บไป การขยับเติมขึ้นมาสนับสนุนเกมส์รุก ไวท์กล้าที่จะขึ้นมาเล่น และมีจังหวะประสานงานกับซาก้าให้เห็นเหมือนกัน ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.0 ครึ่งหลังเริ่มเห็นแผลในเกมส์รับ ทำให้อาร์เตต้าเลือกเปลี่ยนเขาออกแล้วส่งอินคาปิเอ้ลงมาแทน ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกเสียวๆ จะทำเสียจุดโทษเหมือนกัน ดีที่จังหวะก่อนหน้ากาเบรียลโดนทำฟาล์วไปก่อน ถ้าแบ็คซ้ายสองคนเอามาฟิวชั่นกันได้ก็คงดี ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 7.0 ยึดตำแหน่งตัวจริงในแดนกลางเอาไว้ได้ต่อจากเกมส์ที่แล้ว ซึ่งถือว่าไมล์สยังสานต่อผลงานได้ดี รับจ่ายบอลไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไร แล้วครองบอลเหนียว เรียกฟาล์วได้ เดแคลน ไรซ์: 7.5 ไรซ์มีจังหวะบล็อกสำคัญในช่วงต้นเกมส์ ก่อนที่ซิเมโอเน่จะได้ยิง แล้วมีจังหวะดักบอล ตัดบอลตรงกลางไว้ได้อยู่ 2-3 ที่ทำให้ได้สวนกลับ ครึ่งหลังถอยลงต่ำกว่าเดิมหน่อย ในการปัดกวาดป้องกันหน้าเขตโทษ เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 ครึ่งแรกก็มีโอกาสได้บอลในพื้นที่สุดท้าย แถวหน้ากรอบเขตโทษของแอตเลติโก มาดริด อยู่พอสมควร แต่จังหวะสุดท้ายติดนิดติดหน่อย ไปสามารถนำไปสู่จังหวะจบได้ เลอันโดร ทรอสซาร์: 7.0 เป็นคนหาช่องยิงยัดเข้าไปให้โอบัคปัดออกมาเข้าทางปืนซาก้าซ้ำเข้าไป ครึ่งหลังทรอสซาร์ถือว่าเป็นหนึ่งในคนที่ทำได้ดี ทั้งช่วยเกมส์รับ และขึ้นเกมส์บุกทางฝั่งซ้าย บูคาโญ ซาก้า: 7.0 ซาก้า ยิงประตูให้อาร์เซน่อลขึ้นนำ 1-0 ในช่วงท้ายครึ่งเวลาแรก ในจังหวะที่ตามซ้ำดาบสองจากลูกยิงของทรอสซาร์ ครึ่งหลังผ่านไปได้ 15 นาทีก็ถูกเปลี่ยนตัวออก แม้ว่าอาร์เตต้าบอกว่าเขาฟิตเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังใช้งาน วิคตอร์ เยอเคเรส: 7.5 ค้ำบอลอยู่ในแดนหน้าได้เป็นอย่างดี ประตูแรกก็ส่วนในการวิ่งฉีกไปรับบอลด้านข้าง ก่อนจะวางมาที่เสาสองให้ทรอสซาร์ ครึ่งหลังเยอเคเรสใกล้เคียงมากกับการจะบวกลูกที่สอง ลูกชาร์จของเขาข้ามคานไปนิดเดียว แม้ไม่มีสกอร์แต่เป็นเกมส์ที่เขาทำได้เยี่ยมมาก ตัวสำรอง: มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 (นาทีที่ 58, เอเซ่) โอเดการ์ด ปัญหาก็ยังเหมือนเดิมๆ ที่เราเห็นจนชินในฤดูกาลนี้ คือการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย และความเฉียบขาดในการออกบอลมันไม่มีเลย เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.5 (นาทีที่ 58, คาลาฟิออรี) เอาลงมาขันเกมส์รับให้แน่น ซึ่งก็ถือว่าอินคาปิเอ้ ลงมาแล้วทำหน้าที่ได้อย่างที่ต้องการ ปิดการขึ้นเกมส์ฝั่งขวาของทีมตราหมีได้หมด และเกือบได้แอสซิท ในจังหวะเติมขึ้นไปเปิดบอลเร็วเข้ากรอบเขตโทษให้เยอเคเรส โนนี่ มาดูเอเก้: 5.0 (นาทีที่ 58, ซาก้า) ลงมาแล้ว ทำแต่อะไรไม่ได้เรื่องได้ราว เลี้ยงบอลก็ไม่ผ่าน จังหวะปะทะ 50:50 ไม่กล้าเข้าไปเล่นบอล มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 (นาทีที่ 74, ลูอิส-สเกลลี่) กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.0 (นาทีที่ 83, ทรอสซาร์)
  18. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนเกมส์เปิดบ้านรับแอตเลติโก มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกรอบรองชนะเลิศ เลกที่สอง หลังจากเกมส์แรกบุกไปเสมอทีมตราหมีมา 1-1 เมื่อสัปดาห์ก่อน โอกาสกลับมาฮาแวร์ตซ์และโอเดการ์ด: ทั้งสองคนพร้อมครับ พวกเขาอยู่ในทีมสำหรับเกมนี้ การมีทั้งสองคนในทีม: ยอดเยี่ยมมาก เพราะเราต้องมีตัวเลือก ต้องมีความยืดหยุ่นในการเล่นหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือเปลี่ยนลงมา นี่คือข่าวดีมากสำหรับเรา เกมนี้คือเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เอมิเรตส์หรือไม่: ผมรอไม่ไหวแล้ว ผมสัมผัสได้ถึงพลังจากทีมและแฟนบอล นี่คือช่วงเวลาที่เราอยากมีร่วมกัน เราทำงานกันมาอย่างหนักในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเพื่อกลับมายืนตรงจุดนี้ และเราก็กระหายมากที่จะคว้าชัยชนะและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ความฟิตของบูกาโย ซาก้า: ยอดเยี่ยม นี่คือสิ่งที่เราต้องการในช่วงนี้ของการแข่งขัน นักเตะต้องไม่ใช่แค่พร้อม แต่ต้องอยู่ในสภาพดีที่สุดเพื่อสร้างความแตกต่าง และซาก้าจะช่วยเราได้แน่นอน ความตื่นเต้นก่อนเกม: ตื่นเต้นมาก และกระหายอย่างยิ่ง มันยากที่จะอธิบายความรู้สึกนี้ โดยเฉพาะเมื่อได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลของเรา พวกเขารอค่ำคืนแบบนี้มานานแล้ว พรุ่งนี้เราต้องสู้เต็มที่ เพราะมันจะเป็นสิ่งที่พิเศษมาก ข้อความสุดท้ายถึงนักเตะและแฟนบอล: ออกไปคว้ามัน เมื่อคุณอยู่ต่อหน้าโอกาสแบบนี้ แปลว่าคุณพร้อมแล้ว ทีมจะลงสนามตั้งแต่นาทีแรกเพื่อคว้ามันมาให้ได้ สิ่งที่คุยกับนักเตะ: เตรียมตัวให้ดีที่สุด เรารู้ว่าเกมจะเป็นแบบไหน ต้องพร้อม ต้องมีคุณภาพและความชัดเจน และต้องทำให้ได้ในวันแข่งขัน เคยจินตนาการถึงการชูถ้วยแชมเปียนส์ลีกไหม: ผมเคยทำมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน สิ่งที่ผมตั้งใจสำหรับสโมสรนี้คือ คุณไม่สามารถสัญญาได้ว่าจะคว้าแชมป์ใหญ่ แต่คุณสัญญาได้ว่าจะทำงานทุกวันด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นเพื่อพาสโมสรไปอยู่ในระดับท็อปของยุโรป และตอนนี้เรามาถึงจุดนั้นแล้ว ขั้นต่อไปคือก้าวให้ถึง ลูอิส-สเคลลี่ ทำให้ปวดหัวในการเลือกตัวไหม: ผมรู้จักไมลส์ดี เช่นเดียวกับนักเตะคนอื่นๆ นั่นเป็นเรื่องดี เราต้องการนักเตะที่มีสภาพจิตใจที่ดี เพราะมันส่งผลต่อทุกอย่าง และตอนนี้เราพร้อมมากสำหรับพรุ่งนี้ บอกนักเตะให้เล่นแบบไม่ต้องเสียใจภายหลังไหม: ผมไม่ชอบใช้คำแบบนั้น ผมอยากเน้นสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้น และสิ่งที่เราจะทำ ทำไมคิดว่าปีนี้จะไปได้ไกลกว่าปีก่อน: จากสิ่งที่ผมเห็นทุกวัน พวกเขาทำให้ผมเชื่อมั่นว่าเราทำได้ในทุกสถานการณ์ นี่คือฟุตบอล และพรุ่งนี้เราต้องพิสูจน์มัน การแข่งขันตำแหน่งแบ็กซ้าย: คาลาฟิออรีกับอินคาปิเอ้แตกต่างกันมาก เราไม่ค่อยมีทั้งคู่พร้อมกันนานๆ ตอนนี้มีตัวเลือกมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดี เกมชนะฟูแล่มช่วยเตรียมทีม: แน่นอน มันเป็นการเตรียมตัวที่ดี เราใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอนนี้ทีมมีพลังเต็มที่ ข้อความถึงแฟนบอล: ไม่ต้องพูดอะไรมาก ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว มาร่วมกันสร้างช่วงเวลานี้และทำให้มันเกิดขึ้น การเตรียมตัวคืนนี้: ผมจะนอนหลับสบาย ผมคุ้นเคยกับตารางแบบนี้ และการได้เล่นรอบรองแชมเปียนส์ลีกมันยอดเยี่ยม ความยากของการคว้าแชมป์รายการนี้: ดูจากประวัติของเรา และระดับของทีมต่างๆ ก็รู้ว่ามันยากแค่ไหน การมาถึงจุดนี้ต้องให้เครดิตทุกคน ชัยชนะเหนือฟูแล่มดีกว่าการพักผู้เล่นไหม: ใช่ และเราก็ไม่ได้คิดถึงเกมพรุ่งนี้เลย เราโฟกัสแค่ฟูแล่ม และมันจบลงด้วยความรู้สึกที่ดี ตอนนี้เราต้องใช้โมเมนตัมนั้นต่อยอด แฟนบอลในบ้านจะกดดันแอตเลติโกได้ไหม: บรรยากาศสุดยอดมาก หนึ่งในดีที่สุดที่ผมเคยเจอ ผมรอไม่ไหวที่จะได้สัมผัสมันอีกครั้ง ความมั่นใจในทีมหลังลงเล่น 58 เกม: จากวิธีการเล่นและความกระหายของทีมตลอดทั้งปี ทำให้ผมเชื่อมั่น เราพร้อมแข่งขันและพร้อมชนะ การเจอกับฮูเลียน อัลวาเรซ: ผมควบคุมไม่ได้ว่าเขาจะเล่นอย่างไร เราจะปรับตามสถานการณ์ และเล่นในแบบที่ดีที่สุดสำหรับเรา ภาพลักษณ์ของตัวเองในสเปน: ผมไม่รู้ เพราะไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่หวังว่าจะเป็นคนที่มีแพสชัน ซื่อสัตย์ และทุ่มเททุกอย่างให้ทีม ความสำคัญของสนามที่เต็มไปด้วยแฟนบอล: มันคือความฝัน ที่จะได้มีโอกาสเข้าชิงต่อหน้าแฟนบอลของเรา การเป็นตำนานสโมสร: สิ่งเดียวที่ผมคิดตอนนี้คือเตรียมทีมให้ดีที่สุดสำหรับพรุ่งนี้ และออกไปสนุกกับช่วงเวลานั้น ค่ำคืนศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดที่สอง ภายใต้แสงไฟที่เอมิเรตส์ สเตเดียม คือสิ่งที่ วิคเตอร์ เยอเคเรส กองหน้าของทีมตั้งตารอคอย ขณะที่อาร์เซนอลมีเป้าหมายผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่กรุงบูดาเปสต์ ดาวยิงทีมชาติสวีเดนทำประตูได้ในเกมเลกแรกที่เสมอกับแอตเลติโก มาดริด 1-1 ที่ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน ซึ่งเป็นประตูที่สามของเขาในฤดูกาลนี้ที่ยิงใส่ทีมจากสเปน หลังจากก่อนหน้านี้ทำไปสองประตูในเกมที่อาร์เซนอลชนะ 4-0 ในรอบลีกเฟส หากคว้าชัยชนะในเขต N5 ได้ อาร์เซนอลจะผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ซึ่งเป็นโอกาสที่กองหน้ารายนี้แทบรอไม่ไหว เขากล่าวว่า: “มันยอดเยี่ยมมากที่จะได้เล่นเกมนี้ในบ้าน เรารู้ว่ามีอะไรเป็นเดิมพัน และแน่นอนว่าเรามีโอกาสที่ดีมากที่จะเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมในวันพรุ่งนี้ และได้สนุกไปกับแฟนบอล แต่เราต้องทำให้มันเกิดขึ้นในสนาม และด้วยแรงสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมของเรา ผมคิดว่ามันจะเป็นค่ำคืนที่พิเศษได้” “ผมคิดว่าบรรยากาศในห้องแต่งตัวดีมาก เราตื่นเต้นกับทุกเกมที่กำลังจะมาถึง ตอนนี้ก็แค่ต้องเตรียมตัวและแสดงพลังนั้นออกมาในสนาม” เยอเคเรสกำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในปี 2026 โดยยิงไปแล้ว 18 ประตูทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ซึ่ง 4 ประตูในนั้นมาจากรอบเพลย์ออฟคัดเลือกฟุตบอลโลก และเขายังเป็นคนยิงประตูชัยพาสวีเดนผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ในช่วงซัมเมอร์นี้ กับอีกหนึ่งเกมใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในปีนี้ เขามั่นใจว่าประสบการณ์ในเกมสำคัญจะช่วยทีมได้ในการดวลกับแอตเลติโก มาดริด เขากล่าวว่า: “ผมเคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อน ช่วงเวลาที่ต้องชนะให้ได้ เช่น ตอนที่ผมเล่นให้ทีมชาติเมื่อเดือนก่อน ที่เราต้องชนะเพื่อไปฟุตบอลโลก” “พรุ่งนี้ก็จะเป็นอีกเกมที่ใหญ่มาก และผมคิดว่านี่คือโอกาสที่ยอดเยี่ยม เป็นสถานการณ์ที่ดีมากที่เราได้มีโอกาสแบบนี้” “ผมคิดว่ามันจะเป็นเกมที่ยากเหมือนที่มาดริด แอตเลติโกเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม มีคุณภาพในเกมรุกสูง และอันตรายมาก เราต้องรับมือให้ดี และเมื่อเรามีบอลก็ต้องทำในสิ่งที่เราถนัด” เยอเคเรสทำครบ 20 ประตูในฤดูกาลนี้จากการยิงสองลูกในเกมกับฟูแล่ม และแม้เขาจะพอใจกับผลงานดังกล่าว แต่เจ้าตัวยังคงโฟกัสไปที่การจบฤดูกาลให้แข็งแกร่ง เขากล่าวว่า: “แน่นอนว่าคุณอยากยิงประตูให้ได้ การทำถึงจุดนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดกำลังจะมาถึงในเดือนนี้ เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วค่อยมาดูกันว่ามันจะพาเราไปถึงจุดไหน” ดูบอลสด บอลสด
  19. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์เปิดบ้านชนะฟูแล่ม 3-0 ในเกมส์พรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้อาร์เซน่อลขยับนำแมนซิตี้ห่าง 6 คะแนน โดยหลังจากจบเกมส์นี้เหลืออีก 3 นัดสุดท้ายเท่านั้น แต่ซิตี้ยังมีเกมส์ในมืออีกสองนัด ผลงานของทีม: ผมมีความสุขมากกับผลงานของทีม และฟอร์มส่วนตัวของนักเตะในเกมนี้ เรารู้ดีว่ามันจะเป็นเกมที่ยาก โดยเฉพาะการกลับมาจากมาดริดในช่วงบ่ายวันพฤหัสฯ พร้อมกับพลังงานที่ใช้ไปในเกมนั้น และเราก็รู้ว่าเราไม่อยากเอามาเป็นข้ออ้าง เพราะเรายังมีเกมใหญ่อีกในไม่กี่วันข้างหน้า เราพูดกันเรื่อง “ความกระหาย” และความสามารถในการโฟกัส รวมถึงความมุ่งมั่นในสิ่งที่เราต้องทำ เรามีนักเตะบางคนที่สดกว่า ซึ่งคุณจะเห็นได้ชัดว่ามันช่วยยกระดับผลงานรายบุคคล และทำให้ทีมเล่นไหลลื่นขึ้น และเมื่อเราทำได้แบบนั้น ผมคิดว่าเราดึงแฟนบอลเข้ามามีส่วนร่วม และเมื่อบรรยากาศในเอมิเรตส์เป็นแบบที่คุณเห็น มันทำให้คู่แข่งเจองานยากมาก ----------------------------------------- การส่งลูอิส-สเกลลี ลงตัวจริง: เขาสมควรได้รับมัน ผมค่อนข้างเข้มงวดกับเขา ฤดูกาลที่แล้วเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากตอนขึ้นชุดใหญ่ แต่หลังจากนั้นก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม เขายังคงถ่อมตัว มีสมาธิ และทำตามแนวทางของทีม ผมรู้ว่าเขาพร้อมแล้ว เขาแสดงให้เห็นทุกวันในสนามซ้อม และวันนี้เขาก็ก้าวขึ้นมาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ----------------------------------------- ลักษณะของชัยชนะเกมนี้: มันเป็นเกมสำคัญมาก เพราะเรารู้ว่าชัยชนะนี้มีความหมายแค่ไหน ทั้งในภาพรวมของพรีเมียร์ลีก และในแง่ของพลังที่จะส่งต่อไปยังเกมถัดไป ซึ่งมันจะช่วยเราแน่นอน ตอนนี้เรามีหนึ่งในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสนามแห่งนี้ในวันอังคาร และเราจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น ----------------------------------------- จะดูเกมแมนฯ ซิตี้ไหม: คุณคิดว่าไงล่ะ? แน่นอนครับ ผมรักฟุตบอล และมันมีเดิมพันสูงมาก ผมจะดูแน่นอน ----------------------------------------- กับฟอร์มของกเยอเคเรส: เขาเล่นได้ดีมาก โดยเฉพาะในมาดริดครึ่งแรก วันนี้ก็เช่นกัน เขามีส่วนร่วมกับเกมรุกทุกจังหวะ ยิงได้สองประตูที่ยอดเยี่ยม ทั้งตำแหน่งและจังหวะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราฝึกกันมา มันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เขาและทีม ----------------------------------------- การประสานงานระหว่างซาก้ากับเยอเคเรส: ใช่ พวกเขาไม่ได้เล่นด้วยกันมากนักเพราะอาการบาดเจ็บ แต่วันนี้ผมชอบความสัมพันธ์ในการเล่นของพวกเขา ----------------------------------------- ซาก้ากลับมาฟอร์มเก่ง: เขาสร้างความแตกต่างได้จริงๆ สองจังหวะของเขาตัดสินเกม เรารู้ว่าเขาทำอะไรได้ เขากลับมาในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล และตอนนี้เขาทั้งสดทั้งกระหาย นี่คือฟอร์มที่ทีมต้องการ ----------------------------------------- เหตุผลที่เปลี่ยนซาก้าออกครึ่งแรก: เราจำเป็นต้องทำ เขาเล่นไปประมาณ 30 นาทีในมาดริด และวันนี้อีก 45 นาที เราต้องค่อยๆ เพิ่มภาระการเล่น แต่ก็ต้องระวัง เพราะเราต้องการเขาในสนาม ----------------------------------------- ลูอิส-สเกลลี่เล่นกองกลาง: อาจเป็นเพราะผมยังไม่รู้ดีพอ (หัวเราะ) หรือผมน่าจะให้เขาเล่นตำแหน่งนี้เร็วกว่านี้ แต่ผมต้องเลือกจังหวะที่เหมาะสม ทั้งความพร้อมของนักเตะ ทีม และคู่แข่ง วันนี้เป็นครั้งแรกและถือว่าเสี่ยงมาก แต่ผมรู้สึกว่านี่คือเกมที่เหมาะกับเขา ----------------------------------------- ขอบคุณแฟนบอล: ผมซาบซึ้งกับพลังและการสนับสนุนของพวกเขา มันสร้างความแตกต่างจริงๆ เมื่อเรารู้สึกถึงความเชื่อมโยง เราจะเล่นได้ดีขึ้นมาก ----------------------------------------- ครึ่งแรกดีที่สุดของฤดูกาลไหม: อาจจะใช่ ผมต้องไปดูทุกเกมอีกที แต่มันเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดแน่นอน ทีมมีการเชื่อมโยงกันอย่างยอดเยี่ยม