Jump to content

All Activity

This stream auto-updates

  1. Last week
  2. UEFA CHAMPION LEAGUE LEAGUE 2026/27 Napoli 0 - 1 Arsenal Wed 9 September 2025, 02.00 น. GOAL: 0-1 มาร์ติน โอเดการ์ด (นาทีที่ 75, โซลิส) ดาวิด ราย่า: 6.5 ราย่าก็มีจังหวะต้องออกแรงเซฟอยู่บ้าง ในครึ่งแรกกับลูกยิงของ เดอ บรอยน์ แต่ส่วนใหญ่โอกาสของนาโปลีก็มาจากลูกยิงนอกกรอบ ครึ่งหลังแทบไม่ต้องออกแรงอะไร เพราะนาโปลีเลือกถอยไปตั้งรับ กาเบรียล มากัลเญส: 7.0 วิธีการของนาโปลีในการเล่นเกมส์รุกเกมส์นี้ไม่มีอะไรซับซ้อน คือทิ้งบอลยาวมาให้ฮอยลุนด์ชิงจังหวะกับเซนเตอร์ของอาร์เซน่อล ซึ่งกาเบรียลก็จัดการกับฮอยลุนด์ได้อยู่หมัด เอซรี คอนซ่า: 7.5 ครึ่งแรกคอนซ่าทำได้ดีมากๆ ในหลายจังหวะที่ทางนาโปลีได้โอกาสโต้กลับเร็วขึ้นมา จังหวะสุดท้ายคอนซ่าช่วยไว้ได้หลายครั้ง ครึ่งหลังก็ยังรักษามาตรฐานได้ดี ไม่มีข้อผิดพลาดเลย เป็นอีกดีลที่ฉีกซองกินได้เลย เบน ไวท์: 6.0 ครึ่งเวลาแรกก็มีหลายจังหวะที่น่าส่ายหัวกับเบน ไวท์ อย่างคอนซ่าสกัดไว้ได้แล้ว จังหวะต่อเนื่องไวท์จ่ายไปเข้าทางคู่แข่งดื้อๆ หรือจังหวะเกมส์รุกที่เติมไปเปิดมีทั้งพื้นที่และเวลา แต่ก็เปิดทื่อๆ ให้ประตูคู่แข่งออกมารับเข้ามือง่ายๆ เลย ช่วงท้ายเกมส์เหมือนมีปัญหาบาดเจ็บเล็กน้อย เปียโร่ อินคาปิเอ้: 7.0 ต้นครึ่งหลังมีโอกาสทองได้ยิงแค่ไม่กี่หลา แต่อินคาปิเอ้ไม่รู้ว่ายิงหรือช่วงนาโปลีเคลียร์ เกมส์รุกก็เข้าใจได้ว่าเขาจะเล่นทื่อๆ ตรงๆ แต่เกมส์รับยังเชื่อใจอินคาปิเอ้ได้ มิเกล เมริโน่: 6.0 ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเกมส์แรกของฤดูกาลนี้ ครึ่งแรกก็มีโอกาสทองที่จะทำประตูได้ แต่ลูกโหม่งจ่อๆ ของเมริโน่ไม่ผ่านมือประตูนาโปลี เมริโน่ก็พยายามจะเติมเข้าไปในกรอบเขตโทษ เพื่อเป็นทางเลือกที่มากขึ้นในกรอบเขตโทษ แต่ความอันตรายไม่ชัดเจนนัก เดแคลน ไรซ์: 6.5 เมริโน่ยืนค่อนข้างสูง ทำให้ไรซ์เหมือนยืนอยู่ต่ำสุด แต่ก็ไม่ได้เจองานหนักอะไรสำหรับไรซ์ ก็เล่นอยู่ในมาตรฐานที่ดี โอกาสยิงนอกกรอบ 2-3 หน เรดาร์ไม่ทำงาน ยิงข้ามคานไปหมด มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.5 (C) ฟอร์มการยิงประตูของโอเดการ์ดถือว่าร้อนแรง เขาเป็นคนยิงปลดล็อกให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จ หลังจากพยายามเจาะรถบัสของฝั่งนาโปลีในครึ่งเวลาหลัง เป็นการยิง 4 ประตูจาก 5 เกมส์ ภาพรวมก็ยังเป็นเกมส์ที่โอเดการ์ดมีส่วนร่วมในการเข้าทำพื้นที่สุดท้ายอยู่หลายครั้ง เอเบเรซี่ เอเซ่: 5.5 เอเซ่ ต้องเร่งฟอร์มหน่อย ไม่ว่าจะแย่งตำแหน่งปีกซ้าย หรือกลางรุก วันนี้ได้โอกาสแต่สร้างอิมแพ็คอะไรกับเกมส์รุกของอาร์เซน่อลไม่ได้เลย ดีที่สุดของเอเซ่ คือที่โหม่งตั้งมาให้เมริโน่ได้โขกเหน่งๆ แต่ติดเซฟประตูนาโปลี บูคาโญ ซาก้า: 5.5 ซาก้าวันนี้จบสกอร์แย่มาก ครึ่งแรกเขามีโอกาสหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงสองหน โดยเฉพาะจังหวะที่ท้ายครึ่งแรก ที่แทบจะใส่สกอร์ได้เลย แต่ซาก้ายิงหลุดกรอบออกไปได้ไง วิคตอร์ เยอเคเรส: 5.5 หลังจากไม่ค่อยได้โอกาสในช่วงเริ่มซีซั่น เกมส์นี้เยอเคเรสได้พิสูจน์ตัวเองบ้าง แต่ภาพรวมเยอเคเรส มีส่วนร่วมกับเกมส์น้อยมาก ยิ่งครึ่งหลัง ยิ่งหายไปจากเกมส์ ตัวสำรอง: บรูโน่ กิมาไรส์: 6.5 (นาทีที่ 65, เมริโน่) ลงมาเล่นช่วง 25 นาทีสุดท้าย แต่ถือว่ากิมาไรส์ได้เล่นกับบอลเยอะ พยายามเคลื่อนที่เข้ามารับบอล เพื่อลำเลียงเข้าพื้นที่สุดท้าย รอปรับจูนจังหวะกับเพื่อน จะเป็นมิติที่น่าสนใจของอาร์เซน่อลเลย คริสตอส โซลิส: 6.5 (นาทีที่ 65, เอเซ่) หลังจากลงมาไม่นาน ก็มีส่วนแอสซิทประตูให้กับโอเดการ์ด จริงๆ แต่ประตูแรกของโซลิสกับอาร์เซน่อลก็ยังไม่มาสักที เกมส์นี้เขามีโอกาสได้ลุ้น 2 ครั้งแบบจังๆ แต่เจอสกัดจากเส้นหนนึง อีกหนประตูนาโปลีล้มเซฟได้ทัน โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 (นาทีที่ 73, ซาก้า) ได้โอกาสทองฝังเพชรที่จะยิงประตูให้ทีมนำห่างเป็น 2-0 เมื่อเขาได้หลุดไป 1 ต่อ 1 กับประตูคู่แข่ง แต่โนนี่ยิงไปติดเซฟ ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 (นาทีที่ 73, เยอเคเรส)
  3. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์ที่อาร์เซน่อลเปิดบ้านแซงชนะเชลชี 2-1 ในเกมส์พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะ 3 นัดติดต่อกัน ในการเปิดฤดูกาลใหม่ นำเป็นจ่าฝูงร่วมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี 9 แต้มเท่ากัน เกี่ยวกับผลงานในวันนี้: ผมคิดว่านี่เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก ผมสนุกกับทุกนาทีตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วงเริ่มเกมเป็นเรื่องยาก แต่ผมก็สนุกกับมัน เพราะทีมตอบสนองกลับมาได้อย่างน่าทึ่ง ความเชื่อมั่น ความมุ่งมั่น คุณภาพ และความตั้งใจที่เราแสดงออกมาเพื่อช่วยกันอย่างต่อเนื่อง มันสวยงามมาก ผมคิดว่ามันเป็นเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ชมด้วยเช่นกัน และผมคิดว่าเราสมควรเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผมมีความสุขมาก เกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้หลังจากเสียประตูก่อน: มีบางอย่างที่เราทำได้ไม่ดีในจังหวะที่เสียประตู ซึ่งเป็นเรื่องที่เราได้พูดคุยกันมาก่อนแล้ว แต่ก็ต้องให้เครดิตกับพวกเขาด้วย เพราะจากบอลที่ลอยเข้ามาในอากาศ พวกเขาสามารถทำให้บอลเข้าใกล้เสามาก ๆ และยิงผ่าน ดาบิด เข้าไปได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังจากนั้นเราก็ตอบสนองกลับมา แฟนบอลยอดเยี่ยมมากอีกครั้ง บรรยากาศที่เราสร้างขึ้นภายในสนามนั้นสร้างแรงบันดาลใจและช่วยเหลือเราเป็นอย่างมาก และมันรู้สึกเหมือนเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับเรา เกี่ยวกับสิ่งที่เราสามารถทำได้ในฤดูกาลนี้: ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งบ่งชี้สำหรับเราว่า เราสามารถทำผลงานได้ดียิ่งกว่าที่เราทำได้เมื่อฤดูกาลที่แล้วเสียอีก มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะรักษาความปรารถนา ความถ่อมตัวนั้นเอาไว้ได้หรือไม่ และยังคงพยายามค้นหาตัวเองและทีมในเวอร์ชันที่ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน เราทุกคนยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกมาก และยังมีอีกมากที่สามารถมอบให้กับทีมได้ และนั่นคือความทะเยอทะยานของทีม เกี่ยวกับการเข้าสกัดครั้งใหญ่ของ คอนซ่า ใส่ โรเจอร์ส: เป็นการเข้าสกัดแบบอังกฤษมาก ๆ แฟนบอลตอบสนองทันที พวกคุณชาวอังกฤษบางครั้งชอบจังหวะแบบนี้มากกว่าการยิงประตูเสียอีก! มันยอดเยี่ยมมาก แน่นอนว่า สิ่งที่ เอซรี ทำในวันนี้ เขาเพิ่งลงเล่นไป 11 นาที มีโอกาสฝึกซ้อมร่วมกับทีมเพียง 5 หรือ 6 ครั้ง และวิธีที่เขาเล่นแบบตัวต่อตัวกับคู่แข่งอย่าง ชูเอา เปโดร ผมคิดว่าเขายอดเยี่ยมมาก เกี่ยวกับความยากในการไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีก: มันจะเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เพราะความแตกต่างระหว่างการชนะกับการไม่ชนะในแต่ละเกมนั้นมีเพียงเล็กน้อย คุณเห็นได้จากเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่เราไปที่วิลล่า พาร์ค และมันเป็นเกมที่ยากมาก และวันนี้ก็เป็นแบบเดียวกัน จากนั้นเราจะไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ และมันจะเป็นเกมที่ยากมาก ๆ อีกครั้ง เรารู้ดีว่าทุกสัปดาห์จะต้องเป็นแบบนี้ แต่เราก็เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนั้น เกี่ยวกับเหตุผลที่ โอเดการ์ด กำลังเล่นในระดับที่สูงมาก: อย่างแรกเลย เขารู้สึกว่าตัวเองฟิต และในแง่ของความมั่นใจ นี่คือระดับสูงสุดเท่าที่ผมเคยเห็นจากเขา เขายังมีบางอย่างที่ต้องพิสูจน์จากฤดูกาลที่แล้วด้วย จากการที่เขาพลาดการลงเล่นไปมากมาย ไค ก็เป็นแบบเดียวกัน บูคาโย่ ก็เช่นกัน ฤดูกาลที่แล้วเราขาดผู้เล่นแนวรุกหลายคนเป็นเวลานานมาก ๆ ผมไม่แน่ใจว่าฤดูกาลที่แล้วพวกเขาได้ลงเล่นร่วมกันกี่เกม แต่ก็น่าจะไม่มากนัก เมื่อคุณเริ่มสัมผัสได้ถึงเคมีที่พวกเขามีร่วมกัน และสิ่งที่พวกเขาสามารถสร้างสรรค์ออกมา มันยอดเยี่ยมมาก แต่สำหรับผม เหตุผลที่เขามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะเขากำลังสนุกกับการเล่นฟุตบอล คุณต้องสนุกกับสิ่งที่ทำ เพื่อที่จะเล่นด้วยความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง และนั่นคือสิ่งที่ผมเห็นในวันนี้ เขาวิ่งขึ้นหน้า เขากล้ายิง เขาสร้างสถานการณ์มากมายให้เพื่อนร่วมทีม เขายอดเยี่ยมมาก เกี่ยวกับผลงานของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในฤดูกาลนี้: เขาดูมีความสุข เขาดูเข้าที่เข้าทาง มีความสุข และยังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัวของเขาด้วย เขารู้สึกว่าตัวเองฟิต เขาฝึกซ้อมทุกวัน และตอนนี้เขาก็มีรูทีนแบบนี้อยู่ เขากำลังยิงประตูได้ แต่ไม่ใช่แค่นั้น เขายังทำงานที่ยอดเยี่ยมเพื่อทีมอีกด้วย เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของขุมกำลังของเรา: ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรามีนักเตะที่ยอดเยี่ยมหลายคน ผมเชื่อมั่นในตัวพวกเขา และเชื่อว่าพวกเขาสามารถพัฒนาได้ และสามารถแสดงให้เห็นถึงตัวตนในอีกเวอร์ชันหนึ่งที่ดียิ่งกว่าสิ่งที่เราเคยเห็น หากทีมดีขึ้นและนักเตะดีขึ้น ทุกคนก็จะได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น และนั่นคือเป้าหมาย เกี่ยวกับสภาพร่างกายของ มอสเกร่า: เขามีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ และเราคิดว่าอาการไม่น่าจะรุนแรงมากนัก แต่เราจำเป็นต้องรอดูในอีก 2-3 วันข้างหน้าว่าอาการจะพัฒนาไปอย่างไร เกี่ยวกับการที่ โอเดการ์ด มีบางอย่างที่ต้องพิสูจน์: การมีบางอย่างที่ต้องพิสูจน์นั้นอยู่ในทุกสิ่งที่เขาทำ อย่างแรกเลยก็เพราะเขาเรียกร้องจากตัวเองสูงมาก เขาต้องการเป็นคนที่ดีที่สุด ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุก ๆ เรื่อง เขายังมีประสิทธิภาพอย่างมากในด้านอื่น ๆ ด้วย และตอนนี้เขากำลังเล่นด้วยความสนุกอย่างแท้จริง เขายอดเยี่ยมมากเช่นกัน
  4. PREMIER LEAGUE 2026/27 Arsenal 2 - 1 Chelsea Sun 6 September 2025, 22.30 น. GOAL: 0-1 มอร์แกน โรเจอร์ (นาทีที่ 2) 1-1 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 25, ไรซ์) 2-1 มาร์ติน โอเดการ์ด (นาทีที่ 50, โซลิส) ดาวิด ราย่า: 7.5 เสียประตูแรกเร็วๆ ตั้งแต่สองนาทีแรก แล้วเป็นประตูแรกที่ราย่าเสียในฤดูกาลนี้ แต่หลังจากนั้นราย่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งจังหวะออกมารับบอลไม่มีพลาดเลย แล้วมีเซฟสำคัญช่วงท้ายเกมส์ที่บินปัดลูกยิงของเอสเตวาวได้อย่างยอดเยี่ยม กาเบรียล มากัลเญส: 7.5 ยังคงแข็งแกร่งในการป้องกันในกรอบเขตโทษทำให้เชลชีเจาะเข้าเขตโทษไม่ได้เลย และมีโชว์ลูกบล็อกซิกเนเจอร์ แล้วกาเบรียลถือว่าช่วยประคองคอนซ่าได้ดี มีช่วยซ้อนหลังให้ ในจังหวะที่บอลอาจทะลักมากจากคอนซ่า เอซรี คอนซ่า: 7.0 ประเดิมสนามเป็นตัวจริงเกมส์แรกให้กับอาร์เซน่อล จังหวะความเข้าใจก็ยังดูต้องปรับจูนอยู่เพื่อนร่วมทีมอยู่บ้าง ครึ่งหลังถือว่าคอนซ่าทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะจังหวะสไลด์ใส่โรเจอร์แบบเด็ดขาด เบน ไวท์: 6.0 หลายจังหวะการเล่นของไวท์หลายครั้งมันเลอะเทอะ โดยเฉพาะตอนที่เติมขึ้นไปในแดนคู่แข่ง เล่นไม่ละเอียดเลย ทำให้เสียโอกาสจะเข้าทำไปไม่น้อย ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 7.0 คาลาฟิออรี ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้แล้ว แต่ VAR ยึดคืนเนื่องจากคอนซ่าที่ไปซ้ำจังหวะก่อนหน้า ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว จังหวะขึ้นมาเติมเกมส์รุกริชชี่ยังทำได้สมูท เพียงแต่จังหวะเข้าพื้นที่สุดท้ายมันขาดนิดขาดหน่อย ส่วนเกมส์รับก็รับมือกับเนโต้ได้ดี ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 7.0 ยังได้รับความไว้ใจจากอาร์เตต้าต่อเนื่อง แล้วไมล์สก็ยังรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองได้เป็นอย่างดี จังหวะครองบอลและจ่ายบอลทำได้ดี อาจจะมีพลาดเสียบอลอยู่ 2 หน ช่วงนี้ก็ต้องให้ไมล์สโชว์ผลงานไปก่อน ระหว่างที่บรูโน่ยังไม่เต็มร้อย เดแคลน ไรซ์: 7.5 ไรซ์ยืนเหมือนเป็นเซนเตอร์อีกคน ระวังในจังหวะสวนกลับของเชลชี ขณะที่แบ็คสองฝั่งของอาร์เซน่อลเติมขึ้นสูง ทำให้จังหวะโดนสวนก็ยังมี 3 คนประคองอยู่ แต่ประตูตีเสมอ 1-1 ไรซ์ดันเกมส์สูงขึ้นไปจ่ายให้ฮาแวร์ตซ์ การรักษามาตรฐานการเล่นของไรซ์น่าชื่นชมมาก มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.5 (C) ก็สร้างจังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายได้อยู่หลายครั้ง แต่ก็มี 1-2 ครั้งที่ไปเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษเชลชี แล้วทำให้เชลชีได้โต้กลับเร็ว ต้นครึ่งหลังเป็นโอเดการ์ดที่ยิงประตูให้ทีมพลิกนำ 2-1 เหมือนรีเพลย์ประตูที่เขายิงใส่ซิตี้ในคอมมูนิตี้ ชิลด์ เป็นการสตาร์ทซีซั่นแบบร้อนแรง 4 นัดยิงไป 3 ประตู คริสตอส โซลิส: 7.5 นัดที่แล้วหลุดฟอร์มไป แต่โซลิสกลับมาได้เร็ว เกมส์นี้เขาทำได้ดีอีกครั้ง บทบาทของเขามีเพิ่มเรื่อยๆ ประตูนำ 2-1 เขาเป็นคนแอสซิทให้โอเดการ์ดอีกครั้ง เป็นลูกจ่ายยัดเข้ากลางเร็ว ช่วงท้ายจังหวะโต้กลับเร็ว โซลิส มีโอกาสจะจ่ายปิดเกมส์ได้ แต่เขาเร่งไปหน่อย บูคาโญ ซาก้า: 6.5 มีโอกาสสอดขึ้นไปยิงติดเซฟมาร์ติเนซหนหนึ่งในช่วงครึ่งเวลาแรก ครึ่งหลังมีโอกาสปั่นเน้นๆ อีกครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่านมือมาร์ติเนซ แม้ซาก้าจะมีจังหวะลากไถๆ ได้บ้าง แต่อิมแพ็คกับเกมส์ยังดูน้อยไปหน่อย ไค ฮาแวร์ตซ์: 8.0 ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ให้กับทีมได้ จากการลากตัดมายิงหน้ากรอบเขตโทษเสียบมุมอย่างสวยงาม ภาพรวมเป็นเกมส์ที่ยอดเยี่ยมมากของฮาแวร์ตซ์ การเคลื่อนที่ของเขาสร้างประโยชน์ในพื้นที่สุดท้ายได้เยอะมาก ประตูขึ้นนำ 2-1 ฮาแวร์ตซ์ก็มีช่วยดึงหลอกจนแนวรับเชลชีเสียจังหวะกันหมด ตัวสำรอง: เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 (นาทีที่ 66, คาลาฟิออรี) มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 (นาทีที่ 66, ลูอิส-สเกลลี่) ซูบิเมนดี้ก็ยังมีปัญหาเวลาถูกคู่แข่งพลิกหนีเข้ามาด้านใน แล้วเอาไม่อยู่ เขาต้องยอมเสียฟาล์วอยู่ 2-3 ครั้ง ทำให้ทีมไปเสียฟรีคิกกลางประตู ดีที่เชลชีฉกฉวยโอกาสจากลูกตั้งเตะไม่ได้ มิเกล เมริโน่: 6.0 (นาทีที่ 77, โอเดการ์ด) วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 77, ฮาแวร์ตซ์) สองเกมส์แรกไม่ได้เล่นแม้แต่นาทีเดียว เกมส์นี้ได้ลงมาเป็นตัวสำรองในช่วง 15 นาทีสุดท้าย การจับบอลแรกของเยอเคเรสก็เหมือนเดิม จับลั่น จับแล้วเล่นต่อไม่ได้ พักบอลจะส่งเพื่อน ก็จ่ายไม่ตรงเพื่อน โนนี่ มาดูเอเก้: N/A (นาทีที่ 90, ซาก้า)
  5. บทความโดย: ซามี่ ม็อกเบล BBC การเข้าสู่ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก ความหวังก็เกิดขึ้นอย่างเต็มเปี่ยมสำหรับอาร์เซนอล นี่คือโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยภายในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มีความรู้สึกว่าคู่แข่งของพวกเขากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากความไม่แน่นอนในตำแหน่งผู้จัดการทีม หากเคยมีช่วงเวลาไหนที่อาร์เซนอลควรเดินหน้าเสริมทัพอย่างจริงจัง นี่ก็คือช่วงเวลานั้น แผนการของพวกเขามีความทะเยอทะยานอย่างมาก โดยมีรายชื่อนักเตะเป้าหมายมากกว่า 20 คน พวกเขามีเป้าหมายจากทั้ง เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก มาดริด รวมถึงแม้กระทั่ง เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่เมื่อช่วงตลาดซื้อขายปิดลงในคืนวันอังคาร ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงความรู้สึกว่า ทุกอย่างยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่แฟนบอลบางส่วน ช่วงปิดฤดูกาลของอาร์เซนอลเต็มไปด้วยทั้งความสำเร็จที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยอุปสรรคและความหงุดหงิดผิดหวัง ก่อนเกมเปิดบ้านพบ เชลซี ในวันอาทิตย์ BBC Sport จะพาเจาะลึกตลาดซื้อขายของอาร์เซนอล และวิเคราะห์ว่า มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม, อันเดรีย แบร์ต้า ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา และที่สำคัญที่สุดอาจเป็นเจ้าของสโมสรอย่าง Kroenke Sports Entertainment สามารถมองว่าการดำเนินงานในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ทำไมสุดท้ายจึงเป็น กิมาไรส์ ไม่ใช่ แอนเดอร์สัน, โตนาลี่ หรือ สก็อตต์ การคว้าตัว บรูโน่ กิมาไรส์ ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ จาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่โดดเด่นที่สุดของอาร์เซนอล ก่อนเข้าสู่ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ อาร์เซนอลติดตามสถานการณ์ของ กิมาไรส์ ที่นิวคาสเซิลอย่างใกล้ชิด แม้ว่านักเตะรายอื่นจะถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญสูงกว่าในเวลานั้น ตัวอย่างเช่น ความสนใจในตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน มีรายงานออกมาอย่างกว้างขวาง แต่เป็นที่ชัดเจนว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้กำลังจะย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซานโดร โตนาลี่ อดีตเพื่อนร่วมทีมของ กิมาไรส์ ที่นิวคาสเซิล และ อเล็กซ์ สก็อตต์ ของ บอร์นมัธ ก็เป็นกองกลางอีกสองคนที่อาร์เซนอลพิจารณาก่อนที่การเดินหน้าคว้าตัวนักเตะชาวอเมริกาใต้จะเร่งตัวขึ้นด้วยอายุ 26 ปี และ 23 ปีตามลำดับ โตนาลี่ และ สก็อตต์ ต่างอายุน้อยกว่า กิมาไรส์ ซึ่งจะมีอายุครบ 29 ปีในเดือนพฤศจิกายน แต่มีหลายปัจจัย รวมถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการคว้าตัวและค่าตัว โดย โตนาลี่ ย้ายไป ท็อตแน่ม ด้วยค่าตัวขั้นต่ำ 92 ล้านปอนด์ ทำให้การคว้าตัวพวกเขาเป็นเรื่องยาก อามาดู โอนาน่า ของ แอสตัน วิลล่า ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพิจารณาเช่นกัน แต่กองกลางทีมชาติเบลเยียมรายนี้ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรงในฟุตบอลโลก ภายในช่วงกลางเดือนมิถุนายน กิมาไรส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากทุกฝ่ายภายในเอมิเรตส์ กลายเป็นเป้าหมายหลักของสโมสร แบร์ต้ารู้จักทีมงานของนักเตะเป็นอย่างดี ขณะที่ กิมาไรส์ ก็เป็นนักเตะที่ อาร์เตต้า ชื่นชอบ โดยอาร์เตต้าแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขาต้องการนักเตะฝีเท้าพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว เพื่อยกระดับ 11 ตัวจริง ของเขาให้สูงขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มคุณภาพให้กับขุมกำลังโดยรวม แบร์ต้าใช้ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับตัวแทนของ กิมาไรส์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินหน้าดีลของอาร์เซนอล ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมนิวคาสเซิลจึงยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากสโมสรลอนดอนจนกระทั่งไม่กี่วันก่อนที่การย้ายทีมจะเสร็จสมบูรณ์ การที่แบร์ต้าพึ่งพาคนกลางในการดำเนินการเจรจาไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แม้แนวทางดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในระดับที่แตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ตัวอย่างเช่น อาร์เซนอลพยายามอย่างจริงจังที่จะคว้าตัว เจเรมี มิงโก และ หลุยส์ เพจ สองดาวรุ่งจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวยืนยันว่า การขาดการเจรจาระหว่างสโมสรโดยตรงทำให้นักเตะทั้งสองคนไม่ได้ย้ายมาอาร์เซนอลในท้ายที่สุด โดย มิงโก ลงเอยด้วยการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นดูเหมือนว่าเขากำลังจะย้ายมายังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแบร์ต้าในการเปลี่ยนทิศทางของสโมสรไปสู่การปิดดีล กิมาไรส์ เมื่อเห็นได้ชัดว่าเป้าหมายรายอื่นไม่สามารถคว้าตัวได้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากภายในอาร์เซนอล คอนซ่าคือตัวเลือกแรกในตำแหน่งกองหลัง การเซ็นสัญญากับ เอซรี คอนซ่า ก็มีความซับซ้อนไม่แพ้กัน โดยภายในสโมสร คอนซ่าถูกมองว่าเป็นตัวเลือกแรกของ อาร์เตต้า ในตำแหน่งกองหลัง อาร์เตต้าต้องการนักเตะที่คุ้นเคยกับความเข้มข้นของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมาแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่อาร์เซนอลเดินหน้าคว้าตัว กิมาไรส์ และ คอนซ่า รวมถึงความพยายามที่ไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าตัว มอร์แกน โรเจอร์ส จาก แอสตัน วิลล่า ความสามารถของ คอนซ่า ในการเล่นตำแหน่งแบ็กขวาก็ถูกมองว่าเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเช่นกัน อาร์เซนอลพิจารณาการเซ็นสัญญากับแบ็กขวาโดยธรรมชาติ โดยมี อิวาน เฟรสเนด้า เป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่ความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่งของ คอนซ่า ถือเป็นปัจจัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า แบร์ต้า ไม่ค่อยเต็มใจที่จะจ่ายตามค่าตัวที่วิลล่าตั้งไว้ หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ดีลของ คอนซ่า จะได้รับการยืนยัน อาร์เซนอลยื่นข้อเสนอ 40 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกปฏิเสธไปตามคาด แหล่งข่าวระบุว่า ท้ายที่สุดแล้วดีลนี้ได้รับการผลักดันจนเสร็จสิ้นโดยเจ้าของสโมสรของทั้งสองฝ่าย และการย้ายทีมตกลงกันที่ค่าตัว 51 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสเพิ่มเติมอีก 4 ล้านปอนด์ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสำหรับ คอนซ่า ได้ เป็นที่เข้าใจกันว่า คริสเตียน โรเมโร่ และ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน สองกองหลังของ ท็อตแน่ม ถูกระบุเป็นเป้าหมาย แต่คู่แข่งร่วมลอนดอนเหนือของอาร์เซนอลไม่ต้องการพิจารณาขายนักเตะให้กับพวกเขา ฮาโคโบ รามอน กองหลังของ โคโม่ เป็นนักเตะที่สโมสรจะยังคงติดตามต่อไป แต่เงื่อนไขต่าง ๆ ที่ผูกอยู่กับสัญญาปัจจุบันของเขาทำให้ดีลนี้เป็นเรื่องยาก ทาริค มูฮาเรโมวิช ซึ่งย้ายไปร่วมทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่อาร์เซนอลพิจารณา ในแนวรุก ผลงานของ คริสตอส โซลิส นับตั้งแต่ย้ายมาจาก คลับ บรูช ด้วยดีลมูลค่าประมาณ 35 ล้านปอนด์ ทำให้กองหน้าทีมชาติกรีซรายนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในการค้นพบที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ เป็นที่เข้าใจกันว่า ความเป็นไปได้ในการคว้าตัวอดีตปีกของ นอริช รายนี้ ถูกนำเสนอขึ้นมาในช่วงปิดฤดูกาลโดยคนกลางที่ใกล้ชิดกับสมาชิกระดับอาวุโสของทีมโค้ช เมาริซิโอ มิเคลี่ มือขวาของ แบร์ต้า เดินทางไปชม โซลิส ลงเล่นให้ทีมชาติกรีซพบกับสวีเดนในเดือนมิถุนายน และประทับใจกับผลงานของเขาเป็นอย่างมาก จนถึงตอนนี้ ดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้ดูเหมือนจะเป็นการเสริมทัพที่สร้างผลเชิงบวกให้กับขุมกำลังของ อาร์เตต้า อาร์เซนอล ซึ่งยังทำให้ดีลยืมตัวของ ปิเอโร่ อินคาปิเอ้ กลายเป็นการย้ายทีมแบบถาวร และเซ็นสัญญากับ อิลล็อง เมสลิเยร์ แบบไม่มีค่าตัว ต่างก็พอใจกับนักเตะที่พวกเขาคว้าตัวเข้ามา การคว้าตัว กิมาไรส์ และ คอนซ่า ซึ่งทั้งคู่จะมีอายุครบ 30 ปีภายในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลหน้า ทำให้เกิดคำถามไม่น้อย เนื่องจากค่าตัวรวมกันสูงถึง 126 ล้านปอนด์ ท่ามกลางความกังวลว่าอายุการใช้งานของทั้งคู่จะส่งผลต่อการพัฒนาขุมกำลังของทีมในระยะยาวตามธรรมชาติหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กิมาไรส์ และ คอนซ่า เพิ่มคุณภาพระดับ ELITE และประสบการณ์ให้กับทีมอาร์เซนอล และท้ายที่สุดแล้ว สโมสรเชื่อว่าพวกเขาจ่ายในราคาตลาดเพื่อทำให้ทั้งสองดีลสำเร็จลุล่วง อาร์เซนอลพลาดเป้าหมายแนวรุกระดับท็อป ขณะที่สโมสรสามารถนำตัวนักเตะฝีเท้าพิสูจน์ตัวเองแล้วเข้ามาเสริมทีมของ อาร์เตต้า ในแนวรับและแดนกลาง ภารกิจของ แบร์ต้า ในการเพิ่มนักเตะแนวรุกระดับ ELITE กลับจบลงด้วยความผิดหวัง โรเจอร์ส