และความสดของนักเตะช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ----------------------------------------- โมเมนตัมลุ้นแชมป์: นี่คือสิ่งที่เราต้องการ ใช้พลังและความเชื่อนี้ต่อยอดไปถึงวันอังคาร จากบรรยากาศในห้องแต่งตัว ผมคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว ----------------------------------------- อาการเอ็นร้อยหวายของซาก้า: ผมคิดว่าอาการเจ็บหายไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้มันจำกัดศักยภาพของเขา วันนี้เขาดูเล่นได้อย่างอิสระ และเราก็ได้ซาก้าที่เราต้องการกลับมา ----------------------------------------- ส่งสารถึงแมนฯ ซิตี้: มันคือการบอกกับตัวเราเองว่า เรายังรักษาความฝันไว้ได้ สิ่งที่ทีมทำมาตลอดฤดูกาลนั้นยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ขาดผู้เล่นหลายคน ----------------------------------------- เกี่ยวกับการอำลาของแพร์ แมร์เตซัคเกอร์: เขาคือตำนานของสโมสร เราเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน และมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก สิ่งที่เขาทำทั้งในฐานะนักเตะ และบทบาทในอะคาเดมีนั้นยอดเยี่ยม เขาทิ้งมรดกที่ยิ่งใหญ่ไว้ และในฐานะคน เขาเป็นหนึ่งในคนที่ดีที่สุดที่ผมเคยพบในวงการฟุตบอล ----------------------------------------- โอเดการ์ด-ฮาแวร์ตซ์ พร้อมเกมส์กับตราหมีหรือไม่? ผมคิดว่าน่าจะพร้อมทั้งคู่ เราจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้พวกเขาพร้อมสำหรับเกมนี้ ดูบอลสด บอลสด
  20. PREMIER LEAGUE 2025/26 Arsenal 3 - 0 Newcastle United Sat 2 May 2025, 23.30 น. GOAL: 1-0 วิคตอร์ เยอเคเรส (นาทีที่ 9, ซาก้า) 2-0 บูคาโญ ซาก้า (นาทีที่ 40, เยอเคเรส) 3-0 วิคตอร์ เยอเคเรส (นาทีที่ 40+4, ทรอสซาร์) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 6.5 ช่วงครึ่งแรก ราย่ามีจังหวะทำได้ดีในการออกมาตัดบอลถึงเกือบๆ กลางสนาม ส่วนครึ่งหลังก็มีได้เซฟไปหนนึง แต่ลูกยิงของคาสตาญก็ยิงมาตรงตัว เป็นอีกหนึ่งคลีนซีตของเขาในซีซั่นนี้ กาเบรียล มากัลเญส: 6.5 เกมส์รับของกาเบรียลไม่มีความผิดพลาด ยังเล่นได้แข็งแกร่งเหมือนเดิม แล้วแนวรุกของฟูแล่มก็กดดันแนวรับของอาร์เซน่อลได้ค่อนข้างน้อย วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0 เกมส์รับของซาลิบาไม่ค่อยมีประเด็นปัญหา เล่นได้แข็งแกร่งเหมือนเดิม ครึ่งหลังเหลี่ยมบังบอลเก็บกินสบาย แต่มักจะเกิดปัญหาเวลาที่เขาได้ครองบอล มันมี 2-3 จังหวะที่เขาเสียการครองบอลแบบง่ายๆ ในการขึ้นเกมส์ เบน ไวท์: 6.0 ครึ่งแรกฟอร์มภาพรวมของทีมไฉไลมากๆ แต่ก็มีตำหนิตรงไวท์ ที่เขามีความผิดพลาดอยู่ 3-4 จังหวะเลย ครึ่งหลังความผิดพลาดไม่มี ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 7.0 นี่คือสิ่งที่เกมส์รุกของอาร์เซน่อลขาดหายไปในช่วงหลังคือ ฟูลแบ็คที่สนับสนุนเกมส์รุกได้ดี ริชชี่ตอบโจทย์ดีกว่าอินคาปิเอ้ชัดเจนตรงจุดนี้ กลางครึ่งแรกริชชี่โหม่งบอลตุงตาข่ายไปแล้ว แต่ VAR ยึดคืนเพราะเขาอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ท้ายเกมส์เกือบทำประตูได้ แต่ลูกโหม่งของเขาไปติดเซฟเลโน่แฉลบไปชนคาน ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 7.5 เป็นเซอร์ไพรซ์เล็กๆ ที่ไมล์สได้สตาร์ทเป็นตัวจริง แล้วเป็นตำแหน่งกองกลางที่เขาถนัดเสียด้วย ซึ่งไมล์สถูกวางให้มีบทบาทเยอะทีเดียว ในการเป็นตัวพักบอลในแดนของคู่แข่ง แล้วทำได้ดีเสียด้วย จ่ายบอลแม่น เอาตัวรอดเก่ง พอเห็นแบบนี้ ซีซั่นหน้ามีโอกาสไม่น้อยที่เขาจะได้ถูกปรับมา เดแคลน ไรซ์: 7.0 นี่อาจจะเป็นโซลูชันของอาร์เตต้าในช่วงโค้งสุดท้าย ในการถอยไรซ์ ลงมายืนเป็นหมายเลข 6 ซึ่งไรซ์ไม่ต้องทำอะไรหลายฟังก์ชัน เขาทำหน้าที่รอเก็บบอลจังหวะสอง และช่วยแกะเพลส ถ้ามีโอกาสก็ทะลุขึ้นมาช่วยเกมส์รุก ซึ่งทำได้กลมกล่อมมาก เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.5 เอเซ่ มีโอกาสลุ้นประตูแถวหน้ากรอบเขตโทษอยู่ 2 ครั้ง แต่เขาเปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ อย่างไรก็ตามประตูที่สอง ก็ต้องชมการจ่ายบอลเร็วของเขา ครึ่งหลังเอเซ่เงียบไปหน่อย เลอันโดร ทรอสซาร์: 7.0 ครึ่งแรก การตัดสินใจของทรอสซาร์ในบางจังหวะอาจจะขัดหูขัดตาไปบ้าง แต่ช่วงทดเจ็บเขาเป็นคนเปิดบอลให้เยอเคเรสโขก 3-0 พอกลับมามีส่วนร่วมกับประตู ทำให้ครึ่งหลังทรอสซาร์ดูเล่นมั่นใจมากขึ้น บูคาโญ ซาก้า: 7.5 ประตูนำ 1-0 ซาก้าหลอกผู้เล่นฟูแล่มจนหลังหัก ก่อนถวายพานให้เยอเคเรสชาร์จง่ายๆ ก่อนที่เขาจะมาเป็นคนยิงประตู 2-0 ที่หลอกยิงเสาแรกแบบเด็ดขาด ช่วงพักครึ่งซาก้าถูกเปลี่ยนออกไปพัก เพื่อเก็บความสดสำหรับเกมส์แชมเปี้ยนลีก วิคตอร์ เยอเคเรส: 8.0 ในที่สุดเราก็ได้เห็นการประสานงานระหว่างซาก้า-เยอเคเรส เสียที ประตูแรกเขาเป็นคนยิง ประตูที่สองเขาสลับมาจ่ายให้ซาก้ายิงบ้าง ช่วงทดเจ็บก่อนหมดครึ่งแรกเขามาบวกเพิ่มได้อีกลูก ครึ่งหลังเกือบทำแฮตทริกแรกได้ แต่ยิงติดเซฟเลโน่ ตัวสำรอง: โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 (นาทีที่ 46, ซาก้า) ครึ่งแรก ครึ่งหลังเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างมาดูเอเก้กับซาก้า มาดูเอเก้หาความแน่นอนในจังหวะสุดท้ายไม่ได้เลย กาเบรียล เฆซุส: 5.0 (นาทีที่ 64, เยอเคเรส) ได้โอกาสลงมาเล่น แต่เฆซุส ก็เล่นได้น่าหงุดหงิดเหลือเกิน ไม่เช็คไลน์ จังหวะปะทะ 50:50 แพ้ตลอด มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 (นาทีที่ 64, ไรซ์) แม็กซ์ ดาวแมน: 6.0 (นาทีที่ 77, เอเซ่) คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 (นาทีที่ 83, ไวท์)
  21. Hand Of Arsenal สายวงในคนใน บอกว่า อาร์เซนอลมีความมั่นใจมากขึ้นว่า ยูร์เรียน ทิมเบอร์ จะต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยการเจรจามีความคืบหน้าอย่างยอดเยี่ยม และสัญญาฉบับใหม่จะสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของเขาภายในทีม ในแง่ของสภาพร่างกายปัจจุบัน อาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบเป็นสิ่งที่จัดการได้ยากมาก เท่าที่ทราบ ทีมงานพยายามค่อยๆ ฟื้นฟูเขาให้กลับมามีสภาพพร้อมลงเล่นอีกครั้ง ผมได้รับข้อมูลว่าเขาได้ไปพบผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม คนภายในสโมสรยังคงมองในแง่ดีว่าเขาจะกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในฤดูกาลนี้ แต่พูดตามตรง ผมเองก็เช็กข่าวทุกวัน รอวันที่จะได้บอกว่าเขากลับมาแล้ว อาร์เซนอลกำลังติดตาม มิคา ก็อดส์ อย่างใกล้ชิด โดยความเข้าใจของผมคือ ดาวเตะชาวเบลเยียมรายนี้เปิดกว้างอย่างมากกับการย้ายมาอาร์เซนอล หากสโมสรยกระดับความสนใจและเดินหน้าจริงจัง (สำหรับก๊อดส์ ปีกซ้ายวัย 20 ปีของอาแจ็กซ์ โดดเด่นมากในซีซั่นนี้ เขายิงไป 16 ประตู 13 แอสซิทจาก 39 เกมส์) ตามที่มีรายงานในสัปดาห์นี้ ไค ฮาแวร์ตซ์ กำลังเร่งฟื้นตัวเพื่อกลับมาลงสนาม โดยอาร์เตต้าเผยว่าเขาอาจพร้อมสำหรับเกมพบแอตเลติโก มาดริด (เหย้า) สุดท้าย เช่นเดียวกับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา สโมสรมีการพูดคุยกับนักเตะหลายรายในแต่ละตำแหน่ง หนึ่งในนั้นคือ ลิฟราเมนโต้ ซึ่งเจ้าตัวเชื่อมั่นว่าเขาจะได้ย้ายมาอาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าอาร์เซนอลยังไม่ได้มีการติดต่อกับนิวคาสเซิล ดังนั้นจึงยังไม่มีสัญญาณว่าเขาเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง ทุกวันจะมีข่าว “เชื่อมโยง” ใหม่ๆ ออกมา ซึ่งอาจเป็นเพียงการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของเบร์ต้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมี “ดีลใหญ่” ทุกวัน หวังว่าอัปเดตนี้จะช่วยให้ภาพรวมชัดเจนมากขึ้น Football London รายงานข่าวว่า อาร์เซนอลกำลังพิจารณาเสริมทัพผู้เล่นในเกมรุกหลายตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งปีกซ้ายและกองกลางตัวรุก นอกจากนี้ สโมสรยังให้ความสำคัญกับการมองหานักเตะอายุน้อยที่มีศักยภาพสูง และสามารถเข้ามาสร้างอิมแพคพร้อมคุณภาพให้กับทีมได้ทันที อาร์เซน่อล ได้ระบุชื่อของ จูเนียร์ ครูปี กองหน้าดาวรุ่งของบอร์นมัธ เป็นเป้าหมายในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ โดยเขาเป็นหนึ่งในแข้งดาวรุ่งที่อาร์เซน่อล กำลังสนใจอยู่ อย่างไรก็ตาม บอร์นมัธ ตั้งค่าตัวนักเตะไว้สูง และไม่มีความจำเป็นที่ต้องปล่อยตัวนักเตะรายนี้ออกจากทีม เนื่องจากมีสัญญากับทีมจนถึงปี 2030 กาเบรียล เชซุส, เลอันโดร ทรอสซาร์ และกาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน โดยมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสามคนอาจย้ายออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ขณะที่ อีธานวาเนรี่ กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากหลายสโมสรทั้งในอังกฤษและยุโรป โดยโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงแสดงความสนใจในตัวเขาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว Jacobs Ben เป็นนักข่าวอีกคนที่ยืนยันว่า อาร์เซน่อล ให้ความสนใจ จูเนียร์ ครูปี กองหน้าวัย 19 ปีของบอร์นมัธ และไม่ใช่แค่อาร์เซน่อลทีมเดียว ยังมีแมนซิตี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจด้วย แต่นักเตะไม่มีค่าฉีกสัญญา LA NACION สื่อของอาร์เจนติน่า เปิดเผยว่า อาร์เซนอลกำลังติดตามพัฒนาการของ ฮูเลียน อัลวาเรซ กองหน้าของแอตเลติโก มาดริด อย่างใกล้ชิด โดยมี กาเบรียล ไฮน์เซ่ เข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม ทีมงานสตาฟฟ์ด้านเทคนิคของอาร์เตต้าได้เริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติอาการบาดเจ็บ ตัวชี้วัดผลงาน และประสิทธิภาพในการเล่นของเขา มีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ บทบาทของ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ที่อาร์เซน่อล จะเป็นตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ แทนที่ของ มาร์ติน โอเดการ์ด โดยจะมีกองหน้าตัวที่เก็บบอลได้ดีในแดนหน้ามาเล่นร่วมกับเขา อาร์เซนอลได้ว่าจ้างนักกายภาพบำบัดจากภายนอกทีมแพทย์ของสโมสร เพื่อเข้ามาตรวจสอบปัญหาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตึงเครียดภายในสโมสร เนื่องจากทีมต้องขาดผู้เล่นตัวหลักหลายครั้งตลอดทั้งฤดูกาล นักกายภาพบำบัดชาวสเปน โจอาคิน อาเซโด้ ถูกดึงเข้ามาเป็นผู้นำในการสืบสวนครั้งนี้ โดยมีข้อมูลว่าอาเซโด้เป็นเพื่อนของมิเกล อาร์เตต้า และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขาก็เข้ามามีบทบาทใกล้ชิดกับทีมอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ Telegraph Sport ยังรายงานว่า อาเซโด้เคยเข้ามามีส่วนร่วมกับสโมสรในฤดูกาลก่อนหน้านี้แล้ว จากคำแนะนำของอาร์เตต้า ซึ่งฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บมากเป็นอันดับ 2 ของลีก เป็นรองเพียงแค่ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ออกมายืนยันก่อนเกมส์กับฟูแล่มในคืนวันเสาร์นี้ โดยเขาระบุว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ กับยูร์เรียน ทิมเบอร์ ยังหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทีม แต่มาร์ติน โอเดการ์ด ที่เจ็บจากเกมส์กับแอตเลติโก มาดริด ยังมีลุ้น ในรายของ ฮาแวร์ตซ์ อาร์เตต้าบอกว่ามีความเป็นไปได้ ที่เขาจะกลับมาเล่นได้ในเกมส์กับแอตเลติโก มาดริด ในรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกเลกที่สอง ไซมอน คอลลินส์ นักข่าวสายอาร์เซน่อล บอกว่า เดแคลน ไรซ์ เสี่ยงที่จะถูกลงโทษจากยูฟ่า จากกรณีที่เขาแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใส่ผู้ตัดสินในเกมที่อาร์เซนอลพบกับแอตเลติโก มาดริด ไรซ์ชี้ว่า แฟนบอลของแอตเลติโก มาดริด เป็นฝ่ายกดดันผู้ตัดสินจนมีการเปลี่ยนคำตัดสิน หลังจากที่อาร์เซนอลได้จุดโทษไปก่อนหน้านั้น ขณะนี้คณะกรรมการด้านวินัยของยูฟ่ากำลังรอรายงานอย่างเป็นทางการจากผู้ตัดสิน ก่อนจะตัดสินใจว่าจะมีการดำเนินการใดๆ หรือไม่ จอห์น คลอส บรรณาธิการข่าวกีฬาของเดอะ มิเรอร์ บอกว่า อาร์เซนอลกำลังพิจารณายื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของแอตเลติโก มาดริด เจ้าหน้าที่ของสโมสรได้พยายามรวบรวมหลักฐานที่อาจใช้ยื่นต่อยูฟ่า อาร์เซนอลมีสิทธิ์ที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อยู่ฟ่า เกี่ยวกับสภาพสนามของโปลิตัน แม้ว่าขณะนี้สโมสรจะยังไม่ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีแนวโน้มว่าพวกเขามีหลักฐานเพียงพอที่จะส่งคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรถึง UEFA ได้ หากต้องการ อาร์เซน่อล ไม่ใช่ทีมแรกที่พบปัญหาเกี่ยวกับรังเหย้าของแอตเลติโก มาดริด ก่อนหน้านี้ ฮันนี่ ฟริค กุนซือของบาร์เซโลน่า ก็เคยวิจารณ์เกี่ยวกับสภาพสนามของแอตเลติโก มาดริด
  22. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์เปิดบ้านรับฟูแล่ม ในเกมส์พรีเมียร์ลีกวันเสาร์นี้ สภาพทีมหลังเกมส์รอบรองฯ: ผมคิดว่าน่าจะโอเคนะ แต่ต้องรอดูสภาพของทุกคนอีกทีในเช้าวันพรุ่งนี้ แน่นอนว่าเราแทบไม่มีเวลาซ้อม ดังนั้นพรุ่งนี้จะเป็นการอัปเดตครั้งสุดท้าย โอเดการ์ด, ทิมเบอร์ และฮาแวร์ตซ์: ใช่ ไค กับ ยูร์เรียน จะพลาดลงสนาม โอเดการ์ด: ต้องรอดู ความรู้สึกหลังเกมส์วันพุธ: โฟกัสที่ฟูแล่ม และความกระหาย ความกระหายในการลงเล่น แข่งขัน ชนะ และเข้าใกล้ความฝันของเรา จังหวะจุดโทษที่ถูกยกเลิกในเกมส์กับแอตเลติโก: ผมไม่รู้เลย ยังไม่ได้คุยกับพวกเขาในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เรื่องนั้นเราจะไปจัดการกันวันจันทร์ ตอนนี้โฟกัสที่ฟูแล่ม ใช้เกมส์วันพุธเป็นแรงผลักดันช่วงโค้งสุดท้าย: ผมคิดว่าเรามีแรงมากพออยู่แล้ว เรากำลังเล่นเพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และนี่คือจุดที่เราอยากอยู่ เหลืออีก 4 เกมส์ นี่คือเกมส์ที่สอง ผมพร้อมลุย บรรยากาศแบบ “สู้ตาย” ในทีม: เรามีแน่นอน และเราต้องรับมือกับทุกสถานการณ์เพื่อบรรลุเป้าหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนน่าผิดหวังมาก และตอนนี้เราต้องทำให้ได้ในบ้านของเรา สิ่งที่เห็นในตัวนักเตะ: ความกระหายในการชนะ นั่นแหละ เพื่อแข่งขัน เตรียมตัว และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล ข้อความถึงแฟนบอล: มาทำในสิ่งที่เราทำมาตลอดทั้งฤดูกาล สร้างพลัง ความหลงใหล และร่วมกันทำให้มันเกิดขึ้น นี่คือบททดสอบความนิ่งก่อนจบฤดูกาลหรือไม่: มีหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ที่เราต้องจัดการให้ดี แต่ผมอยากเน้นไปที่ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ความกระหาย ที่เรามีมาตลอดฤดูกาล และต้องมากขึ้นไปอีก เพราะเหลือแค่ 4 เกมส์ และทุกอย่างมีเดิมพัน การทำประตูใน 15 นาทีแรกของครึ่งหลัง: เราพยายามวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก แล้วนำไปใช้ทันทีในครึ่งหลัง มันมีหลายปัจจัย แต่สถิตินี้ถือว่าดี อย่างไรก็ตาม เราต้องการทำแบบนี้ได้ในทุกช่วง 15 นาทีของเกมส์ ฟอร์มของฟูแล่ม: มาร์โก ซิลวา ทำงานได้ยอดเยี่ยม