คือเป้าหมายอันดับหนึ่งของสโมสรเมื่อเข้าสู่ตลาดซื้อขาย และสัญญาณในช่วงแรกเป็นไปในทิศทางที่ดี ท่ามกลางความเชื่อมั่นอย่างมากภายในสโมสรว่านักเตะรายนี้ต้องการย้ายมา ในช่วงเริ่มต้นของตลาดซื้อขาย อาร์เซนอลเข้าใจว่า แอสตัน วิลล่า ตั้งค่าตัว โรเจอร์ส ไว้ที่ 100 ล้านปอนด์ ขณะที่อาร์เซนอลประเมินค่าตัวของเขาไว้ที่ 80 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม แบร์ต้ามั่นใจว่าเขาสามารถต่อรองราคาให้ลดลงมาอยู่ในระดับที่ทั้งเขาและสโมสรเชื่อว่าจะสามารถทำให้ดีลสำเร็จได้ ในระหว่างนั้น แบร์ต้าก็สำรวจทางเลือกอื่น ๆ โดย แบรดลีย์ บาร์โคล่า, เคนัน ยิลดิซ, ยาน ดิออมองเด้ และ นิโก้ ปาซ ต่างเป็นนักเตะที่ได้รับความชื่นชม แอนโธนี่ กอร์ดอน เป็นเป้าหมายระยะยาว แต่เขาได้ตกลงกับ บาร์เซโลน่า แล้วก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกว่าจะย้ายไปร่วมทีม ยิลดิซ และ ปาซ จะยังคงเป็นเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้ในอนาคต ขณะที่ เอลี่ จูเนียร์ ครูปี ก็เป็นอีกคนที่สโมสรจะจับตามอง หลังจากเขากลับมาจากอาการบาดเจ็บให้กับ บอร์นมัธ อย่างไรก็ตาม การย้ายทีมของ แอนเดอร์สัน จาก ฟอเรสต์ ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ ได้เปลี่ยนมุมมองของวิลล่าที่มีต่ออนาคตของ โรเจอร์ส วิลล่าเพิ่มค่าตัวที่ต้องการขึ้นเป็น 120 ล้านปอนด์ และท้ายที่สุด เชลซี ก็เซ็นสัญญากับกองหน้ารายนี้ด้วยค่าตัว 117 ล้านปอนด์ เป็นที่เข้าใจกันว่า อาร์เซนอลได้รับโอกาสให้ยื่นข้อเสนอเท่ากับของเชลซี แต่ปฏิเสธ โดยเชื่อว่าการประเมินค่าตัวของพวกเขาที่ 80 ล้านปอนด์นั้นยุติธรรมแล้ว — แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เกิดคำถามว่า หาก แบร์ต้า ลงมือเร็วกว่านี้ โรเจอร์ส จะกลายเป็นนักเตะอาร์เซนอลในตอนนี้หรือไม่ ท้ายที่สุด ความล้มเหลวในการคว้าตัว โรเจอร์ส กลายเป็นความผิดหวังครั้งแรกจากความผิดหวังหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับ แบร์ต้า ในความพยายามนำตัวแนวรุกฝั่งซ้ายระดับท็อปคลาสเข้ามาสู่ทีม อาร์เซนอลเชื่ออย่างจริงจังว่าพวกเขามีโอกาสที่เป็นไปได้ในการเซ็นสัญญากับ วินิซิอุส จูเนียร์ ก่อนที่นักเตะจะตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เรอัล มาดริด แบร์ต้า และ อาร์เตต้า ต้องการคว้าตัวดาวเตะทีมชาติบราซิลรายนี้อย่างเต็มที่ และสโมสรก็พร้อมจัดหาเงินทุนสำหรับดีลดังกล่าวเช่นกัน แม้ว่าการย้ายทีมครั้งนี้น่าจะต้องใช้ค่าตัวสูงเป็นสถิติของอังกฤษ และอาจเป็นหนึ่งในแพ็กเกจค่าตอบแทนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก แต่ประโยชน์ที่มีต่อทีมของ อาร์เตต้า รวมถึงมูลค่าทางการค้าของซูเปอร์สตาร์บราซิลรายนี้ ทำให้อาร์เซนอลพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะปิดดีล อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่มีข้อมูลใกล้ชิดกับสถานการณ์ระบุในช่วงซัมเมอร์กับ BBC Sport ว่า วินิซิอุส ไม่ต้องการย้ายออกจากเรอัล มาดริด ขณะที่อีกฝ่ายกังวลว่าอาร์เซนอลอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของนักเตะในการเรียกร้องสัญญาที่มีมูลค่ามากขึ้นกับ เรอัล มาดริด ความกังวลดังกล่าวกลายเป็นความจริง เมื่อ วินิซิอุส เซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ในสเปน และกลายเป็นอีกหนึ่งความผิดหวังของอาร์เซนอล มีข้อสงสัยในลักษณะเดียวกันเกี่ยวกับการไล่ล่า ฮูเลียน อัลวาเรซ ของอาร์เซนอล ซึ่งมีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่อง กองหน้าของ แอตเลติโก มาดริด แทบไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าเขาพร้อมที่จะย้ายมาอาร์เซนอล ขณะที่ความต้องการย้ายไป บาร์เซโลน่า ของเขาถือเป็นหนึ่งในความลับที่ทุกคนรู้กันดีของตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ แต่การที่ แอตเลติโก ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะขาย อัลวาเรซ ให้กับบาร์เซโลน่า ถูกมองว่าเป็นเหตุผลเพียงพอสำหรับ แบร์ต้า และ อาร์เตต้า ที่จะเดินหน้าความสนใจต่อไป โดยหวังว่า อัลวาเรซ จะเปลี่ยนใจจนกระทั่งช่วงท้ายของตลาดซื้อขาย อย่างไรก็ตาม อัลวาเรซ เลือกที่จะอยู่กับแอตเลติโกต่อ แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสโมสรจะอยู่ในจุดตกต่ำที่สุดก็ตาม แล้วอาร์เซนอลเสียเวลาไปกับ วินิซิอุส และ อัลวาเรซ หรือไม่? คำตอบแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร เมื่อเห็นได้ชัดว่า อัลวาเรซ มีโอกาสย้ายทีมได้ยาก แบร์ต้าก็เริ่มสำรวจทางเลือกอื่น ที่น่าสนใจก็คือ อาร์เซนอลชื่นชอบ ชูเอา เปโดร กองหน้าของเชลซี ซึ่งถูกมองว่าไม่ได้มีไว้ขายในช่วงซัมเมอร์ แม้ว่าจะมีความกังวลว่าเขาจะเข้ากับระบบของ อาร์เตต้า ได้อย่างไร มีการกล่าวอ้างว่า แบร์ต้า พึ่งพาเครือข่ายความสัมพันธ์อันกว้างขวางของเขากับเอเยนต์เป็นอย่างมาก มากกว่าการใช้ข้อมูลจากทีมแมวมองที่สโมสรมีอยู่แล้วในการวิเคราะห์ตลาด ตัวอย่างเช่น เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ขณะที่ข้อมูลจากทีมแมวมองทั้งหมดชี้ไปที่การคว้าตัว เบนจามิน เซสโก้ การเข้ามาของ แบร์ต้า ทำให้สโมสรเปลี่ยนเป้าหมายไปคว้าตัว วิคเตอร์ กิโยเคเรส ซึ่งปัจจุบันเป็นกองหน้าตัวเลือกอันดับสอง ในช่วงซัมเมอร์นี้ การหันไปให้ความสนใจกับ มาลิค โฟฟาน่า ปีกของลียงในช่วงท้ายตลาด ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่ แบร์ต้า พึ่งพาความสัมพันธ์กับเอเยนต์ หลังจากบริษัท Roc Nation ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการนักกีฬา เสนอโอกาสให้อาร์เซนอลเซ็นสัญญากับนักเตะทีมชาติเบลเยียมรายนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง แบร์ต้า กับ Roc Nation มีบทบาทอย่างมากในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากทั้ง วินิซิอุส และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ซึ่งย้ายออกจากสโมสร ต่างก็เป็นลูกค้าของบริษัทดังกล่าว ยังต้องรอดูกันต่อไปว่า การที่อาร์เซนอลไม่สามารถเซ็นสัญญากับแนวรุกระดับท็อปที่มีชื่อเสียงและพิสูจน์ตัวเองมาแล้ว จะส่งผลกระทบต่อฤดูกาลของพวกเขามากเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงการย้ายออกของ มาร์ติเนลลี่ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ อาร์เซนอลจะเดินหน้าเข้าสู่โมเดลการซื้อขายนักเตะ อาร์เซนอลเข้าสู่ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์พร้อมกับภารกิจที่ชัดเจน นั่นคือการทำให้สโมสรมีความยั่งยืนทางการเงินมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการซื้อขายนักเตะ ส่วนหนึ่งของแนวทางดังกล่าวคือการทำให้มั่นใจว่าสโมสรยังคงปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการเงินทั้งในประเทศและยุโรป ขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร ขนาดของดีลที่อาจเกิดขึ้นกับ วินิซิอุส หรือ อัลวาเรซ อาจทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของอาร์เซนอลในการดำเนินงานให้อยู่ภายใต้กฎระเบียบเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การทำให้สโมสรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการซื้อขายนักเตะ จะกลายเป็นส่วนสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการบริหารด้านการเงินของอาร์เซนอลในอนาคต เราได้เห็นหลักฐานของแนวทางดังกล่าวแล้วจากการขาย มาร์ติเนลลี่ ซึ่งการย้ายไป อัล-ฮิลาล ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ กลายเป็นสถิติการขายนักเตะที่แพงที่สุดของสโมสร และอาร์เซนอลยังสามารถใส่เงื่อนไขส่วนแบ่งจากการขายครั้งต่อไปไว้ในดีลนี้ได้อีกด้วย การย้ายออกของ มาร์ติเนลลี่, ทรอสซาร์, กาเบรียล เชซุส, คริสเตียน นอร์การ์ด, ยาคุบ คิวิออร์, ฟาบิโอ วิเอร่า และ คาร์ล ไฮน์ ทำให้สโมสรมีรายรับรวมอยู่ที่ประมาณ 114 ล้านปอนด์ ผ่านคนกลาง ยังมีการสำรวจความเป็นไปได้ในการขาย ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี โดยมีการพูดถึงค่าตัวประมาณ 80 ล้านปอนด์ สำหรับกองกลางรายนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งให้ความสนใจในความสามารถของ ลูอิส-สเคลลี ที่สามารถเล่นแบ็กซ้ายได้ สนใจที่จะคว้าตัวเขา แต่ท้ายที่สุดมองว่าค่าตัวที่อาร์เซนอลประเมินไว้นั้นสูงเกินไป แน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของ แบร์ต้า ที่จะต้องเข้าใจอย่างชัดเจนถึงระดับความสนใจในตัวนักเตะของสโมสร รวมถึงมูลค่าของพวกเขาในตลาด แต่ถึงกระนั้น เพียงแค่แนวคิดเรื่องการขาย ลูอิส-สเคลลี ก็ทำให้แฟนบอลออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง อย่างที่ BBC Sport เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้ว อาร์เซนอลปฏิเสธที่จะขาย อีธาน นวาเนรี่ แบบถาวร โดยดาวรุ่งจากอะคาเดมี่รายนี้ย้ายไป โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาล ซึ่งมีเงื่อนไขให้อาร์เซนอลสามารถเรียกตัวกลับในเดือนมกราคมได้หากจำเป็น ค่าตัวขั้นต่ำ 15 ล้านปอนด์ ที่อาร์เซนอลได้รับจากดีลของ ทรอสซาร์ กับ เบซิคตัส ก็ถูกมองว่าเป็นดีลที่ดีภายในเอมิเรตส์เช่นกัน เมื่อพิจารณาว่านักเตะชาวเบลเยียมรายนี้จะมีอายุครบ 32 ปีในเดือนธันวาคม หลังจากใช้เงินไปเกือบ 450 ล้านปอนด์ภายในระยะเวลา 12 เดือน การทำงานของ แบร์ต้า ในตลาดซื้อขายก็ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่ยังคงมีปัญหาที่ชัดเจนอยู่ในขุมกำลัง โดยเฉพาะในแนวรุก ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ครั้งนี้ทำให้แฟนบอลจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงผลงานโดยรวมของ แบร์ต้า ที่อาร์เซนอล และเมื่ออายุเฉลี่ยของขุมกำลังเพิ่มสูงขึ้นหลังจากการคว้าตัว คอนซ่า และ กิมาไรส์ คำถามก็คือ ตัวเลือกที่อาร์เซนอลมีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถสร้างยุคแห่งความสำเร็จต่อเนื่องขึ้นมาได้หรือไม่ ก่อนที่สโมสรจะต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลอีกครั้งเพื่อสร้างทีมขึ้นมาใหม่ในอนาคต
  6. Earlier
  7. บทสัมภาษณ์ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ก่อนเกมส์เปิดบ้านรับเชลชี ในเกมส์พรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้ เรื่องความฟิตของ บรูโน่ กิมาไรส์: เขาได้รับการกระแทกในเกมกับ วิลล่า นัดก่อน และกำลังอยู่ระหว่างการประเมินอาการ หวังว่าพรุ่งนี้เขาจะโอเคและสามารถลงฝึกซ้อมได้ เรื่อง มอสเกร่า พร้อมลงสนามหรือไม่: มันเป็นเรื่องของการป้องกันไว้ก่อนมากกว่าจะมีปัญหาอะไร ดังนั้นเราจะต้องดูในการฝึกซ้อมวันพรุ่งนี้ว่าเขารู้สึกอย่างไร เรื่อง เอซรี คอนซ่า จะได้ออกสตาร์ตหรือไม่: แน่นอนว่าเขาพร้อมอยู่ในทีม ดังนั้นเราจะรอดูตอนที่เราเลือกผู้เล่น เรื่อง ทิมเบอร์ กลับมาฝึกซ้อม: ตอนนี้สภาพร่างกายของเขาดีมาก เขาได้ลงฝึกซ้อมในสนามมาหลายสัปดาห์แล้ว และได้ฝึกซ้อมร่วมกับเรา ดังนั้นเขาอยู่ในจุดที่ดีมาก เรื่องความพร้อมสำหรับวันอาทิตย์: เราจะตัดสินใจกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้หลังการฝึกซ้อม เรื่องกรอบเวลาการกลับมาของ ซาลิบา: เรายังไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาจะต้องพักกี่สัปดาห์ เพราะมันเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟื้นตัว และแต่ละอย่างก็แตกต่างกันเล็กน้อย เรารู้ว่าเราต้องเคารพระยะเวลาที่เหมาะสมบางอย่าง การฟื้นตัวของเขาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก แต่เราต้องรอดูว่าอาการของเขาจะตอบสนองอย่างไร เมื่อเราเริ่มเพิ่มภาระและความหนักในการฝึกซ้อมให้กับเขา เรื่องการใส่เขาไว้ในทีมชุดแชมเปียนส์ลีกเป็นเรื่องง่ายหรือไม่: ใช่ มันง่าย และเราก็มีพื้นที่ที่จะทำแบบนั้นด้วย เรื่องที่เขาพอใจกับการที่ตลาดซื้อขายปิดลงแล้วหรือไม่: มันก็เป็นอย่างที่มันเป็น — เราไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ! ผมคิดว่าเราทุกคนรู้ดีว่าเราต้องตัดสินใจว่าอยากให้ตลาดซื้อขายปิดเมื่อไหร่ และตอนนี้มันก็ปิดแล้ว ทุกอย่างชัดเจนอย่างมากเกี่ยวกับขุมกำลังของทุกทีม และทุกคนต้องอยู่ที่ไหน เรื่องการที่ไม่ได้ปิดดีลซื้อขายบางราย: ผมไม่รู้ ผมคิดว่าทุกช่วงเวลาและทุกสถานการณ์แตกต่างกัน บางครั้งเราจำเป็นต้องตอบสนอง เพราะมีบางสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และคุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนั้น ดังนั้นผมคิดว่าทุกกรณีแตกต่างกัน เรื่องเงื่อนไขในสัญญาของ นวาเนรี่ ที่เปิดทางให้กลับมาในเดือนมกราคม: รอดูกัน เรามุ่งความสนใจไปที่ อีธาน ตอนนี้คือการไปเล่นให้กับสโมสรที่ยอดเยี่ยม บรรยากาศ สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการมีแชมเปียนส์ลีกอยู่ตรงหน้าเขา และบรรดานักเตะพรสวรรค์มากมายที่ดอร์ทมุนด์ จากนั้นเราค่อยมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่อง นวาเนรี่ อาจต้องเจอกับเราในแชมเปียนส์ลีก: ความเป็นไปได้นั้นเปิดกว้างแล้ว โดยมีกฎที่แตกต่างจากพรีเมียร์ลีก ดังนั้นใช่ เรื่องการรับมือแนวรุกของเชลซี: การรับมือจะเป็นความรับผิดชอบของทุกคน แน่นอนว่าเป็นความรับผิดชอบของทั้งทีม มากกว่าจะเป็นเรื่องของเกมรับเพียงอย่างเดียว เรื่องตัวเลือกในแนวรุกของเรา: สิ่งที่ผมพูดได้ก็คือ ผมรักบรรดานักเตะที่เรามี นั่นคือสิ่งที่แน่นอน เรื่องฟอร์มของ ซาก้า: จนถึงตอนนี้เขามีความสม่ำเสมอมากในช่วงสองสัปดาห์แรก ผมไม่รู้ว่าเรายังเหลืออีกกี่สัปดาห์! เรื่องการพูดคุยกับ ชาบี อลอนโซ่ ก่อนที่เขาจะย้ายไปเชลซี: ผมได้คุยกับเขาก่อนหน้านั้น แต่ใช่ ผมมีความสุขกับเขามากอย่างที่ผมพูดไป มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม เพราะแน่นอนว่าเรามีประวัติศาสตร์ร่วมกัน เช่นเดียวกับ อันโดนี่ [อิราโอล่า] และการได้มาเผชิญหน้ากันในระดับนี้ รวมถึงมีความรับผิดชอบในการบริหารสโมสรชั้นนำบางแห่งในประเทศ ถือเป็นเรื่องที่สวยงามมากที่ได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้ เรื่องที่เขาประหลาดใจกับการที่เชลซีเซ็นสัญญากับ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ หรือไม่: ไม่เลย แน่นอนว่าผมรู้จัก เอมิ เป็นอย่างดี ดังนั้นเราจึงเคยมีเขาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้รักษาประตูระดับท็อป มันชัดเจนว่าเขาจะนำอะไรมาให้กับทีม และผมคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมาก เรื่องเรามีนักเตะแนวรุกรระดับเวิลด์คลาสหรือไม่: ผมรักนักเตะของผม นั่นคือสิ่งที่ผมพูดได้ ส่วนจะจัดพวกเขาให้อยู่ในระดับไหน หรือคุณอยากจัดไว้ในกลุ่มไหน ผมไม่รู้ ผมคิดว่าเมื่อจบฤดูกาล เราจะจัดทุกคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมของพวกเขา และขอให้เราเชื่อมั่นในตัวพวกเขา เราต้องทำให้แน่ใจว่าเราจะสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ และทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยเหลือพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมที่พวกเขามี เรื่องมิตรภาพของเขากับ อลอนโซ่: ใช่ ตอนนี้การจะหาเวลาพบกันคงยากขึ้น เพราะตารางงานของเราทั้งคู่แน่นมาก แต่แน่นอนว่าความสัมพันธ์นั้นดำเนินมาหลายปีแล้ว และเราเคยมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ตอนนี้มันคือการแข่งขัน และเมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากัน คุณก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องการใช้ผู้เล่นจากอะคาเดมี่ในทีมชุดใหญ่: มันขึ้นอยู่กับคุณภาพที่คุณมีในอะคาเดมี่ และบางครั้งก็เป็นเพียงเรื่องของนักเตะจากรุ่นหนึ่งที่สามารถก้าวขึ้นมาได้ในจังหวะที่เหมาะสม มันเกี่ยวกับเรื่องเวลา รวมถึงความต้องการที่คุณมีด้วย และผมคิดว่าในฐานะสโมสร เราต้องการมอบโอกาสให้กับนักเตะจากอะคาเดมี่ของเรา เพื่อให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพและอยู่ในระดับที่เราเชื่อว่าพวกเขาสามารถไปถึงได้ และจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่าพวกเขาทำได้ดีมาก ๆ เรื่องการทำให้ทุกคนมุ่งเป้าไปที่ชัยชนะ: เรื่องนั้นง่ายมาก ผมคิดว่าข้อความนั้นชัดเจนตั้งแต่วันแรก ดังนั้นหากคุณคิดแตกต่างออกไป ผมไม่คิดว่าคุณควรอยู่ที่นี่ คุณต้องไปอยู่ที่อื่น เรื่องเชลซีใช้ “แผ่นรองรักบี้” ในการฝึกซ้อม: นั่นเป็นสิ่งที่หลายสโมสรใช้ และเราก็ใช้แผ่นรองเหล่านั้นเช่นกัน ทุกคนใช้แผ่นรองเหล่านี้ในการฝึกซ้อมแบบเป็นสถานี ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปมาก ๆ เรื่องการย้ายออกของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง มันเป็นความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับเขา และได้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางนี้ร่วมกับเขา กาบีคนที่ผมได้พบในวันแรก กับ กาบีคนที่เพิ่งจากไปนั้น มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาก ทั้งในด้านส่วนตัวและด้านอาชีพ ผมคิดว่าผลกระทบที่เขามีต่อสโมสร ความทะเยอทะยานของเขา ความรักที่เขามีต่อเกมฟุตบอล และวิธีการที่เขาใช้ ผมคิดว่าเขามีส่วนช่วยให้เราเติบโตและบรรลุเป้าหมาย เขาเป็นนักเตะคนสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องราวของเขากับเราสิ้นสุดลงแล้ว และเราขออวยพรให้เขาพบกับสิ่งที่ดีที่สุดในเส้นทางบทใหม่ นี่คือส่วนหนึ่งของฟุตบอล เรื่องการพลาดคว้าปีกเข้ามาเสริมทีม: ผมไม่รู้ นี่เป็นเพียงความคิดเห็น ตลาดซื้อขายปิดลงแล้ว และผมเลือกที่จะมองไปยังสิ่งดี ๆ ที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดที่เรามีอยู่ในขุมกำลังชุดนี้ มากกว่าจะใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเราในตอนนี้ นั่นคือทั้งหมด และนั่นคือความรับผิดชอบหลักของผม เรื่องเขาคิดว่าเชลซีจะเล่นอย่างไร: มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และสถานการณ์ของเกมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะในสองเกมที่พวกเขาเล่น พวกเขาทำประตูได้เร็วมาก และนั่นเปลี่ยนโมเมนตัมรวมถึงทิศทางของเกม แต่พวกเขาสามารถเล่นได้หลายรูปแบบ และเขาเองก็สามารถเล่นได้หลายวิธีเช่นกัน จนถึงตอนนี้ถือเป็นรูปแบบการเล่นที่ประสบความสำเร็จมาก เรื่องการนำความสำเร็จของ อลอนโซ่ ที่เลเวอร์คูเซ่นมาเป็นแรงบันดาลใจหรือไม่: อย่างแรกเลยคือความกล้า แน่นอนว่าเรารู้จักกันมานานมาก เราผ่านประสบการณ์ในหลายประเทศและหลายช่วงเวลา และการที่เขากล้าไปทำงานในต่างประเทศและประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำ เช่นเดียวกับ อันโดนี่ ผมคิดว่ามันน่าทึ่งมาก มันแสดงให้เห็นว่า การทำในสิ่งที่คุณรู้สึกว่าใช่ และทำในแบบที่คุณเชื่อ รวมถึงสามารถถ่ายทอดสิ่งนั้นไปยังสโมสรและนักเตะ และท้ายที่สุดบรรลุเป้าหมายที่คุณต้องการนั้น เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะเกิดที่ไหนหรือมาจากที่ใดก็ตาม เรื่องการที่เราไม่ได้เซ็นนักเตะจากเชลซีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021: ผมต้องกลับไปทบทวนเรื่องนั้นก่อน มันมีโอกาสเกิดขึ้น และแน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับความต้องการที่สโมสรหรือทีมมี และเมื่อโอกาสเข้ามา มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ ถือเป็นสถิติที่ดี! เรื่องเราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในตลาดซื้อขายหรือไม่: ใช่ บรรลุครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์หลังจากนั้นอาจแตกต่างจากสิ่งที่คุณคาดหวัง แต่เจตนารมณ์นั้นมีอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งในความเห็นของผม นั่นคือสิ่งที่ผมให้คุณค่ามากที่สุด เรื่องจำนวนกองหน้าของเรามีความเสี่ยงหรือไม่: ผมเข้าใจมุมมองนั้นเช่นกัน แต่เราก็ต้องเข้าใจจำนวนเวลาที่นักเตะเหล่านั้นลงเล่น รวมถึงนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก และข้อมูลแสดงให้เห็นบางอย่างที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็เป็นอย่างที่มันเป็น นี่คือสิ่งที่เรามี และอย่างที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ เรามีนักเตะที่ดีมาก ๆ อยู่แล้ว เรื่องมีความเสียใจอะไรจากตลาดซื้อขายหรือไม่: ไม่ การขายนักเตะสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเช่นกัน มันไม่ได้มีเพียงเหตุผลเดียวเสมอไป และนั่นเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบที่พวกเราทุกคนมีต่อสโมสรฟุตบอล เรื่องความทะเยอทะยานในตลาดซื้อขายหมายถึงความตั้งใจหรือไม่: ใช่ เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณเพียงคนเดียว เรื่องความยากในการปิดดีลใหญ่: ผมคิดว่า อันเดรีย [แบร์ต้า] หรือ จอช [โครเอนเก้] น่าจะตอบเรื่องนี้ได้ดีกว่า เพราะผมไม่ได้อยู่ในการเจรจาเหล่านั้น พวกเขารู้เรื่องนี้ดีกว่าผมมาก ดังนั้นผมคิดว่าคำถามเหล่านี้เกี่ยวข้องกับตลาดซื้อขายและรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าควรให้พวกเขาเป็นคนพูดถึงเรื่องนี้ เรื่องราคานักเตะในตลาดที่สูงขึ้นส่งผลเสียต่อวงการฟุตบอลหรือไม่: ผมมั่นใจว่าเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น มันต้องมีการวิเคราะห์อยู่เบื้องหลังว่าเรื่องนี้จะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน และทรัพยากรต่าง ๆ จะปรากฏขึ้น หรือมูลค่าของนักเตะแต่ละคนจะสูงขึ้นมาก และทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างยั่งยืน แต่ก็อย่างที่บอก นั่นเป็นสิ่งที่พรีเมียร์ลีกและเจ้าของสโมสรต้องพิจารณาและประเมิน เรื่องการที่เราสามารถเปลี่ยนแดนกลางทั้งหมดได้ที่ วิลล่า พาร์ค: ใช่ มันมีประโยชน์มาก และเราพูดคุยกันในแต่ละเกม รวมถึงในวันแข่งขันด้วย โดยพิจารณาจากสิ่งที่ทีมต้องการ หรือสิ่งที่สถานการณ์ในช่วงเวลานั้นต้องการ เพื่อส่งผู้เล่นที่มีคุณลักษณะแตกต่างกันลงไปช่วยให้เราชนะเกมฟุตบอล และในวันจันทร์ นั่นคือสิ่งที่ผมพูดไปว่า มันเป็นชัยชนะของทั้งทีม เพราะทุกคนมีส่วนร่วม และคุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละคนก็ช่วยให้เราคว้าชัยชนะในเกมนั้นได้ในท้ายที่สุด เรื่องคู่หูในแดนกลาง: มีหลายรูปแบบมาก ผมเริ่มทดลองการจับคู่ต่าง ๆ และแทบจะทำต่อไปได้ไม่สิ้นสุด และนั่นคือความสวยงามของมัน เพราะพวกเขาทุกคนสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกัน และทุกคนมีแนวคิดที่สามารถเล่นและยืนในพื้นที่ที่แตกต่างกันตลอดทั้งเกม และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการจากกองกลางของเรา เรื่องการได้เห็นปีกสองคนสามารถเล่นอยู่ฝั่งเดียวกัน: นี่เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบสุ่มมาก ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เราวางแผนไว้ในเกม แต่ความวุ่นวายของเกม หรือบางจังหวะภายในเกมที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น อาจทำให้ปีกสองคนต้องเข้ามาเล่นใกล้กันมากขึ้น เพราะแม้ว่าคุณจะต้องการให้พวกเขาแยกออกจากกัน แต่ความเร็วของเกมก็ไม่เปิดโอกาสให้คุณทำแบบนั้นได้ เพราะคุณต้องใช้เวลาในการพาผู้เล่นที่อยู่ห่างกันถึง 60 เมตรให้เข้ามาใกล้กัน ดังนั้นมันจึงเกี่ยวข้องอย่างมากกับไดนามิกของเกม และโอกาสต่าง ๆ ที่เกมมอบให้