ผมพูดมาหลายครั้งแล้วว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในลีก วิธีจัดทีม และสิ่งที่เขาทำให้สโมสรนั้นยอดเยี่ยมมาก เรารู้ว่ามันจะเป็นเกมส์ที่ยาก การพาบอลบุกไปข้างหน้า: “การเจาะเกมส์” เป็นคำที่เราใช้บ่อย เราต้องให้นักเตะกล้าตัดสินใจและสร้างโอกาสเอง การผ่านบอลอย่างเดียวอาจไม่พอเมื่อเจอกับทีมที่จัดระเบียบดี เราต้องหาวิธีอื่น ฤดูกาลของไค ฮาแวร์ตซ์: เขาเป็นการขาดหายครั้งใหญ่ เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นเกมส์รุกที่สำคัญมาก แต่ต้องเจ็บยาว 7-8 เดือน และเขาไม่ใช่คนเดียว ทีมแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือสถานการณ์แบบนี้และยังแข่งขันได้ดีมาก อนาคตของเขา: ตอนนี้โฟกัสอยู่ที่ความพร้อมและผลงาน ไคอยากกลับมาลงสนามเร็วที่สุด หวังว่าเกมส์กับแอตเลติโกเขาจะพร้อม เขาพยายามเต็มที่ การไม่มีเวลาซ้อมระหว่างเกมส์: สิ่งสำคัญคือการฟื้นฟูร่างกาย และทำความเข้าใจสิ่งที่ต้องทำ เมื่อไม่มีเวลาซ้อมมาก เราต้องใช้วิธีอื่น เช่น การสื่อสารเป็นทีม และการคุยแบบตัวต่อตัว บทบาทของไรซ์ที่ถอยต่ำ: แต่ละคู่แข่งต่างกัน ในเกมส์ล่าสุดเรามองว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการโจมตีพวกเขา เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ และความยืดหยุ่นของกองกลางเป็นสิ่งที่ดี ฟอร์มของดีแคลน ไรซ์: ฟุตบอลยุคใหม่ต้องการผู้เล่นที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ไม่ใช่แค่เบอร์ 6, 8 หรือ 10 ถ้าอยากเป็นทีมที่สมบูรณ์ ต้องมีผู้เล่นที่ครบเครื่อง และไรซ์กำลังพัฒนาไปในทิศทางนั้น ลุ้นนักเตะแห่งปี: สิ่งที่ไรซ์ทำอยู่ยอดเยี่ยมมาก การลงเล่นจำนวนมากด้วยคุณภาพระดับสูงต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก และเขาทำได้ต่อเนื่องหลายฤดูกาล ซึ่งหาได้ยากมาก อิสระในการเล่นของเอเซ่: ใช่ นั่นคือส่วนหนึ่งของตัวตนเขา เขามีวิธีแสดงออกที่ไม่เหมือนใคร สิ่งที่เขาสื่อออกมาคือความมั่นใจ ความนิ่ง และความสุขุม ส่งต่อสิ่งนั้นให้เพื่อนร่วมทีมหรือไม่: เขาทำได้ โดยเฉพาะวิธีสื่อสารและเชื่อมโยงกับคนอื่น นั่นเป็นสิ่งพิเศษ เราต้องการผู้เล่นแบบนั้น การเตรียมทีมระหว่างสองเกมส์รอบรองฯ: เวลาการแข่งขันต่างออกไป และหวังว่าผลลัพธ์จะต่างด้วย เรารู้ว่าคู่แข่งยาก แต่ผมสัมผัสได้ว่าทีมต้องการมันมาก พรุ่งนี้เราจะพร้อมอีกครั้ง โปรแกรมเตะถี่: ผมนึกถึงเกมส์ยากๆ ที่เราชนะมา เราเรียนรู้ได้จากทั้งเกมส์ที่ดีและไม่ดี เราเตรียมตัวดีที่สุดเพื่อโอกาสชนะ พรีเมียร์ลีกควรช่วยเรื่องโปรแกรมหรือไม่: ถ้าทำได้ก็ดีมาก นักเตะรู้สึกกดดันจากแฟนบอลไหม: ต้องไปถามนักเตะ แต่ผมขอบคุณแฟนบอลมาก บรรยากาศที่เอมิเรตส์ยอดเยี่ยม และเราต้องการมากขึ้นไปอีก เขาเองรู้สึกกดดันไหม: มันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ผมเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ และให้นักเตะตัดสินใจเอง โดยเฉพาะเวลาครองบอล เพราะพวกเขามีคุณภาพพอที่จะเลือกสิ่งที่ถูกต้อง
  23. UEFA CHAMPION LEAGUE 2025/26 - Semi Final Athletico Madrid 1 - 1 Arsenal Wed 29 April 2025, 02.00 น. GOAL: 0-1 วิคตอร์ เยอเคเรส (นาทีที่ 43, จุดโทษ) 1-1 ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ (นาทีที่ 56, จุดโทษ) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 7.5 ต้นเกมส์มีจังหวะต้องบินปัดลูกพลิกยิงของฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ครึ่งเวลาหลังมีเซฟสองจังหวะที่ อเดโมล่า ลุคแมน ได้หลุดเข้ามายิงในกรอบเขตโทษ แต่ส่วนนึงก็มีโชคที่ลุคแมนยิงไม่ได้หนีตัวของราย่ามากนัก กาเบรียล มากัลเญส: 7.0 ครึ่งหลังมีจังหวะบล็อกลูกยิงของกริซมันน์เอาไว้ได้แบบหวุดหวิด ถ้าไม่ติดกาเบรียลมีโอกาสเสียประตูสูงมาก จังหวะป้องกันอื่นๆ กาเบรียลก็ทำได้ดี มีพลาดนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0 ซาลิบามีจังหวะไปฝืนเล่นยาก แล้วเสียบอลกลางสนาม ดีที่ตราหมีตัดได้แล้วทำเสียเอง แต่ภาพรวมซาลิบาก็ยังเล่นเกมส์รับได้ดี ครึ่งหังอ่านเกมส์ดี เบน ไวท์: 5.0 เป็นคนทำทีมเสียจุดโทษ ลูกยิงของยอเรนเต้กระดอนพื้นมาโดนมือของเขา ทำให้เจ้าถิ่นตามตีเสมอ 1-1 สภาพเบน ไวท์ ตอนนี้ ขยับเติมเกมส์รุกก็ไม่ได้ เกมส์รับพอถูกกดดันหนักก็ออกอาการ เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.5 เกมส์รับไม่ได้มีปัญหาอะไรสำหรับอินคาปิเอ้ แต่ปัญหาของเขาก็ยังแก้ไม่หาย คือเวลาขึ้นเกมส์ และการขึ้นเติมเกมส์รุกมันอึดอัด และติดขัดแทบทุกครั้ง เดแคลน ไรซ์: 7.0 ถอยลงต่ำไปยืนเหมือนเป็นเบอร์ 6 แล้วปล่อยให้ซูบิเมนดี้ขยับสูงขึ้นมา ครึ่งแรกไรซ์คุมจังหวะสบายเลย เพราะตราหมีไม่ได้บีบเพลส แต่ครึ่งหลังไรซ์คนเดียวเริ่มคุมพื้นที่ตรงกลางไม่อยู่ ท้ายๆ อาร์เซน่อลถึงจะกลับมาครอบครองบอลได้ขึงใส่อีกรอบ มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 ขยับขึ้นมาสูงเหมือนเล่นเป็นกองกลางเบอร์ 8 จังหวะที่ทีมได้จุดโทษก็เป็นซูบิเมนดี้ที่จ่ายบอลไปให้เยอเคเรส แต่ก็มีหลายครั้งที่ซูบิก็เร่งออกบอลจนมันขาดความละเอียด ถ้านิ่งกว่านี้เพื่อนน่าจะเอาไปเล่นต่อได้ มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 (C) โอเดการ์ดก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้ ผลงานในเกมส์นี้ก็ยังสร้างอิมแพ็คได้น้อย การออกบอลไม่ได้ทำให้ทีมได้เปรียบมากนัก โอกาสชัดเจนสุดคือนาทีที่ 15 ที่ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ก็แต่งตัวนานพอยิงก็ไปติดบล็อก กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 5.0 ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไรในเกมส์รุก ไม่มีจังหวะหนึ่งต่อหนึ่งที่มาร์ตี้เอาชนะคู่แข่งได้เลย มีแต่เลี้ยงๆ แล้วก็วนกลับ การรประสานงานกับอินคาปิเอ้ก็ขาดๆ เกินๆ โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 ครึ่งแรกมีสองจังหวะที่ทำได้ดีในคือต้นเกมส์ที่ลุยทะลุไปถึงเส้นหลัง กับอีกครั้งที่ได้ลากตัดมาปั่นหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น ครึ่งหลังมาดูเอเก้หายเงียบไปเลย วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.5 เป็นคนเรียกจุดโทษให้กับทีมได้ ในช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนจะลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาดให้ทีมขึ้นนำ 1-0 แต่นอกเหนือจากจังหวะนี้ เยอเคเรสก็ทำอะไรไม่ค่อยได้ ตัวสำรอง: เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 (นาทีที่ 58, โอเดการ์ด) ก็มีจังหวะที่ทำได้ดี ในการพลิกบอลขึ้นหน้า เกือบจะเรียกจุดโทษลูกที่สองได้ แต่ VAR เปลี่ยนคำตัดสิน แล้วก็มีจังหวะที่เอเซ่พลาดเสียบอลง่ายๆ อยู่ 2-3 หน เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 (นาทีที่ 68, มาร์ติเนลลี่) สัมผัสแรกของทรอสซาร์ ก็เกือบสร้างเรื่องเลย ไปครองบอลเล่นยากในแดนตัวเอง แล้วทำเสียบอล ช่วงท้ายก็มีลูกขลุกขลิกให้ได้ยิงบ้าง แต่ก็ไปติดบล็อกหมด บูคาโญ ซาก้า: 6.0 (นาทีที่ 68, มาดูเอเก้) ลงมาช่วง 20 นาทีสุดท้าย ก็ทั้งจังหวะที่เลี้ยงผ่านได้ แต่ก็มีจังหวะลื่น เลี้ยงติดด้วย กาเบรียล เฆซุส: 6.0 (นาทีที่ 68, เยอเคเรส) คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 (นาทีที่ 86, ไวท์) ดูบอลสด บอลสด
  24. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์ที่อาร์เซน่อลเปิดบ้านเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ในเกมส์พรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา 🎙️ รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น: นิวคาสเซิ่ล เปลี่ยนผู้เล่น 5 คน แต่ความรู้สึกเหมือนพวกเขาเปลี่ยนผู้เล่นลงมา 10 คนเลย พวกเขาส่งผู้เล่นใหม่ลงมาเรื่อย ๆ แต่เราก็มีความจำเป็นที่ต้องชนะในเกมส์นี้ และมันเป็นเกมส์ที่สูสีมาก สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ มีหลายช่วงทั้งครึ่งเวลาแรกและครึ่งหลัง ที่เราแสดงให้เห็นถึงวินัย ความกล้ามหาญในเกมส์รับที่ยอดเยี่ยม แต่เมื่อมีบอล ยังมีหลายอย่างที่เราต้องปรับปรุงอีกมาก ถ้าเราอยากควบคุมเกมส์ให้ได้ดีกว่านี้ ในหลายๆ ด้าน เช่น การจบสกอร์ของเรา จำนวนครั้งที่เราสามารถพาบอลเข้าสู่พื้นที่อันตรายได้ มันควรจะต้องเกิดความแตกต่างขึ้น รวมถึงการยืนตำแหน่งในพื้นที่สุดท้าย และการเพลสซ่งแบบต่อเนื่องในพื้นที่ดังกล่าว แต่บางครั้งเกมส์ก็สะดุดและขาดตอน -------------------------------------------------------------------- 🎙️ จังหวะที่นิค โป๊ป ฟาล์วเยอเคเรส ควรเป็นใบแดงหรือไม่? ในมุมมองของผม มันเป็นใบแดงชัดเจน ผมดูซ้ำมาหลายครั้งแล้ว ถ้าคุณเคยเล่นฟุตบอล คุณจะรู้ว่านั่นคือใบแดง นี่เป็นครั้งที่สองในสองเกมติดต่อกัน รวมถึงจังหวะในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในจังหวะที่ฮาแวร์ตซ์กำลังจะหลุดเดี่ยว นี่แหละคือความต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงเวลาสำคัญ เมื่อทุกอย่างอยู่บนเส้นบาง ๆ คุณต้องการให้การตัดสินเป็นใจให้คุณ แต่เรายังไม่ได้รับมัน -------------------------------------------------------------------- 🎙️ อัพเดทอาการเจ็บของฮาแวร์ตซ์-เอเซ่: พวกเขาต้องถูกเปลี่ยนตัวออก เพราะมีอาการตึงกล้ามเนื้อเล็กน้อย เราคิดว่าอาการจะไม่รุนแรง แต่ต้องรอดูว่าพวกเขาจะพร้อมสำหรับเกมส์วันพุธนี้หรือไม -------------------------------------------------------------------- 🎙️ ซูบิเมนดี้ไม่สบาย: เขามีอาการป่วย และรู้สึกไม่ค่อยดีในช่วงพักครึ่ง เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะลงเล่นต่อ แต่สุดท้ายเราจำเป็นต้องให้เขาออกจากสนาม -------------------------------------------------------------------- 🎙️ การใช้เอเซ่กับโอเดการ์ดเล่นร่วมกันสองนัดติด พวกเขาแทบไม่ได้พร้อมลงเล่นด้วยกันเลยในฤดูกาลนี้ และเมื่อรวมกับฮาแวร์ซ์ และซาก้า พวกเขายังไม่เคยได้ลงเล่นพร้อมกันเลยในฤดูกาลนี้ ซึ่งมันน่าเหลือเชื่อมาก เราต้องรับมือกับสถานการณ์หลายอย่างตลอดทั้งฤดูกาลนี้ -------------------------------------------------------------------- 🎙️ ได้ซาก้ากลับมาแล้ว ยอดเยี่ยมมาก ผมคิดว่าเขาสร้างอิมแพกต์ได้ดีมากในช่วงเวลาที่เขาได้ลงเล่น เขากลับมาแล้ว ดูเฉียบคม ดูดี และดูสดมาก คุณจะสังเกตได้เลยว่ามีบางอย่างแตกต่างไป ทั้งในทีมและในสนาม เมื่อเขาลงมา เราต้องการสิ่งนั้นแน่นอน -------------------------------------------------------------------- 🎙️ โยนความกดดันให้กับซิตี้คืนบ้าง เราต้องทำในสิ่งที่เราควบคุมได้ และเราได้พูดกันแล้วว่าเกมส์นี้อยู่ในมือของเรา ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ เราชนะได้ไหม? เราทำได้แล้ว เราอยากได้ผลต่างที่มากกว่านี้ แต่มันไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เราก็ทำหน้าที่ของเราได้สำเร็จ -------------------------------------------------------------------- 🎙️ สูตรลูกเตะมุมใหม่ เราต้องปรับตัวกับทุกอย่างในเกมส์ เมื่อคู่แข่งเริ่มปรับตัว หรือมีความแข็งแกร่งทางร่างกายจนสามารถป้องกันได้ตามธรรมชาติ คุณต้องหาวิธีอื่น สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือความกล้าหาญของนักเตะ เราเล่นลูกสั้น และคุณเห็นปฏิกิริยาของแฟนบอล ครั้งที่สองเราก็ทำอีก เอ็บส์ (เอเซ่) ยิงด้วยซ้ายแต่หลุดออกไป ครั้งที่สามเราทำประตูได้สำเร็จ การมีความกล้าแบบนี้ในช่วงเวลาที่มีความกดดัน และต้องการการตอบสนองทันที นี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการจากทีม นักเตะเป็นคนตัดสินใจ และเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด -------------------------------------------------------------------- 🎙️ เอเซ่ มีทีเด็ดจากลูกยิงไกลอีกแล้ว เอ็บส์ (เอเซ่) เป็นนักเตะคนสำคัญของเรา และตอนนี้เขาอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีมาก เขาสร้างช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในการทำประตู หวังว่าเขาจะฟิตและพร้อมสำหรับเกมส์วันพุธ ดูบอลสด บอลสด
  25. PREMIER LEAGUE 2025/26 Arsenal 1 - 0 Newcastle United Sat 25 April 2025, 23.30 น. GOAL: 1-0 เอเบเรซี่ เอเซ่ (นาทีที่ 9, ฮาแวร์ตซ์) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 7.0 ครึ่งแรกมีจังหวะเซฟลูกยิงไกลของโตนาลี ที่บอลส่ายเกือบจะหลงเหมือนกัน แต่ราย่ายังไวที่เซฟเอาไว้ได้ ครึ่งหลังไม่ได้มีอะไรต้องออกแรงเพิ่ม แต่ก็ไม่มีความผิดพลาด การออกมารับบอลลูกโด่งเข้ามือตลอด ราย่าเก็บคลีนซีตเพิ่มได้อีกนัด กาเบรียล มากัลเญส: 7.0 ลูกกลางอากาศ กาเบรียลยังคงเล่นได้อย่างแข็งแกร่งในการป้องกันกรอบเขตโทษของทีม รวมถึงลูกบล็อกลูกยิงไกลของฝั่งทีมเยือน วิลเลี่ยม ซาลิบา: 6.5 ครึ่งแรกมีจังหวะต้องไปยอมตัดฟาล์วอยู่ 2-3 หน เวลาที่โอซูล่า กองหน้าของนิวคาสเซิ่ลได้บอลจังหวะสวนกลับ รวมๆ ซาลิบาก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน แต่อาจจะมีติดเล่นเสี่ยง เล่นยาก หวิดเสียบอลอยู่บ้าง เบน ไวท์: 6.0 สลับกลับมาเป็นตัวจริงบ้าง แต่ไวท์ก็เล่นได้แค่ประคองตัว เอาตัวรอดเท่านั้น ฟอร์มการเล่นเดิมๆ ก็ยังไม่กลับมา การออกบอลหลายครั้งขึ้นหน้าของไวท์ดูไร้จินตนาการมากๆ เปียโร่ อินคาปิเอ้: 7.5 เกมส์รับของอินคาปิเอ้ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมส์อินคาปิเอ้ มีจังหวะเกมส์รับสำคัญๆ อยู่หลายครั้ง ส่วนการเติมเกมส์รุกก็ตามสภาพของอินคาปิเอ้ ยังไงก็ยังไม่ใช่จุดเด่นของเขา มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.5 สองจังหวะต้นเกมส์ที่ซูบิเมนดี้เจอบีบเร็วจนเสียบอลกลางสนาม ทำให้นิวคาสเซิ่ลได้หลุดเข้าถึงกรอบเขตโทษของทีม ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะเข้าสู่เกมส์ได้ ที่เขาตัดบอลได้ดีอยู่ 3-4 หน ครึ่งหลังพยายามจะขยับดันสูงมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่ดีพอ ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกสภาพป้อแป้สุดๆ ก็ไม่แปลกเพราะนี่นัดที่ 50 ของซูบิในซีซั่นนี้แล้ว เดแคลน ไรซ์: 6.0 ไรซ์ไม่ค่อยขยับเติมขึ้นสูงเท่าไร พยายามรั้งอยู่ด้านหลัง ระวังจังหวะที่นิวคาสเซิ่ลจะโต้กลับเร็ว ไรซ์ก็ยังวิ่งช่วยทีมเยอะเหมือนเดิม แต่วันนี้แดนกลางเก็บบอลได้ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะครึ่งหลัง ที่ปล่อยให้นิวครองบอลเยอะกว่า มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 (C) พยายามจะมีส่วนร่วมกับเกมส์ ลงมาล้วงบอลต่ำเอง แต่ปัญหาของโอเดการ์ดที่เราเห็นในซีซั่นนี้ก็ยังเหมือนเดิม คือการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายหลายครั้งยังทำได้ไม่ดี จังหวะการเล่นกับเพื่อนมันก็ดูเหมือนไม่ค่อยเข้าใจกัน เลยดูติดๆ ขัดๆ ไปหมด เอเบเรซี่ เอเซ่: 7.0 ยิงประตูแบบสุดสวยให้อาร์เซน่อลขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บทบาทกับเกมส์ของเอเซ่ก็มีไม่มากนัก เริ่มครึ่งหลังได้ไม่ถึง 10 นาทีเอเซ่ ก็มีปัญหาบาดเจ็บไปอีกคน จนเล่นต่อไม่ไหว โนนี่ มาดูเอเก้: 5.5 