  8. PREMIER LEAGUE 2026/27 Aston Villa 0 - 1 Arsenal Mon 31 August 2025, 02.00 น. GOAL: 0-1 บูคาโญ ซาก้า (นาทีที่ 59, คาลาฟิออรี) ดาวิด ราย่า: 6.5 สะสมคลีนซีตเป็นเกมส์ที่สองของราย่า เกมส์นี้เขาไม่ได้มีจังหวะต้องออกแรงเซฟอะไรเลย แต่จังหวะออกมารับบอลจากด้านข้าง หรือออกมาคว้าบอลทำได้ดีไม่มีข้อผิดพลาด กาเบรียล มากัลเญส: 7.0 กาเบรียลก็ยังเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง การป้องกันกรอบเขตโทษยังทำได้ดีตามมาตรฐาน ท้ายเกมส์เจอผู้เล่นวิลล่ายั่วโมโห แต่กาเบรียลก็ยังคุมสติได้ดี คริสเตียน มอสเกร่า: 6.5 จังหวะได้ประตูก็ต้องชมมอสเกร่าที่กล้าจ่ายยัดเข้าพื้นที่สุดท้าย เกมส์รับภาพรวมก็ถือว่าทำได้ดี อาจมีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร เบน ไวท์: 6.0 การออกบอลในช่วงครึ่งเวลาแรกของไวท์ถือว่าทำได้ไม่ดีเลย ขยับขึ้นไปหาที่ว่างรับบอลได้แล้ว แต่จังหวะจ่ายตัดสินใจไม่ดี เกมส์รับไวท์ก็ยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่พอสมควร ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 7.0 ช่วงครึ่งแรกก็ยังมีปัญหาเกมส์รับอยู่เล็กน้อย และการขึ้นเกมส์ฝั่งซ้ายวันนี้ทำไม่ค่อยได้สักเท่าไร แต่ประตูนำ 1-0 เป็นเขาที่สอดไปเปิดให้ซาก้าทำประตูได้ ครึ่งหลังเกมส์รับดูแน่นอนมากขึ้น ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.5 ไมล์สก็คุมพื้นที่แดนกลางได้ดี มีจังหวะเกะกะตรงกลางได้ดี เสียการครองบอลยาก แต่สิ่งที่ขาดคือ ไมล์ส ไม่ค่อยกล้าจ่ายบอลทะลุไลน์เท่าที่ควร เดแคลน ไรซ์: 7.5 วันนี้ไรซ์แบกหลังแอ่นอีกแล้ว โดยเฉพาะครึ่งเวลาหลัง ไรซ์โดดเด่นมากๆ ทั้งการตัดบอล และพาบอลขึ้นหน้าไปเอง ช่วยทั้งเกมส์รับและเกมส์รุก มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 (C) พอเจอวิลล่ามายืนกระชับพื้นที่ตรงกลาง โอเดการ์ดไม่มีพื้นที่ในการสร้างสรรค์เกมส์ กลายเป็นทำอะไรได้ยาก และหลายครั้งที่โอเดการ์ดต้องถอนตัวเองลงมารับบอลต่ำ เป็นการฉายภาพเดิมซีซั่นก่อน คริสตอส โซลิส: 5.0 วันนี้หลุดฟอร์มไปมาก สำหรับโซลิส ที่เอาชนะในการดวลกับแมตตี้ แคซ ไม่ได้เลย แถมเจ้าตัวไปเสียใบเหลืองช่วงกลางครึ่งแรก มีอีกจังหวะที่เสียบอลแล้วไปตัดฟาล์ว ดีที่ไม่โดนเหลืองสอง ทำให้ช่วงพักครึ่งเขาโดนเปลี่ยนตัวออกไป บูคาโญ ซาก้า: 7.0 ซาก้า เข้าชาร์จให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จในช่วงครึ่งเวลาหลัง แต่ฟอร์มโดยรวมของซาก้า วันนี้จังหวะ 1 ต่อ 1 ซาก้าก็เอาชนะไม่ค่อยได้สักเท่าไร และมีหลายครั้งที่เสียบอลง่ายๆ เลย ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 วันนี้ฮาแวร์ตซ์ก็เล่นไม่ค่อยออกเหมือนกัน ด้านบนฮาแวร์ตซ์เก็บบอลได้ไม่มากอย่างที่ควร บอลพื้นที่สุดท้ายก็ติดๆ ขัดๆ โอกาสใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็นการหลุดเดี่ยวไปยิงแต่ยิงติดเซฟประตูของวิลล่า ตัวสำรอง: เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 (นาทีที่ 46, โซลิส) ได้ลงมาแทนโซลิส ในครึ่งเวลาหลัง กับบทบาทปีกซ้าย เอเซ่ ก็พยายามที่จะสร้างสรรค์โอกาสแต่บอลสุดท้าย กับพื้นที่สุดท้าย เอเซ่เอาแน่เอานอนไม่ได้ บรูโน่ กิมาไรส์: 6.5 (นาทีที่ 70, ลูอิส-สเกลลี่) ลงมาก็ได้มิติการเล่นแบบใหม่ พอบรูโน่ จี ลงมา ตรงกลางมีคนกลางจ่ายบอลทะลุแนวรับ มีอย่างน้อย 2 จังหวะที่บรูโน่แทงบอลสวยๆ ให้เพื่อน แต่บรูโน่ก็ยังมีจังหวะเสียบอลหน้าบ้านอยู่นะ จะเรียกฟาล์วแต่กรรมการไม่เป่า มิเกล เมริโน่: 6.5 (นาทีที่ 70, โอเดการ์ด) ลงมาเล่นในช่วง 20 นาทีสุดท้าย การเล่นของเมริโน่ค่อนข้างมีประโยชน์ทีเดียว เวลาที่เขาได้ครองบอล ใช้สเต็ปพลิกบอลหนีไปแบบเนียนๆ เอซรี คอนซ่า: 6.0 (นาทีที่ 78, มอสเกร่า) ประเดิมสนามเกมส์แรกให้กับต้นสังกัดใหม่ ลงมาแทนมอสเกร่าที่มีปัญหาบาดเจ็บในช่วง 10 กว่านาทีสุดท้าย คอนซ่าก็ไม่ได้เจอกับการทดสอบอะไรมาก มาร์ติน ซูบิเมนดี้: N/A (นาทีที่ 85, ไรซ์) https://www.youtube.com/watch?v=GXVue5RDgTo
  9. PREMIER LEAGUE 2026/27 Arsenal 3 - 0 Coventry Fri 21 August 2025, 02.00 น. GOAL: 1-0 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 15, คาลาฟิออรี) 2-0 บูคาโญ ซาก้า (นาทีที่ 23) 3-0 มาร์ติน โอเดการ์ด (นาทีที่ 49, ไวท์) ดาวิด ราย่า: 6.0 เจ้าของถุงมือทองคำ 3 สมัย เริ่มต้นซีซั่นด้วยคลีนซีตเป็นวันที่ราย่าไม่ต้องออกแรงอะไรมาก ลูกที่โคเวนทรียิงเข้ากรอบ ก็เป็นลูกโหม่งที่ไม่มีน้ำหนักอะไร กาเบรียล มากัลเญส: 6.5 โดนใบเหลืองเร็วอยู่เหมือนกันในเกมส์นี้ แต่กาเบรียลก็ประคองได้ดี มีแค่จังหวะที่โดนใบเหลืองเท่านั้นแหละที่โดนกองหน้าโคเวนทรีพลิกหนีไปได้ นอกนั้นกาเบรียลก็เก็บได้หมด คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 จุดที่ต้องพัฒนาที่ชัดเจนคือการรับมือกับบอลยาวที่ทิ้งมาจากแนวลึก มอสเกร่าเหลี่ยมยังดูไม่ได้เปรียบนัก แล้วก็ยังมีเข้าบอลโฉ่งฉ่างบ้าง แต่ส่วนอื่นเขาก็ทำหน้าที่ได้โอเค เบน ไวท์: 7.5 วันนี้ฟิตจัดมาก ขยันโอเวอร์แล็ปอยู่ตลอด ซึ่งไวท์ก็วิ่งทะลุขึ้นไปรับบอลดีๆ ได้หลายครั้ง หนึ่งในนั้นคือการเติมไปเปิดกลับมาให้โอเดการ์ดยิงลูกสาม เกมส์รับไวท์ก็ทำได้ดี หวังว่าสภาพร่างกายจะดีแบบนี้ไปได้นานๆ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 7.0 คาลาฟิออรีเป็นคนที่จ่ายเร็วเข้ากลางมาให้ฮาแวร์ตซ์ยิงนำ 1-0 คอมโบระหว่างริชชี่ และโซลิสดูมีความน่าสนใจ เกมส์รุกฝั่งซ้ายอาร์เซน่อลดูอันตรายขึ้นมากๆ ส่วนเกมส์รับวันนี้ถือว่าทำได้ดี ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 7.5 น้องไมล์สดีแบบต่อเนื่องในบทบาทกองกลางตำแหน่งถนัด จังหวะการรับส่ง การพลิกบอลไปเล่น ไมล์สทำได้ดีมาก ครึ่งหลังมีเติมขึ้นไปหาจังหวะจ่าย จังหวะยิงแถวหน้ากรอบเขตโทษด้วย เดแคลน ไรซ์: 7.0 เกมส์นี้ต้องลงมาเป็นตัวจริง เพราะบรูโน่ จี มีปัญหาบาดเจ็บจากนัดชนะซิตี้ บทบาทของไรซ์ก็สานต่อจากช่วงท้ายซีซั่นก่อน เน้นคุมพื้นที่ตรงกลางสนามให้มั่นคง แต่เมื่อมีจังหวะเติมขึ้นไป ไรซ์ก็พร้อมอย่างจังหวะเริ่มต้นของประตูที่สอง มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.5 (C) ครึ่งแรกโอเดการ์ดก็มี 2-3 จังหวะที่พยายามจะจ่ายบอลเข้าทำให้เพื่อน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ลงล็อค ต้นครึ่งหลังเป็นโอเดการ์ด เป็นคนยิงให้หนีห่างเป็น 3-0 ลูกนี้ถือว่ายิงไม่ดี แต่กลายเป็นดี ในระบบใหม่โอเดการ์ดกลับมาเฉิดฉาย เขาไม่ต้องลงไปล้วงบอลต่ำ ทำให้โฟกัสที่การสร้างสรรค์ในพื้นที่สุดท้ายได้เต็มที่ ปลุกพลัง Ozone ของตัวเอง คริสตอส โซลิส: 8.0 ปรับตัวกับทีมได้เร็วมาก การเล่นของโซลิสไม่ซับซ้อน มันเป็นการเล่นง่ายๆ แต่ดูอันตรายเฉยเลย ลูกที่สองก็ถือว่าต้องให้เครดิตเขาด้วย ที่เป็นคนเปิดยัดเร็วเข้ากลาง วันนี้ขาดแค่อย่างเดียวคือประตู โอกาสยิง 2-3 ได้ลุ้นตลอด บูคาโญ ซาก้า: 7.0 ได้สตาร์ทตัวจริง หลังจากนัดคอมมูนิตี้ ชิลด์ลงมาเคาะสนิมเป็นตัวสำรอง ซาก้าเป็นคนยิงให้ทีมขยับนำ 2-0 จากจังหวะที่ประตูโคเวนทรีป้องกันลูกเปิดจากด้านข้างไม่ดี ซาก้าซ้ำโล่งๆ เข้าไป สามเหลี่ยมฝั่งขวาก็ถือว่าทำงานเป็นระยะ ไค ฮาแวร์ตซ์: 7.0 ยิงประตูได้ต่อเนื่องเลย สำหรับฮาแวร์ตซ์ เขาเป็นคนยิงประตูนำ 1-0 อย่างเฉียบคม การที่เขาไม่อยู่นิ่ง และเคลื่อนที่ไปเชื่อมกับเพื่อนมีประโยชน์มากๆ ตอนนี้ก็อยู่ที่สภาพร่างกายของฮาแวร์ตซ์ม ตัวสำรอง: โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 (นาทีที่ 68, ซาก้า) มาดูเอเก้ ก็ยังจังหวะนรกเหมือนเดิม คือ มันพาบอลเข้าไปพื้นที่สุดท้ายได้ แต่จังหวะจะเปิดหรือยิง มันน่าเขกกระโหลก ไม่เสียบอล ก็เสียจังหวะ มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 (นาทีที่ 68, ไรซ์) ลงมาเล่นช่วง 20 นาทีสุดท้าย ซูบิเมนดี้ก็ต้องเร่งฟอร์มหน่อย ตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับสี่ในตำแหน่งคู่กลาง เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 (นาทีที่ 76, โซลิส) มิเกล เมริโน่: 6.0 (นาทีที่ 76, โอเดการ์ด) เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 (นาทีที่ 81, คาลาฟิออรี)
  10. COMMUNITY SHIELD 2026 Arsenal 3 - 0 Man City Sun 16 August 2025, 21.00 น. GOAL: 1-0 ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี (นาทีที่ 1, ลูอิส-สเกลลี่) 2-0 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 28, โซลิส) 3-0 มาร์ติน โอเดการ์ด (นาทีที่ 48, โซลิส) ดาวิด ราย่า: 8.5 ครึ่งเวลาแรก ราย่าโชว์ซูเปอร์เซฟยากๆ ในการป้องกันลูกยิงของโฟเด้นกับฮาลันด์ไปคนละที การออกมารับลูกเตะมุมเนียนกริบ ครึ่งหลังเหมือนจะไม่มีอะไรให้ต้องออกแรง แต่ก็มีทุบลูกยิงไกลจากแซร์กี กับลูกยิงเต็มข้อของเซเมนโญ่ กาเบรียล มากัลเญส: 7.5 ช่วงที่ยังไม่มีซาลิบา กาเบรียลก็ต้องขยับขึ้นมาเป็นลูกพี่ใหญ่กว่าเดิมในการคุมแนวรับ ซึ่งเกมส์นี้เขาก็ทำได้ดี ในการซ้อนเป็นตัวสุดท้าย คริสเตียน มอสเกร่า: 6.5 ดูจากช่วงปรีซีซั่น ดูแล้วมอสเกร่าคงจะถูกวางไว้เล่นทดแทนซาลิบาไปก่อน ระหว่างรอเซ็นกองหลังตัวใหม่ ภาพรวมก็ถือว่าน้องมอสทำได้โอเค อาจจะมีออกบอลเสียอยู่เล็กน้อย เบน ไวท์: 6.5 ไวท์ก็มีจังหวะเผลอๆ หลุดตำแหน่งปล่อยให้โดกูได้ว่างโล่งอยู่ 2-3 หนในครึ่งแรก แต่ก็มีมาแก้ตัวลูกทิ้งตัวบล็อกเซฟประตูช่วยทีมได้แบบหวุดหวิด ครึ่งหลังซิตี้เปลี่ยนโดกูออก ไวท์ก็งานเบาขึ้นเยอะ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 7.5 สอดทะลุขึ้นไปรับบอล ก่อนจะหลอกยิงเสาแรกให้อาร์เซน่อลขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ 23 วินาทีแรก ท้ายครึ่งแรกแอบสอดขึ้นมาวอลเล่ย์ข้ามคานแบบได้ลุ้นอีกครั้ง เกมส์รับริชชี่ก็ทำได้ดี ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 8.0 ประตูแรกก็ต้องชมไมล์ส ตั้งแต่การพลิกบอลก่อนจ่ายทะลุช่องให้คาลาฟิออรีหลุดเดี่ยว การเล่นตรงกลางของไมล์สเนียนกริบ ไม่ว่าจะจังหวะเทิร์นบอล และการเล่นเกมส์รับ ที่พอมีพี่ประคอง ไมล์สก็เล่นได้มั่นใจมากขึ้น บรูโน่ กิมาไรส์: 6.5 ประเดิมนัดแรกอย่างเป็นทางการในสีเสื้อของอาร์เซน่อล วิธีการเล่นของบรูโน่จี ถือว่าน่าสนใจเลย ตรงกลางแน่นมาก จังหวะการออกบอลถือว่าไม่ได้จ่ายแบบทื่อๆ เชื่อว่าเขายังดีกว่านี้ได้อีก เพราะบางจังหวะบรูโน่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ เขาถูกเปลี่ยนออกไปในช่วงพักครึ่ง มาร์ติน โอเดการ์ด: 8.5 (C) บทบาทของโอเดการ์ดน่าสนใจ เมื่อมี บรูโน่ กิมาไรส์ เข้ามาเติมแดนกลาง เราเห็นชัดเลยว่า โอเดการ์ด ไม่ต้องลงมาล้วงบอลต่ำเอง สามารถไปสร้างสรรค์ในแดนสุดท้ายได้เต็มที่ ลูกที่สองก็มีจุดเริ่มต้นจากเขา ต้นครึ่งหลังโอเดการ์ดบวกลูก 3-0 นี่เป็นสิ่งที่เราอยากเห็นจากโอเดการ์ด วันนี้ร่างทองของกัปตันจริงๆ คริสตอส โซลิส: 8.0 แบบที่อาร์เตต้าชื่นชมจุดเด่นของโซลิสคือการวิ่ง Off the ball เขาพาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่ไปรับบอลเล่นได้ในพื้นที่สุดท้าย ประตูที่สองเป็นโซลิสที่โหม่งตั้งกลับมาให้ฮาแวร์ตซ์ ประตูที่สามโซลิสได้ลากจี้ ก่อนจ่ายยัดกลางให้โอเดการ์ดหลุดไปยิงลูกสาม เกมส์รับก็ลงไปช่วยเพื่อนตลอด โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 โนนี่ไปแอบหาพื้นที่ว่างในการรับบอลได้ดี แต่ที่เหมือนเดิมคือการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ไค ฮาแวร์ตซ์: 7.5 เกมส์สำคัญๆ อาร์เตต้าก็มักจะไว้ใจฮาแวร์ตซ์มากกว่าเยอเคเรส แล้วฮาแวร์ตซ์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาเป็นคนโหม่งประตูให้ทีมขยับนำ 2-0 การเก็บบอลในแดนหน้าของฮาแวร์ตซ์ก็ทำได้ดีหลายครั้ง และแกเคลื่อนที่ไปเชื่อมกับเพื่อนได้ดี ตัวสำรอง: เดแคลน ไรซ์: 6.0 (นาทีที่ 46, กิมาไรส์) เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 (นาทีที่ 60, คาลาฟิออรี) บูคาโญ ซาก้า: 6.0 (นาทีที่ 60, มาดูเอเก้) วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 75, ฮาแวร์ตซ์) สิ่งที่เห็นได้ชัดว่าทำไมเกมส์ใหญ่ อาร์เตต้าถึงไว้ใจฮาแวร์ตซ์มากกว่าเยอเคเรส จุดที่เห็นชัดที่สุดคือบอลแรก เยอเคเรสจับบอลห่างเป็นวา ทำให้เล่นจังหวะต่อไปลำบาก มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 (นาทีที่ 75, ลูอิส-สเกลลี่) เอเบเรซี่ เอเซ่: N/A (นาทีที่ 85, โอเดการ์ด)