ครึ่งแรกโนนี่มีโอกาสไปป่วนเปี้ยนและได้บอลในพื้นที่อันตรายอยู่หลายครั้ง แต่ก็เหมือนกันทุกครั้งคือมันไม่มีประสิทธิภาพ การตัดสินใจไม่ดี ครึ่งหลังอาการหนักเลย ทำเสียตลอด ทั้งที่มีความเร็วเป็นต่อแดน เบิร์น ชัดเจน ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 ยึดตำแหน่งหน้าเป้าตัวจริงเป็นนัดที่สองติดต่อกัน ไคมีส่วนร่วมในการจ่ายบอลตั้งให้เอเซ่วิ่งมาตะบันให้ทีมขึ้นนำ 1-0 แต่ฮาแวร์ตซ์ก็อยู่ในสนามได้แค่ครึ่งชั่วโมง ก็เหมือนมีปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนเล่นต่อไม่ไหว ตัวสำรอง: วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 34, ฮาแวร์ตซ์) ลงมาเล่นแทนฮาแวร์ตซ์ที่เจ็บในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เยอเคเรสเก็บบอล พักบอลในแดนหน้าให้ทีมไม่ได้เลย ครึ่งหลังก็พอจะชิงจังหวะ ชิงเหลี่ยมได้ดีขึ้นมาเล็กน้อย ทดเจ็บได้ส่วนกลับแบบโล่งๆ แต่จ่ายไปติดนักเตะนิวคาสเซิ่ลดื้อๆ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.0 (นาทีที่ 53, เอเซ่) ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0 (นาทีที่ 80, ซูบิเมนดี้) ลงมาเล่นตรงกลางในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แต่เล่นกองกลางฝั่งซ้าย บทบาทก็ยังไม่ได้มีอะไรมาก บูคาโญ ซาก้า: 6.0 (นาทีที่ 80, มาดูเอเก้) หายเจ็บกลับมาลงเล่นได้แล้วสำหรับซาก้า หลังจากหายไปร่วมเดือน 10 นาทีของซาก้า เห็นความแตกต่างชัดเจนกับมาดูเอเก้ ซาก้าได้บอลในพื้นที่อันตรายมันกดดันคู่แข่งได้ตลอด มีทั้งยิงไปแฉลบเบิร์นหลุดเสาสอง และอีกครั้งจ่ายให้โอเดการ์ดยิงจากนอกกรอบ ดูบอลสด บอลสด
  26. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์พรีเมียร์ลีกที่จะเปิดบ้านรับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันเสาร์นี้ 🎙️ อัพเดทความพร้อม: บูกาโญ ซาก้า กับริคาร์โด้ คาลาฟิออรี จะมีชื่อในเกมส์กับนิวคาสเซิ่ลวันพรุ่งนี้ ดังนั้นถือเป็นข่าวดี แต่ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ยังไม่พร้อมลงสนาม ----------------------------------------------------------------- 🎙️ ทำไมซาก้าจึงหายไปนานกว่าที่คาดไว้ เราให้เวลากับเขาไปพักหนึ่ง เพราะเขาผ่านช่วงเวลาที่มีปัญหาในการรักษาฟอร์มการเล่น เขาไม่สบายใจเลยในตอนนั้น เขายังได้ใช้เวลาพักเพื่อจัดการกับตัวเองด้วย ตอนนี้เราเข้าสู่ช่วงที่สำคัญที่สุดของฤดูกาลแล้ว และเขาก็กลับมาร่วมทีมกับเราอีกครั้ง ----------------------------------------------------------------- 🎙️ การลุ้นแชมป์ตัดสินใน 5 นัดสุดท้าย: มันต้องการการทุ่มเททุกอย่างที่เรามี ทุกสิ่งที่คุณมี คุณต้องใส่มันลงไปทั้งหมด นั่นคือสิ่งที่ชัดเจน การชนะในวันพรุ่งนี้ ชนะเกมแรก (จาก 5 นัด) จะพาเราเข้าใกล้มากขึ้น ผมเชื่อมั่นในนักเตะของเรา ทีมงานของเรา และความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งของเราในการบรรลุเป้าหมาย เหลืออีก 5 นัด อีก 4 สัปดาห์ เรากำลังต่อสู้ใน 2 รายการใหญ่ และทุกอย่างยังเปิดกว้างให้คว้าได้ทั้งหมด ----------------------------------------------------------------- 🎙️ แชมป์อาจตัดสินด้วยลูกได้เสียหรือไม่? ชัยชนะต้องมาก่อน จากนั้นค่อยคิดเรื่องผลต่างประตู เราพูดถึงแค่ศักยภาพของเรา และเรามุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะในทุกนัด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เราอาจพิจารณาเรื่องอื่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเหนือกว่าคู่แข่งและคว้าชัย ----------------------------------------------------------------- 🎙️ สิ่งที่เดแคลน ไรซ์ แสดงออกหลังแพ้ซิตี้ เรารู้ดีว่าเราโชคดีแค่ไหนที่มีเดแคลน ไรซ์ ฤดูกาลนี้ของเขายอดเยี่ยมมาก สิ่งสำคัญคือผลงานของเขาในเกมถัดไป ซึ่งคือเกมกับนิวคาสเซิ่ลวันพรุ่งนี้ และผมมั่นใจว่าเขาจะทำผลงานได้ดีที่สุดและสร้างความแตกต่างได้ ----------------------------------------------------------------- 🎙️ ปีแรกของซูบิเมนดี้ในพรีเมียร์ลีก การลงเล่น 50 นัดให้กับอาร์เซน่อลในฤดูกาลแรกของคุณ ในระดับนี้ และคว้าชัยชนะได้มากขนาดนี้ คุณต้องทำอะไรที่พิเศษมาก เขาเป็นที่รักของทุกคนอย่างชัดเจน ถ้าย้อนกลับไปช่วงกันยายนหรือตุลาคม ตอนที่เขาทำประตูหรือแอสซิสต์ได้ คุณจะเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทีม มันยอดเยี่ยมมาก และเราก็โชคดีที่มีเขาอยู่กับเรา ----------------------------------------------------------------- 🎙️ การลุ้นความสำเร็จในสองรายการใหญ่: ทุกอย่างมุ่งไปที่การคว้าแชมป์ เมื่อคุณอยู่ในตำแหน่งแบบที่เราเป็นตอนนี้ ในสองรายการใหญ่ที่เรากำลังแข่งขันอยู่ คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว ทุกเกมจะแตกต่างกัน เราต้องโฟกัสกับสิ่งสำคัญ และสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยให้นักเตะอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดร่วมกับทีม การทำให้นักเตะทุกคนพร้อม นั่นคือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นบทเรียนที่มีค่ามากที่เราได้เรียนรู้ ----------------------------------------------------------------- 🎙️ การที่ต้องเปลี่ยนจากผู้นำมาเป็นผู้ล่าแทน จะส่งผลกระทบทางด้านจิตใจหรือไม่ สำหรับผมแล้ว การอยู่อันดับสองไม่ได้ส่งผลกระทบทางจิตใจเลย ที่ผ่านมา ผลกระทบทางจิตใจจริง ๆ คือการต้องเป็นฝ่ายไล่ตามมาหลายเดือน อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด และอะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุด? มันคือการชนะเกมนัดถัดไป สภาพจิตใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอันดับไหนก็ตาม ตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาใหม่สำหรับผม นี่คือความเป็นจริง นี่คือสถานการณ์ของทั้งสองทีม อันดับในตารางของเรา และจำนวนเกมส์ที่เหลืออยู่ ผมคิดว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการอธิบาย มันคือสิ่งที่ผมรู้สึก และเกมพรุ่งนี้คือเกมแรก ----------------------------------------------------------------- 🎙️ เชลชีปลดเลียม โรซิเนียร์: มันน่าเศร้าเสมอเมื่อเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งต้องอำลาสโมสร โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลใกล้จะจบลง เราทุกคนเข้าใจดีถึงแรงกดดันและการถูกจับตามองที่เราต้องเผชิญ และเรารู้ดีว่าเป้าหมายเดียวคือการคว้าชัยชนะให้ได้มากที่สุด ดูบอลสด บอลสด