  11. PRE-SEASON 2026 Arsenal 2 - 3 Dortmund Sun 9 August 2025, 20.00 น. GOAL: 0-1 ซามูเอลเล่ อิกนาซิโอ (นาทีที่ 7) 0-2 คอนสแตนตินอส คาเร็ตแซส (นาทีที่ 29) 1-2 อีธาน วาเนรี (นาทีที่ 54, โซลิส) 1-3 โฌอัน กาดู (นาทีที่ 58) 2-3 วิคตอร์ เยอเคเรส (นาทีที่ 64, จุดโทษ) เกป้า อาร์ริซซาบาลาก้า: 5.5 ตรงเป็นตุงเลย สำหรับเกปา ผลงานในช่วงปรีซีซั่นดูไม่ค่อยดีนัก เราได้เห็นมาตั้งแต่นัดก่อนที่แพ้เบติสแล้ว กาเบรียล มากัลเญส: 5.5 ค่อนข้างหลุดฟอร์มไปพอสมควรสำหรับกาเบรียล สองประตูที่เสียในครึ่งแรก ลูกแรกเขาถูกลากจนหลุดจากตำแหน่ง ลูกสองก็ไม่เข้าบอล ปล่อยคู่แข่งได้ยิงง่ายๆ คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 ลูกแรกที่เสียมอสเกร่าก็ตามดักตัวสอดไม่ทัน แต่ภาพรวมเกมส์รับฝั่งขวา ยังผิดพลาดกันน้อย เมื่อเทียบกับฝั่งซ้าย เมื่อตัวใหม่ยังไม่มา มอสเกร่าน่าจะได้โอกาสในช่วงต้นซีซั่น เบน ไวท์: 6.5 ครึ่งแรกยังทรงๆ แต่ยังไม่ค่อยมองเห็นปัญหาเกมส์รับสักเท่าไร ครึ่งหลังไวท์ดีขึ้น ชัดเจนคือจังหวะ Overlap ที่ทำได้ดีขึ้นเยอะ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 5.0 เกมส์รับฝั่งซ้าย กลายเป็นจุดอ่อนทั้งๆ ที่เป็นสองตัวเกรดตัวหลักทั้งนั้น คาลาฟิออรี จังหวะแย่งบอลเอาไม่ค่อยอยู่ และลูกสองที่เสียก็เริ่มจากที่เขาไปเสียบอลกลางทาง ภาพรวมเป็นเกมส์ที่ไม่ดีเลย ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0 เป็นอีกครั้งที่ได้เห็นแผลว่า ไมล์ส ยังไม่สามารถแบกตรงกลางได้ด้วยตัวคนเดียว โดยเฉพาะบาลานซ์ของตรงกลางไม่สมดุลแบบนี้ เขาคนเดียวยังตาม Cover ไม่ทัน พื้นที่หน้ากรอบเขตโทษปล่อยคู่แข่งเล่นง่ายๆ มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.0 ลงมาเคาะสนิม 30 นาที หลังจากเพิ่งกลับมารายงานตัวปรีซีซั่นเมื่อไม่กี่วันก่อน ถือเป็น 30 นาทีที่ดีของโอเดการ์ดเลย เราได้เห็นการแทงบอลทะลุช่องเร็ว ที่หายไปนาน ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 มีโอกาสเยอะมาก ทั้งโอกาสลุ้นประตู และหลุดไปเปิด แต่ฮาแวร์ตซ์ไม่มีความเด็ดขาดเลย การเอาฮาแวร์ตซ์มาเล่นตรงกลาง เรารู้กันดีว่ามันทำให้ตรงกลางเสียสมดุลแน่นอน ซึ่งก็ไม่ต่างจากนัดก่อน พื้นที่หน้ากรอบเขตโทษโล่งโจ้ง คู่แข่งเคาะกันสบาย คริสตอส โซลิส: 7.5 ช่วงแรกบทบาทน้อยไปสักนิด ลูกตั้งเตะถือว่าเป็นคนเปิดบอลได้ลุ้นมาก ฟรีคิก 2 ครั้งในครึ่งเวลาแรก เปิดให้เพื่อนได้ขึ้นโขกเหน่งๆ แต่เพื่อนจบกันไม่ดีเอง ครึ่งหลัง โซลิสโดดเด่นขึ้นมาเลย เป็นคนจ่ายให้วาเนรียิงตีไข่แตกไล่มา 1-2 และเป็นคนเรียกจุดโทษให้กับทีมได้ด้วย แม็กซ์ ดาวแมน: 6.0 ครึ่งแรก แม็กซ์ทำได้ดีแบบเห็นๆ แค่จังหวะที่แตะหนีแล้วหักกลับมาให้เยอเคเรสยิงชนคาน นอกนั้นบทบาทกับเกมส์ยังอิมแพ็คน้อยเกินไป ครึ่งหลังประสานกับไวท์ได้ดีขึ้น วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 โอกาสใกล้เคียงที่สุดในครึ่งแรก คือลูกที่พลิกยิงบอลไปชนคาน แต่จังหวะอื่นๆ เยอเคเรสทำได้ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไร ถึงครึ่งหลังจะมายิงจุดโทษไล่มา 2-3 แต่การพักบอล เยอเคเรส ก็ยังทำได้ไม่ดี ตัวใหญ่แต่บาลานซ์ร่างกายไม่ดี เจอเบียดเจอกระแทกแล้วเสียจังหวะ ตัวสำรอง: อีธาน วาเนรี: 6.5 (นาทีที่ 32, โอเดการ์ด) ลงมาแทนโอเดการ์ดในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ช่วงนั้นถือว่าเสียบอลง่ายๆ เยอะไปหน่อย แต่ลงมาครึ่งหลังดูจะมุ่งมั่นมากขึ้น เขาเป็นคนยิงตีไข่แตก อีกครั้งได้ยิงจากนอกกรอบ อิลล็อง เมริเย่ร์: 6.0 (นาทีที่ 46, เกปา) เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 (นาทีที่ 60, คาลาฟิออรี) มาร์ลี แซลมอน: 6.5 (นาทีที่ 60, กาเบรียล) ปรีซีซั่นรอบนี้ แซลมอนดูพัฒนาขึ้นมา จังหวะปะทะ จังหวะสปีดเข้าไปชิงเล่นบอลทำได้ดีเลย รวมถึงจังหวะเข้าสกัดก่อนที่กองหน้าดอร์ทมุนด์จะได้หลุดเดียว ถือว่าเข้าตาเลย ไอเฟ อิบราฮิม: 6.0 (นาทีที่ 75, ลูอิส-สเกลลี่) ในบรรดากลุ่มดาวรุ่งหน้าใหม่ๆ อิบราฮิมถือเป็นคนที่ดูดีที่สุด สามเกมส์ที่ลงมาดูเก๋า ดูนิ่งกว่าคนอื่นชัดเจน ทั้งเวลาพลิกบอลเล่น และการออกบอล น่าจับตามองพัฒนาต่อไปของเด็กคนนี้ คีดัด โอนีล: 6.0 (นาทีที่ 75, ฮาแวร์ตซ์) เป็นอีกคนที่ถือว่าดูดีในบรรดาดาวรุ่ง กล้าครองบอล กล้าพลิกบอลเล่น ซีซั่นนี้น่าจะลองส่งไปเก็บประสบการณ์แบบยืมตัวดู
  12. เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า บรูโน่ กิมาไรส์ นักเตะทีมชาติบราซิล ได้ย้ายมาร่วมทีมของเราจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยสัญญาระยะยาว บรูโน่ย้ายมาร่วมทีมหลังจากสร้างชื่อให้ตัวเองกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีอิทธิพลมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก นักเตะวัย 28 ปีเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในประเทศบ้านเกิด โดยประเดิมสนามในระดับทีมชุดใหญ่กับออดักซ์ สโมสรจากเซาเปาโล ในปี 2015 ก่อนย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก พาราเนนเซ่ในอีกสองปีต่อมา ในช่วงเวลาที่อยู่กับแอตเลติโก บรูโน่สร้างชื่อให้ตัวเองเป็นหนึ่งในกองกลางดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของบราซิล ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์รายการสำคัญ 4 รายการ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับโอลิมปิก ลียง ในฝรั่งเศส เมื่อเดือนมกราคม 2020 ตลอดสองฤดูกาลอันน่าประทับใจในลีกเอิง บรูโน่ยิ่งตอกย้ำชื่อเสียงของตัวเองในฐานะหนึ่งในกองกลางดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดของยุโรป บรูโน่ย้ายไปร่วมทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในเดือนมกราคม 2022 และลงสนามไปเกือบ 200 นัดตลอดช่วงเวลาสี่ปีครึ่งที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ด้วยบทบาทสำคัญในแดนกลาง เขามีส่วนสำคัญในการช่วยให้นิวคาสเซิลคว้าแชมป์คาราบาว คัพ ในปี 2025 และช่วยให้สโมสรผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้เป็นเวลาสองฤดูกาล บรูโน่เป็นนักเตะทีมชาติบราซิลที่ได้รับการยอมรับ และลงสนามให้ประเทศไปแล้ว 48 นัด รวมถึงได้เป็นตัวแทนของชาติบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอล เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติบราซิลในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด และยังเคยลงเล่นในศึกโคปา อเมริกา รวมถึงคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา อันเดรีย แบร์ตา กล่าวว่า: “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับบรูโน่ กิมาไรส์เข้าสู่สโมสรของเรา “บรูโน่เป็นนักเตะที่มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและมีคุณภาพสูง ซึ่งจะนำความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งเข้ามาสู่ทีมของเรา “การที่บรูโน่เข้ามาร่วมทีม ทำให้เราเสริมความแข็งแกร่งให้กับหัวใจของทีมมากยิ่งขึ้น อย่างที่พวกเราทุกคนได้เห็น บรูโน่สามารถเล่นได้ทั้งกองกลางตัวรับและกองกลางแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ เขาผสมผสานคุณภาพเข้ากับปริมาณการทำงานที่มหาศาล และมีส่วนร่วมด้วยการทำประตูและแอสซิสต์ให้กับทีมของเขาในทุกปี “บรูโน่จะช่วยให้มิเกลสามารถพัฒนารูปแบบการเล่นของเราได้มากยิ่งขึ้น และยังเพิ่มการแข่งขันภายในทีม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษามาตรฐานที่จำเป็น เมื่อเป้าหมายของเราคือการคว้าแชมป์รายการใหญ่” บรูโน่จะสวมเสื้อหมายเลข 39 ให้กับสโมสร และจะเข้าร่วมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขาทันที
  13. PRE-SEASON 2026 Girona 1 - 4 Arsenal Sat 1 August 2025, 01.00 น. GOAL: 0-1 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 19, ดาวแมน) 0-2 คริสตอส โซลิส (นาทีที่ 30, คาลาฟิออรี) 1-2 อาร์เนา มาร์ติเนซ (นาทีที่ 50) 1-3 แม็กซ์ ดาวแมน (นาทีที่ 53, ลูอิส-สเกลลี่) 1-4 กาเบรียล เฆซุส (นาทีที่ 55, ไวท์) เกป้า อาร์ริซซาบาลาก้า: 6.5 ครึ่งเวลาแรกก็ไม่ได้มีจังหวะต้องออกแรงเซฟอะไร มีแค่ออกมาชกบอลจากจังหวะที่คิโรน่าเตะมุมเข้ามา ครึ่งหลังเพื่อนเห็นว่าไม่ค่อยมีงาน เลยสร้างงานสร้างอาชีพให้เกป้าได้ออกแรงบ้าง เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 ลงเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย ก็ไม่ได้มีงานอะไรยากเย็นที่ทำให้อินคาปิเอ้ลำบากใจ คริสเตียน มอสเกร่า: 6.5 เป็นฤดูกาลที่มอสเกร่าต้องพิสูจน์ตัวเองหนักขึ้น โดยเฉพาะในยามที่จะไม่มีซาลิบาไปอีก 3-4 เดือนในฤดูกาลใหม่ เกมส์นี้ก็ถือว่ามอสเกร่าทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ไม่มีจุดผิดพลาดอะไรให้เห็น เบน ไวท์: 6.0 เสือขาวได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในเกมส์นี้ ต้นเกมส์จังหวะเกมส์ป้องกัน ไวท์มีเข้าบอลพรวดพลาดไปสักหน่อย จังหวะ Overlap เติมเกมส์รุกก็มีทำได้ดี แต่จังหวะเปิดไม่ค่อยดี ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.5 หาจังหวะขยับเข้ามาเล่นด้านในตลอดเวลาที่ทีมกำลังขึ้นเกมส์ แต่ก็สามารถขยับถางออกไปเล่นด้านข้างได้ ก็พยายามประสานงานกับโซลิสอยู่เป็นระยะๆ ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 7.0 ไมล์สคุมแดนกลางได้ดี และการออกบอลขึ้นหน้าทำได้ดีหลายครั้ง ทั้งบอลสั้น และบอลแนวลึก ประตูที่สามของทีมวันนี้เขาก็เป็นคนแอสซิท อีธาน วาเนรี: 6.0 ก็ต้องใช้เวลาในการเข้าสู่เกมส์สัก 10-15 นาที ช่วงครึ่งเวลาแรก อีธาน ก็มีส่วนร่วมกับเกมส์ของทีมอยู่พอสมควร แต่จังหวะในพื้นที่สุดท้ายยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไร ไค ฮาแวร์ตซ์: 7.0 ถอยลงมาเล่นกองกลางตัวรุก แล้วไคก็ใช้จุดเด่นในการสอดเข้าพื้นที่ว่างได้ดีหลายครั้ง รวมถึงประตู 1-0 ที่เขาสอดทะลุไปรับบอลก่อนจะหลุดไปยิงประตู ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกหลังเกมส์ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เพราะไคเป็นกลุ่มที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้ไม่กี่วัน คริสตอส โซลิส: 7.0 เลี้ยงจี้ตัดเข้าใน แล้วยิงบอลไปแฉลบผู้เล่นคิโรน่าเล็กน้อย ทำให้ทีมขยับหนีห่างเป็น 2-0 เพื่อนก็พยายามจะฝากบอลให้โซลิสได้เล่นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเขาก็ดูเล่นง่าย ไม่ฝืน ครึ่งแรกมีอีกครั้งที่เกือบทำให้ทีมได้ประตู ที่เขาสอดทะลุไปรับบอลในเขตโทษ แต่เขาไม่ยิงเอง เลือกตบกลับมาให้เยอเคเรส แต่จังหวะมันกุ๊กกั๊กเลยไม่ได้ยิงถนัดๆ แม็กซ์ ดาวแมน: 8.0 เจ้าหนูวัย 16 ปี สร้างปัญหาให้กับเกมส์รับของคิโรน่าได้อยู่ตลอด ข้อเท้าเร็วมาก ในการเลี้ยงบอลพื้นที่แคบๆ ประตูนำ 1-0 ก็ต้องชมตั้งแต่การพลิกบอลของแม็กซ์ ก่อนจะแทงทะลุช่องให้ฮาแวร์ตซ์ยิงประตู ครึ่งหลังแม็กซ์ สับไกจากนอกกรอบให้ทีมหนีห่าง 3-1 แล้วไม่ใช่แค่เกมส์รุก เกมส์รับแม็กซ์ก็ทำได้ดีในหลายครั้งด้วย วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 อยู่ในกลุ่มที่ลงเคาะสนิมแค่ 30 นาที ลูกแรกก็มีส่วนช่วยในการวิ่งดึงตัวประกบ ทำให้ฮาแวร์ตซ์มีพื้นที่วิ่ง โอกาสลุ้นก็มีอยู่เหมือนกัน แต่ลูกที่โซลิสตบกลับมาให้ เขายิงไม่ถนัด ตัวสำรอง: กาเบรียล เฆซุส: 6.5 (นาทีที่ 32, เยอเคเรส) ได้ลูกส้มหล่น ที่บอลทะลักกลับมาหน้ากรอบเขตโทษของคิโรน่า เฆซุสก็ไม่พลาด ยิงประตูให้ทีมหนีห่างเจ้าถิ่น 4-1 ฟาบิโอ วิเอร่า: 6.0 (นาทีที่ 32, ฮาแวร์ตซ์) มาร์ลี แซลมอน: 6.0 (นาทีที่ 32, อินคาปิเอ้) ได้โอกาสไม่น้อยเลยสำหรับแซลมอน ที่ได้อยู่ในสนามหนึ่งชั่วโมง ซึ่งอาจจะไม่ได้เจอแรงกดดันอะไรมาก แต่แซลมอน ก็ไม่มีตื่นตระหนกอะไร อิลลอง เมริเย่ร์: 7.0 (นาทีที่ 60, เกป้า) ลงมาเล่นแทนเกปา ในช่วง 30 นาทีสุดท้ายของเกมส์ ลงมาไม่กี่อึดใจก็ต้องออกแรงเซฟลูกยากเลย ในจังหวะที่ทีมยังต้องตัวไม่ติด เพราะเปลี่ยนผู้เล่นเกือบยกชุด ซึ่งลูกนี้โชว์ปฏิกริยาที่รวดเร็วในการเซฟเลย ท้ายๆ เกมส์ได้ออกแรงไปอีกหน รีสส์ เนลสัน: 6.0 (นาทีที่ 60, โซลิส) อิสมาเอล คาเบีย: 6.0 (นาทีที่ 60, วาเนรี) เอเฟ่ อิบราฮิม: 6.0 (นาทีที่ 60, ไวท์) แบรนดอน คล้าร์ก: 6.0 (นาทีที่ 60, มอสเกร่า) คีดัด โอนีล: 6.0 (นาทีที่ 60, ดาวแมน) อังเดร ฮาร์ริสแมน-แอนนุส: 6.0 (นาทีที่ 60, วิเอร่า) หลุยส์ คอปลีย์: 6.0 (นาทีที่ 60, คาลาฟิออรี) จอซ โอกุนไนเก้: 6.0 (นาทีที่ 60, สเกลลี่) ดาเมี่ยน ออสกุนติน: N/A (นาทีที่ 85, เฆซุส) ธีโอ จูเลี่ยน : N/A (นาทีที่ 85, คอปลีย์)
  14. มิเกล อาร์เตตา กลับมาคุมการฝึกซ้อมช่วงปรีซีซันหลังพักร้อนในช่วงซัมเมอร์ พร้อมยืนยันว่าพลังและแรงกระตุ้นของเขา "กลับมาอยู่ในระดับสูงสุดอีกครั้ง" ขณะที่เจ้าตัววางเป้าหมายสำหรับฤดูกาลใหม่อย่างชัดเจน สองเดือนหลังจากขบวนพาเหรดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกบนท้องถนนในย่านอิสลิงตัน ซึ่งอาร์เตตาเรียกว่า "ประสบการณ์ฟุตบอลที่ดีที่สุดในชีวิต" เขากลับมาทำงานอีกครั้งด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดจากความสำเร็จนั้น ขณะนี้ทีมกำลังเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศสเปน เพื่อเตรียมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ Girona ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยอาร์เตตากล่าวว่าเขามองเห็นพลัง ความกระหาย และแรงผลักดันใหม่ ๆ จากนักเตะทุกคน "สิ่งแรกที่ผมเห็นคือพลังงาน ทั้งจากร่างกายและแววตาของพวกเขา นักเตะทุกคนกลับมาด้วยสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม นั่นสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่เราต้องการเดิน และวัฒนธรรมที่เราสร้างร่วมกัน" "รวมถึงวิธีการซ้อม คำถามที่พวกเขาถาม และทิศทางที่ทุกคนต้องการพัฒนาตัวเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่ทรงพลังมาก" "การได้เห็นทุกคนกลับมาพร้อมกับจิตวิญญาณเดิม หลังผ่านฤดูกาลอันยิ่งใหญ่ ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก ทุกคนกลับมาที่สโมสรด้วยพลัง ความกระหาย และความต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง" ------------------------------------------------------------------- "แชมป์ลีกต้องเป็นเพียงจุดเริ่มต้น" อาร์เตตาย้ำว่า การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นมาตรฐานใหม่ของสโมสร "แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ นี่ต้องเป็นจุดเริ่มต้น และนี่ต้องเป็นมาตรฐานของเรา" "ความเป็นเลิศต้องกลายเป็นมาตรฐาน และความสำเร็จครั้งนี้ต้องผลักดันให้เราเดินหน้าสู่อนาคตด้วยความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานที่มากกว่าเดิม เพราะเราได้พิสูจน์แล้วว่าเรามีศักยภาพ" "ตอนนี้เราต้องพิสูจน์ว่าเราคู่ควรกับการอยู่ในระดับนี้ และต้องพาสโมสรแห่งนี้ก้าวไปสู่อีกมิติหนึ่ง" ------------------------------------------------------------------- นักเตะที่เพิ่งกลับจากฟุตบอลโลกจะทยอยคืนทีม อาร์เตตาอธิบายว่า สโมสรได้วางแผนการเตรียมความพร้อมสำหรับนักเตะแต่ละกลุ่มไว้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาไปไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลก "ทุกอย่างถูกวางแผนไว้แล้ว เรามีปรีซีซันอยู่สามโปรแกรมสำหรับนักเตะสามกลุ่ม แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่โปรแกรม สิ่งสำคัญคือทัศนคติของนักเตะ" "เมื่อผมคุยกับ ไค (ฮาแวร์ตซ์) เขาอยากกลับมาซ้อมตั้งแต่พรุ่งนี้เลย วิกตอร์ (เยอเคเรส) ก็เหมือนกัน เปียโร่ (อินคาปิเอ้) ก็เหมือนกัน เดแคลนก็ถามทันทีว่า ถ้าผมกลับมาวันนั้น ผมจะลงเล่นได้ไหม สิ่งเหล่านี้มีพลังมากกว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมเสียอีก" "เราต้องปรับตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละคน นักเตะหลายคนกลับมาพร้อมประสบการณ์อันล้ำค่าจากฟุตบอลโลก และยังต่อยอดจากฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่ผ่านมาอีกด้วย" ------------------------------------------------------------------- ขอบคุณทรอสซาร์ และทุกคนจะตกหลุมรักโซลิสอย่างรวดเร็ว มิเกล อาร์เตตา กล่าวถึงการอำลาทีมของ เลอันโดร ทรอสซาร์ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในตัว คริสตอส ซโซลิส ว่าจะกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลอาร์เซนอล "ผมอยากใช้โอกาสนี้ขอบคุณเขา (เลอันโดร ทรอสซาร์) สำหรับการเดินทางอันยอดเยี่ยมที่เราได้ร่วมกันมา" "ช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน รวมถึงสิ่งที่เขามอบให้กับทีมและสโมสรนั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง เขาเป็นนักเตะที่หาคนมาแทนได้ยากมาก แต่ผมคิดว่าเราได้ค้นพบพรสวรรค์คนใหม่แล้ว (คริสตอส โซลิส) ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะบุคคล เขาเป็นคนที่ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน ทุกคนจะตกหลุมรักอย่างรวดเร็ว" ------------------------------------------------------------------- ตลาดซื้อขายยังไม่จบ และอาร์เซนอลยังต้องการยกระดับทีม ในช่วงปรีซีซันครั้งนี้ อิสลอง เมริเย่ร์ และ คริสตอส โซลิส ได้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของทีมแล้ว ขณะที่อาร์เตตายอมรับว่าสโมสรยังคงเดินหน้าทำงานอย่างหนักในตลาดซื้อขาย "มีหลายอย่างกำลังเกิดขึ้น ทุกคนรู้ดีว่าตลาดซื้อขายรอบนี้เป็นอย่างไร" "ตั้งแต่เจ้าของสโมสร บอร์ดบริหาร ผู้อำนวยการกีฬา รวมถึงตัวผมเอง ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือการพาสโมสรแห่งนี้ก้าวไปสู่อีกระดับ นั่นหมายความว่าเราจำเป็นต้องมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้น มีนักเตะที่มีคุณภาพมากขึ้น" "เรารู้แล้วว่าจุดไหนที่เราสามารถพัฒนา ยกระดับ และต่อยอดรูปแบบการเล่นของเราได้ รวมถึงสิ่งที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายนั้น หวังว่าอีกไม่นาน ทุกอย่างจะเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น" ------------------------------------------------------------------- "พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาร์เซนอลคือความเชื่อมโยง" อาร์เตตาปิดท้ายด้วยการกล่าวถึงแฟนบอล ซึ่งเขาเชื่อว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของทีม "คำสำคัญคือ 'ความเชื่อมโยง' ทุกคนต้องรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าชัยชนะ" "ผมเพิ่งให้สัมภาษณ์กับทีมงานที่ออกแบบ Tifo สำหรับเกมนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ และผมเชื่อจริง ๆ ว่า Tifo นั้นช่วยให้เราชนะเกม คนที่ออกแบบ คนที่ถ่ายภาพ คนที่ช่วยสร้างมันขึ้นมา ทุกคนควรรู้สึกว่าพวกเขามีส่วน เพราะมันส่งผลจริง" "ภาษากายของผม พลังงานของผมในสนาม หรือแม้แต่การสื่อสารกับคนที่นั่งข้าง ๆ ล้วนสร้างผลกระทบได้ เราได้เห็นแล้วว่าพลังของผู้คนกว่าหนึ่งล้านห้าแสนคนสามารถสร้างอะไรได้ นั่นคือซูเปอร์พาวเวอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรแห่งนี้" "มันคือความผูกพัน อัตลักษณ์ที่เราสร้างร่วมกัน และความรู้สึกที่เรามีต่อกัน ซึ่งเราต้องถ่ายทอดออกมาในทุกครั้งที่เราได้อยู่ร่วมกัน" ------------------------------------------------------------------- ก่อนจบการสัมภาษณ์ อาร์เตตากล่าวถึงเป้าหมายส่วนตัวของเขาอีกครั้ง "ความทะเยอทะยานของผมคือ การทำให้มาตรฐานและความคาดหวังที่เราวางไว้เกิดขึ้นจริงในทุก ๆ วัน เพื่อให้วันพรุ่งนี้เราดีกว่าวันนี้" "สิ่งนั้นคือสิ่งที่เราควบคุมได้ เราต้องรักษาความทะเยอทะยาน วินัย ความทุ่มเท และพลังบวกเอาไว้ตลอดระยะเวลา 11 เดือนของฤดูกาล นั่นคือความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน และหากเราทำได้ เราจะอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งมากเมื่อถึงเดือนพฤษภาคม"
  15. สโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปต่างจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจาก วินิซิอุส จูเนียร์ เหลือสัญญากับเรอัล มาดริด อีกเพียง 12 เดือนสุดท้าย ท่ามกลางการที่ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีการต่อสัญญาในเร็ว ๆ นี้ที่สเปน The Athletic เปิดเผยว่า อาร์เซนอลกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการคว้าตัวดาวเตะวัย 26 ปีรายนี้มาร่วมทีมที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ฝั่งซ้ายของแนวรุกภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตตา จำเป็นต้องได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี และ เลอันโดร ทรอสซาร์ด ต่างไม่สามารถสร้างประสิทธิภาพในเกมรุกได้ตามที่ควรจะเป็นสำหรับทีมลุ้นแชมป์ โดยทั้งคู่ทำประตูรวมกันได้เพียง 7 ลูกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 การที่ทีมพึ่งพาการโจมตีทางฝั่งขวามากเกินไป ทำให้อาร์เซนอลเสี่ยงที่จะกลายเป็นทีมที่คาดเดาได้ง่าย การปรับเปลี่ยนฝั่งซ้ายของแนวรุกจึงเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญ การย้ายออกของทรอสซาร์ดไปยังเบซิคตัส เปิดทางให้ คริสตอส ซโซลิส ทีมชาติกรีซย้ายเข้ามา แต่ วินิซิอุส จูเนียร์ จะเพิ่มความเป็นซูเปอร์สตาร์ให้กับฝั่งซ้ายของอาร์เซนอล ขณะที่พวกเขาต้องการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก มีแฟนฟุตบอลเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องได้รับการย้ำเตือนถึงคุณภาพของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในฐานะนักเลี้ยงบอลที่เล่นเกมรุกอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้พาบอลขึ้นหน้าได้อย่างรวดเร็ว และเป็นนักเตะที่ยิงประตูในปริมาณสูง คุณไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ทุกครั้งที่เขาลากเลื้อยอยู่ริมเส้นฝั่งซ้ายให้กับทั้งสโมสรและทีมชาติบราซิล มีนักเตะเพียง 3 คนในลาลีกาที่มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงผ่านคู่แข่งต่อ 90 นาที สูงกว่าเขาซึ่งอยู่ที่ 7.7 ครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมีปีกเพียงไม่กี่คนในโลกฟุตบอลที่มีทั้งความอันตรายในเกมรุกและความสามารถในการสร้างสรรค์เกมในระดับเดียวกัน เพียงแค่ให้พื้นที่เขาครึ่งก้าว เขาก็พร้อมจะยิงประตูทันที แต่หากคุณปิดพื้นที่ เขาก็จะหาทางจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมสร้างอันตรายในจุดอื่นแทน ดังที่แดชบอร์ดข้อมูลนักเตะของ The Athletic แสดงให้เห็น เขารับประกันผลงานในเกมรุกได้เสมอ คุณสมบัติของเขาจะเป็นที่ต้องการของอาร์เตตาด้วยเหตุผลนับไม่ถ้วน แต่มีปัญหาทางแท็กติกอยู่สองประการโดยเฉพาะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ สามารถเข้ามาแก้ไขได้ เมื่อต้องเจอกับทีมที่พร้อมเปิดเกมสู้กับอาร์เซนอล ความอันตรายในจังหวะเปลี่ยนผ่านและเกมสวนกลับของ วินิซิอุส จูเนียร์ จะทำให้คู่แข่งต้องคิดหนักก่อนดันผู้เล่นขึ้นสูง และสามารถลงโทษพวกเขาได้ในพริบตา ด้วยแนวโน้มที่จะยืนอยู่บนไลน์สุดท้ายของแนวรับคู่แข่งบริเวณริมเส้น การวิ่งทะลุแนวรับของ วินิซิอุส จูเนียร์ สามารถยืดพื้นที่ของเกมได้ เพราะเขามีความเร็วมากพอที่จะสลัดหนีกองหลัง ตัวอย่างของเรื่องนี้เกิดขึ้นในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดที่สอง กับเบนฟิกา เมื่อบอลหลุดมาถึง เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ก็เริ่มวิ่งทันที ก่อนจะจบสกอร์ผ่าน อนาโตลี ทรูบิน อย่างเยือกเย็น ซึ่งแทบจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อาร์เซนอลต้องเผชิญกับทีมที่ตั้งรับลึกอยู่บ่อยครั้งเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และแม้ว่าพวกเขาจะหาวิธีเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้หลายครั้ง ไม่ว่าจะจากประตูช่วงท้ายเกมหรือลูกตั้งเตะ แต่ก็มีหลายเกมที่น่าหงุดหงิดจนสร้างความตึงเครียดภายในเอมิเรตส์ สเตเดียม คุณภาพเฉพาะตัวและช่วงเวลาของความมหัศจรรย์มักเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกแนวรับที่เหนียวแน่น และ วินิซิอุส จูเนียร์ ก็เคยเป็นผู้สร้างความแตกต่างให้กับเรอัล มาดริด มาแล้วหลายครั้ง ในครึ่งหลังของเกมที่เรอัล มาดริด ชนะ เอสปันญ่อล 2-0 ในลาลีกาฤดูกาลที่แล้ว วินิซิอุส จูเนียร์ ขยับเข้าด้านในเพื่อรับบอล ขณะที่มีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามถึง 8 คนยืนอัดแน่นอยู่ด้านหน้า เขาจ่ายบอลไปให้ จูด เบลลิงแฮม ก่อนจะวิ่งต่อเพื่อเล่นชิ่งแบบวัน-ทู และจบสกอร์อย่างเฉียบคม เป็นประตูที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเอง ด้วยการสร้างพื้นที่ในจุดที่แทบไม่มีใครมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลอันตราย การเรียกเตะมุมและฟาวล์ หรือการตัดเข้าในเพื่อยิงด้วยเท้าขวาที่ถนัด ทุกการกระทำของเขาล้วนเต็มไปด้วยความคาดเดาไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรได้รับการชื่นชม ผู้รักษาประตูมักอ่านทางลูกยิงของเขาได้ยาก โดยเกมกับเอสปันญ่อลเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ประตูทั้งสองลูกของเขามาจากตำแหน่งใกล้เคียงกัน แต่สังเกตตำแหน่งที่เขายิง ลูกหนึ่งไปเสาไกล ส่วนอีกลูกเสียบเสาแรก