  27. PREMIER LEAGUE 2025/26 Man City 2 - 1 Arsenal Sun 19 April 2025, 22.30 น. GOAL: 1-0 รายาน แซร์กี้ (นาทีที่ 15) 1-1 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 18) 2-1 เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ (นาทีที่ 65) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 6.0 หวิดพลาดตั้งแต่ต้นเกมส์ที่ไปจับบอลยาวดีที่ตามไปเล่นต่อได้ทันก่อนที่ฮาลันด์จะมาฉกบอล กาเบรียล มากัลเญส: 5.0 ต้นเกมส์มีจังหวะบล็อกลูกยิงสำคัญที่ไปแฉลบเขาแล้วบอลไปชนเสา แต่จังหวะที่เสียประตูกาเบรียลก็เจอแซร์กี้เลี้ยงผ่านไปดื้อๆ เลย ลูกที่ซิตี้นำ 2-1 กาเบรียลก็ไปบล็อกฮาลันด์ไม่ทัน เขาก็พยายามจะแก้ตัวด้วยการโหม่งลูกฟรีคิกไปชนเสา เขาดูควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ มีเอาหัวไปโขกฮาลันด์ดีที่ไม่โดนใบแดง วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0 อาร์เซน่อลดันขึ้นไปเพลสซิ่งสูงใส่แมนซิตี้ ทำให้ซาลิบาต้องทำหน้าที่รับผิดชอบในการประกบกับฮาลันด์แบบตัวต่อตัว ซาลิบาก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดี แต่ก็อาจจะมีจังหวะฝืนไปเล่นยากจนหวาดเสียวไปหนนึงในการขึ้นเกมส์ คริสเตียน มอสเกร่า: 6.5 ต้องทำหน้าที่ตามประกบโดกู ซึ่งมอสเกร่าพยายามจะเข้าถึงตัวโดกูเร็วตลอด ไม่ให้พลิกเล่นบอล ทำให้เขาไปทำฟาล์วอยู่หลายครั้ง ก่อนที่จะมาโดนใบเหลืองในช่วงท้ายครึ่งแรก ภาพรวมก็ถือว่ามอสเกร่าทำได้ดี เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.5 ครึ่งแรกมีจังหวะบล็อกลูกยิงของเซเมนโญ่เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ปัญหาของอินคาปิเอ้คือเวลาที่เขาได้บอล มักจะติดขัดเสมอไม่ว่าจะออกบอลไปข้างหน้า หรือจะพาบอลไปเอง มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 5.5 ซูบิเมนดี้วันนี้ไม่สามารถเคลื่อนที่ขึ้นไปรับบอลได้เลย ส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยป้องกันหน้ากรอบเขตโทษ การขึ้นเกมส์ก็มีส่วนร่วมน้อยเกินไป เดแคลน ไรซ์: 6.5 พยายามจะแย่งชิงจังหวะบอลตรงกลางกับทางแมนซิตี้ ก็มีช่วยเบรกช่วยตัดเอาไว้ได้อยู่ 2-3 หน โอกาสขยับเติมขึ้นไปสนับสนุนเกมส์รุกค่อนข้างน้อย มีจังหวะที่ชัดเจนที่เขาทำทางในจังหวะที่ฮาแวร์ตซ์เกือบยิงประตูได้ การเล่นลูกตั้งเตะก็พอกกดดัน มาร์ติน โอเดการ์ด: 5.0 (C) ฟิตกลับมาสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทีมได้ ได้บอลก็พยายามจะให้บอลเร็ว แต่กลายเป็นทำเสียมากกว่าทำดี เขามีโอกาสซ้ำดาบสองลูกยิงของฮาแวร์ตซ์แต่ก็ไปกั๊กกับมาร์ตี้จนพลาดโอกาสทองไป เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 ได้กลับมาเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย แต่การเสียประตู 0-1 ให้ซิตี้ มันเริ่มจากจังหวะปะทะ 50:50 เอเซ่ควรทำได้ดีกว่านี้ เวลาได้บอลก็พยายามจะใช้ความสามารถเฉพาะตัว ก็มีทั้งดี และเสียบอลกลางทาง ครึ่งหลังเกือบยิงให้ทีมได้ แต่ลูกยิงของเอเซ่ไปชนเสาเด้งออก โนนี่ มาดูเอเก้: 5.0 ครึ่งแรกได้บอลอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้บอล มาดูเอเก้ก็ขยันทำบอลเสีย หรือไม่ก็สร้างประโยชน์อะไรไม่ได้ ดีที่สุดคือจังหวะท้ายครึ่งแรกที่พลิกหนีได้แล้วจ่ายให้มอสเกร่าเติมมาเปิด บอลเกือบถึงฮาแวร์ตซ์ ไค ฮาแวร์ตซ์: 7.0 ฮาแวร์ตซ์ถูกเลือกให้มายืนกองหน้าในเกมส์นี้ และเขาเป็นคนตามตีเสมอ 1-1 ให้ทีมแบบทันควัน จากจังหวะที่ไปปรี่ไปบล็อกดอนนารุมม่าบอลเด้งเข้าประตูไป ท้ายครึ่งแรกหวิดจะทำประตูได้อีกครั้ง แต่คูซานอฟมาบล็อกเข้าไว้ได้แบบหวุดหวิด ครึ่งหลังมีโอกาสหลุดไปยิงอีกครั้งแต่ติดเซฟดอนนารุมม่า ทดเจ็บฮาแวร์ตซ์พลาดโอกาสทองอีกครั้ง ถือว่าฮาแวร์ตซ์สู้ในแดนหน้าได้ดีในการช่วยเก็บบอลยาว ตัวสำรอง: กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.0 (นาทีที่ 46, มาดูเอเก้) เบน ไวท์: 6.0 (นาทีที่ 74, มอสเกร่า) เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 (นาทีที่ 74, เอเซ่) วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 84, ซูบิเมนดี้) ดูบอลสด บอลสด
  28. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลให้สัมภาษณ์ก่อนบุกเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมส์พรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้ 🗣️ มาดูเอเก้ที่เจ็บจากนัดที่แล้ว: เรายังมีการซ้อมอีกเซซชันในวันพรุ่งนี้ มันดูไม่ได้แย่นักหลังจากจบเกมส์ ผมหวังว่าเขาจะพร้อม 🗣️ ซาก้าพลาดแน่นอน บูกาโย เขาจะพลาดช่วยทีมอย่างแน่นอน เขาเพิ่งกลับมาซ้อมได้ แต่เขายังไม่พร้อมในตอนนี้ 🗣️ โอกาสกลับมาของโอเดการ์ด, คาลาฟิออรี และทิมเบอร์ เราจะพยายามอีกครั้ง นักเตะบางคนใกล้ที่จะกลับมาได้แล้ว เราจะพยายามผลักดันทุกคนในวันพรุ่งนี้ 🗣️ ปัญหาบาดเจ็บของผู้เล่นในทีม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะหาทางแก้ไขให้ได้ เราคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้มาตลอดทั้งฤดูกาลแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะหาทางออกที่ดีที่สุด 🗣️ การผ่านเข้ารอบรองชนะเลิสยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก มันเป็นค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม [ในเกมกับ Sporting Lisbon] และมันช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้เราอย่างมาก การได้อยู่ท่ามกลางทีมที่ดีที่สุดในยุโรปถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เราชื่นชมเหล่านักเตะ และพวกเขาต้องนำพาความมุ่งมั่นและพลังงานแบบเดียวกับที่มอบให้เราในวันอาทิตย์มาใช้ต่อ ในทุก ๆ เกม เราใช้วิธีการเตรียมทีมที่แตกต่างกันเพื่อให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และนั่นคือสิ่งที่เราทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมคือความคิดริเริ่มของนักเตะ ซึ่งผมชื่นชอบมากที่สุด 🗣️ เกมส์ชี้ชะตาการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นี่คือเกมที่สำคัญที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับเกมถัดไป เราคู่ควรกับการมาอยู่ในจุดนี้ และมีโอกาสในการแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์ พร้อมกับความเป็นไปได้ที่จะคว้าชัยในวันอาทิตย์ กับทีมและผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดที่ลีกนี้เคยมีมา นี่คือเกียรติอย่างยิ่ง พวกเราตั้งตารอที่จะลงเล่นในเกมนี้ และเราจะเตรียมตัวเพื่อคว้าชัยชนะ เรามองว่านี่คือโอกาสทองของเรา 🗣️ เสมอเพียงพอหรือไม่ เราจะไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวไปกับการคิดถึงผลเสมอ เราเตรียมทีมในทุก ๆ เกมเพื่อชัยชนะ และนั่นคือเป้าหมายของเรา 🗣️ สิ่งที่ทีมต้องแสดงออกมาในวันอาทิตย์นี้ ทัศนคติของทีมเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน เพราะทุกอย่างล้วนมีบทบาทในเกม แม้แต่ทักษะทางเทคนิคก็มีความสำคัญ หากขาดสิ่งนี้ไป ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เราได้พัฒนาในด้านนี้ขึ้นมาก และเราต้องแสดงมันออกมาให้เห็นในวันอาทิตย์ 🗣️ ความคิดเห็นของเป๊ป ต่อการลุ้นแชมป์ ยังเหลืออีก 6 นัด เกมนี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับทั้งสองทีม และมันจะส่งผลต่อสมดุลของการแข่งขันเล็กน้อย การคว้าแชมป์ลีกเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับทุกทีม หลังจากเกมนี้ พวกเขายังต้องเจอกับเกมที่ยากอีกหลายเกม และเราต้องรอดู พร้อมเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร 🗣️ ใครกดดันกว่ากันระหว่างคุณหรือเขา ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ผมไม่รู้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือแมนซิตี้ รู้สึกอย่างไร แต่สำหรับผม มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ลงเล่นในเกมระดับนี้ 🗣️ อาร์เซน่อลรับมือกับความกดดันได้มากแค่ไหน ในทุกสิ่งที่เราทำ สิ่งนี้จะช่วยยกระดับเราให้ดีขึ้น มันจะเพิ่มทั้งความมุ่งมั่นและความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จให้กับพวกเขา และไม่ได้ส่งผลในแง่ลบแต่อย่างใด 🗣️ ถ้าปีกขวาไม่เหลือออปชัน กล้าใช้แม็กซ์ ดาวแมน สตาร์ทหรือไม่ ดาวแมนจะพร้อมแน่นอน ผมมั่นใจในเรื่องนั้น จับเขาไปอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ตาม เด็กคนนี้ คุณจะรู้ได้เลยว่าเขาจะทำอะไรให้ทีมได้บ้าง เขาแสดงให้เห็นมาตลอดในฤดูกาลนี้ ในทุก ๆ เกมที่เขามีส่วนร่วม ดูบอลสด บอลสด
  1. Load more activity
×
×
  • Create New...