ตัวเลขก็สนับสนุนสิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่า โดย วินิซิอุส จูเนียร์ มีแนวโน้มเลือกยิงไปเสาแรก 20 เปอร์เซ็นต์ และเสาไกล 24 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเขาได้บอลในโซนฝั่งซ้ายที่ถนัด การยิงที่เฉียบคมและคาดเดาไม่ได้เช่นนี้คือคุณสมบัติที่อาร์เตตาต้องการอย่างแท้จริง สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้พื้นที่ในเกมรุกของเรอัล มาดริด มากเพียงใด รูปแบบการโจมตีของเรอัล มาดริด เทไปทางฝั่งที่ วินิซิอุส จูเนียร์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เล่นอยู่ โดย 43 เปอร์เซ็นต์ของการสัมผัสบอลในเกมรุกของพวกเขาเกิดขึ้นทางฝั่งซ้ายในฤดูกาล 2025-26 ซึ่งไม่มีทีมใดในลาลีกามีสัดส่วนสูงกว่านี้ ความสมดุลในเกมรุกของอาร์เซนอลจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง ดังที่กราฟด้านล่างแสดงให้เห็น การเน้นเกมทางฝั่งขวาเป็นลักษณะเด่นของทีมอาร์เตตามาระยะหนึ่งแล้ว และยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อ มาร์ติน โอเดการ์ด, บูกาโย ซาก้า และ โนนี่ มาดูเอเก้ ได้รับบทบาทมากขึ้น มีเพียง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เท่านั้นที่มีสัดส่วนการสัมผัสบอลในพื้นที่สุดท้ายฝั่งขวามากกว่าอาร์เซนอล ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 42 เปอร์เซ็นต์ จากทุกทีมในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ฤดูกาล 2022-23 คือช่วงเวลาที่เกมรุกของอาร์เซนอลมีความสมดุลมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซาก้า, โอเดการ์ด และ เบน ไวท์ สร้างสามเหลี่ยมการเล่นที่ยอดเยี่ยม ขณะที่ มาร์ติเนลลี ก็อยู่ในฟอร์มที่ดีทางฝั่งซ้าย ก่อนที่ทรอสซาร์ดจะย้ายมาในตลาดเดือนมกราคม การมี กรานิต ชาคา ในแดนกลาง และคุณภาพด้านเทคนิคของ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ทำให้ทีมของอาร์เตตามีเครือข่ายการโจมตีที่เป็นระบบ และอันตรายทั้งสองฝั่งอย่างใกล้เคียงกัน หากการย้ายทีมของ วินิซิอุส จูเนียร์ เกิดขึ้นจริง สามเหลี่ยมฝั่งซ้ายชุดใหม่ที่มี เดแคลน ไรซ์ และหนึ่งในตัวเลือกแบ็กซ้ายของอาร์เซนอล อาจช่วยคืนความสมดุลนั้นกลับมา เนื่องจากความสำเร็จของอาร์เซนอลในช่วงหลังสร้างขึ้นบนรากฐานของเกมรับที่แข็งแกร่ง คำถามสำคัญเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับ วินิซิอุส จูเนียร์ คือความเต็มใจของเขาในการลงมาช่วยเกมรับเมื่อทีมไม่มีบอล สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเรอัล มาดริด เพราะหลายครั้งเขาได้รับการยกเว้นภาระเกมรับเพื่อให้สามารถใช้ศักยภาพในเกมรุกได้อย่างเต็มที่ คุณภาพโดยรวมของเรอัล มาดริด มักช่วยให้พวกเขารับมือกับแนวทางเกมรับที่หละหลวมได้ แต่มีแนวโน้มว่าอาร์เตตาจะรู้สึกไม่สบายใจ หากทีมของเขาต้องแบกรับผู้เล่นที่ไม่ช่วยเกมรับในเวลาที่อาร์เซนอลไม่มีบอล ค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดแบบ "True Tackles" ของ วินิซิอุส จูเนียร์ ซึ่งรวมการเข้าสกัด การดวลที่แพ้ และการทำฟาวล์ อยู่ที่ 4 ครั้งต่อการสัมผัสบอลของคู่แข่ง 1,000 ครั้ง ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เล่นแนวรุกในลาลีกาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งไม่ได้บ่งชี้ว่าเขามีแนวโน้มเข้าปะทะมากนัก ส่วนค่าเฉลี่ยการตัดบอลแบบ "True Interceptions" ซึ่งรวมการตัดบอลและการบล็อกการผ่านบอล อยู่ที่ 1.5 ครั้งต่อการสัมผัสบอลของคู่แข่ง 1,000 ครั้ง ซึ่งอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยของลีก สะท้อนว่าความเข้มข้นในการเล่นโดยไม่มีบอลของเขายังต้องได้รับการพัฒนา หากต้องลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ไม่อาจโยนความผิดทั้งหมดให้ วินิซิอุส จูเนียร์ จากตัวอย่างด้านล่างได้ แต่จังหวะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อช่องว่างระหว่างแนวรุกกับกองกลางเปิดกว้างเกินไปในเกมรับ ทั้งเขาและเอ็มบัปเป้ไม่ได้พยายามเข้าปิดพื้นที่ อันโตนิโอ บลังโก กองกลางของอลาเบส ทำให้บลังโกมีเวลาวางบอลข้ามแนวรับของเรอัล มาดริด จน คาร์ลอส บิเซนเต้ ทำประตูได้ หากทั้งคู่ยืนต่ำลงมาอีกประมาณ 10 หลา และมีความตระหนักในเกมรับมากกว่านี้ เหตุการณ์ดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้น แม้ว่าข้อบกพร่องในเกมรับของ วินิซิอุส จูเนียร์ จะไม่ควรถูกมองข้าม แต่คุณภาพในเกมรุกของเขามีมากกว่าข้อเสียเหล่านั้นอย่างชัดเจน หากอาร์เซนอลเดินหน้าคว้าตัวเขาได้สำเร็จ นั่นจะเป็นการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทั้งสโมสรและพรีเมียร์ลีก
  16. ข่าวที่ว่า อาร์เซนอล ยื่นข้อเสนอซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่า 60 ล้านปอนด์เพื่อขอซื้อตัว บรูโน่ กิมาไรส์ แต่ถูก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ปฏิเสธ ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และปฏิกิริยาหลากหลายรูปแบบ ทางฝั่งไทน์ไซด์ ยังคงยืนยันหนักแน่นว่านักเตะทีมชาติบราซิลรายนี้ ไม่ได้มีไว้ขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน นิวคาสเซิลเพิ่งเริ่มเปิดการเจรจากับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เกี่ยวกับ ซานโดร โตนาลี เพื่อนร่วมทีมและกองกลางอีกคน ขณะเดียวกัน แม้แต่ในกรุงลอนดอนเอง คนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาร์เซนอลก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับความสนใจครั้งนี้มากนัก เพราะกิมาไรส์วัย 28 ปี ถูกแฟนอาร์เซนอลจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็น "ตัวร้าย" ตั้งแต่ช่วงแรกที่เขาย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก เมื่อการย้ายทีมของเขาจาก ลียง ไปยัง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม ปี 2022 อาร์เซนอลเป็นสโมสรแรกที่ถูกกล่าวถึงในวิดีโอเปิดตัวของเขา โดยนิวคาสเซิลแซวกระแสข่าวก่อนหน้านั้นที่เชื่อมโยงเขากับหลายทีมในอังกฤษ นับจากนั้นมา กิมาไรส์ก็สร้างความปวดหัวให้กับทีมของ มิเกล อาร์เตต้า อยู่เสมอ เขายิงประตูได้ตั้งแต่นัดแรกที่พบอาร์เซนอล ซึ่งแทบจะดับความหวังในการคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกของพวกเขาในฤดูกาลนั้น ในปี 2023 เขารอดพ้นจากการถูกลงโทษ หลังใช้แขนฟาดใส่ จอร์จินโญ่ และเมื่อใดก็ตามที่ทีมของ เอ็ดดี ฮาว ลงสนามพบกับอาร์เซนอล เขาก็มักเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างอิทธิพลต่อเกมได้อย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งมองว่าฟอร์มของกิมาไรส์ในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้กำลังแสดงให้ทุกคนเห็นว่า เหตุใดผู้คนจึงยกย่องเขามากนัก เขาเป็นตัวจุดประกายเกมรุกให้กับทีมชาติบราซิล ด้วยการทำไป 3 แอสซิสต์จาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ขณะเดียวกันก็เล่นด้วยความดุดัน แข็งแกร่ง และแสดงให้เห็นถึงความครบเครื่องที่ทำให้เขาเป็นนักเตะคนสำคัญของนิวคาสเซิล แม้ว่าจะมีความคิดเห็นส่วนหนึ่งที่เชื่อว่าอาร์เซนอลมีตัวเลือกในแดนกลางมากเพียงพออยู่แล้ว แต่การที่สโมสรให้ความสนใจทั้ง บรูโน่ กิมาไรส์, อเล็กซ์ สก็อตต์ ของบอร์นมัธ รวมถึงก่อนหน้านี้ยังสนใจ ซานโดร โตนาลี ก็สะท้อนให้เห็นว่า อาร์เตต้ามีมุมมองที่แตกต่างออกไป ในกรณีของกิมาไรส์ ซึ่งเหลือสัญญากับนิวคาสเซิลอีก 2 ปี สิ่งสำคัญที่ควรกล่าวถึงคือ อาร์เซนอลจับตาเขามาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะย้ายไปลียงเสียอีก ย้อนกลับไปในเดือนมกราคม ปี 2020 ตอนที่เขามีอายุเพียง 22 ปี และยังค้าแข้งอยู่กับ แอตเลติโก พาราเนนเซ ในบราซิล ติอาโก นูเนส อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม เปิดเผยกับ The Athletic เมื่อปี 2023 ถึงบทสนทนาทางโทรศัพท์กับ เอดู กาสปาร์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซนอล นูเนสกล่าวว่า "เอดูแค่อยากทราบความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับคุณลักษณะของบรูโน่ และอยากรู้ว่าผมคิดว่าเขาจะเหมาะกับอาร์เซนอลหรือไม่" "ตอนนั้นปรัชญาการเล่นของทีมกำลังเปลี่ยนแปลงหลังจากมิเกล อาร์เตต้าเข้ามาคุมทีม พวกเขาต้องการนักเตะที่สามารถครองบอลได้ดี และเข้าใจการใช้พื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่บรูโน่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม" "ผมบอกเขาไปว่า 'รีบเซ็นเขาเลย เพราะเขามีศักยภาพมหาศาล' แต่ผมก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วอาร์เซนอลได้ยื่นข้อเสนอจริงหรือเปล่า" ----------------------------------------------------------------------- หกปีผ่านไป ความสามารถในการอ่านพื้นที่และการครองบอลของกิมาไรส์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของสไตล์การเล่นของเขา และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาทำได้ถึง 3 แอสซิสต์ ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์โลกครั้งนี้ แอสซิสต์แรกเกิดขึ้นในเกมพบกับ โมร็อกโก เขาไม่ได้วิ่งสอดเข้าไปยังพื้นที่ว่างบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่เลือกถอยออกมาหาพื้นที่เพื่อเล่นชิ่งกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ก่อนที่บราซิลจะทำประตูตีเสมอได้ เขาแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง ก่อนจะทำแอสซิสต์ให้วินิซิอุส จูเนียร์ ในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดที่สามกับ สกอตแลนด์ โดยเขาถอยออกจากบริเวณกรอบเขตโทษที่มีผู้เล่นหนาแน่น แล้วพยายามเล่นชิ่งหนึ่ง-สองกับ ดานิโล ก่อนที่บอลจะเด้งกลับมาหาเขา และเปิดโค้งไปยังเสาไกลอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม แอสซิสต์อีกครั้งของเขา ในเกมที่บราซิลเอาชนะ เฮติ อาจเป็นจังหวะที่น่าประทับใจที่สุด ไม่เพียงแต่กิมาไรส์จะพร้อมวิ่งทำทางในฐานะ "ผู้เล่นคนที่สาม" (Third-man run) ทันทีที่มีการจ่ายบอลขึ้นหน้า แต่เขายังมีความแข็งแกร่งพอที่จะพักบอลได้อย่างสบาย แม้จะถูกคู่แข่งกดดันอย่างหนัก อีกทั้งยังมีความอดทนและความนิ่งพอที่จะรอจังหวะให้ มาเตอุส คุนญ่า วิ่งอ้อมแนวรับเข้ามารับบอล และจังหวะเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หลายครั้งคำว่า "ผู้นำ" มักถูกตีความว่าเป็นคนที่สื่อสารหรือกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมด้วยเสียง ซึ่งกิมาไรส์ก็มีคุณสมบัตินั้นในฐานะกัปตันทีมคนปัจจุบันของนิวคาสเซิล แต่ความเป็นผู้นำยังแสดงออกได้ในรูปแบบอื่นเช่นกัน นักเตะที่เป็น "ผู้นำด้านเทคนิค" คือผู้ที่กล้ารับผิดชอบในการกำหนดจังหวะการเล่นยามครองบอล และช่วยพาทีมเดินเกมไปข้างหน้า ซึ่งกิมาไรส์ก็ทำหน้าที่นี้ให้กับนิวคาสเซิลได้อย่างยอดเยี่ยม ฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่มีนักเตะนิวคาสเซิลคนใดในพรีเมียร์ลีกที่จ่ายบอลทะลุแนว (Line-breaking Passes) ได้มากกว่าเขา โดยเฉลี่ย 16.2 ครั้งต่อ 90 นาที ที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นอีกสี่คนที่ติดอันดับรองลงมาล้วนเป็นกองหลัง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วมักมีพื้นที่ในการจ่ายบอลมากกว่ากองกลาง ในทางกลับกัน ซานโดร โตนาลี ทำได้เพียง 10.9 ครั้งต่อ 90 นาที อยู่อันดับที่ 10 ของทีม ความกล้าในการครองบอลในพื้นที่แคบของกิมาไรส์ก็สะท้อนผ่านสถิติอีกด้านเช่นกัน โดยฤดูกาลที่แล้วเขาจ่ายบอลสำเร็จภายใต้แรงกดดันสูงเฉลี่ย 12 ครั้งต่อ 90 นาที ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของบรรดานักเตะในลีกยุโรป เมื่อพิจารณาการจ่ายบอลแบบพาบอลขึ้นหน้า ในฤดูกาลที่ผ่านมา จะพบว่า 32 เปอร์เซ็นต์ ของการจ่ายบอลประเภทนี้ถูกส่งเข้าไปยังพื้นที่ ฮาล์ฟสเปซฝั่งขวา หรือพื้นที่กึ่งกลางค่อนไปทางฝั่งขวา เนื่องจากเขามักยืนและเคลื่อนที่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากแผนที่การจ่ายบอลและฮีตแมป สำหรับผู้ที่เชื่อใน "การดูด้วยตา" มากกว่าสถิติ ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างการจ่ายบอลลักษณะนี้จากฤดูกาลที่ผ่านมาไว้สองจังหวะ จังหวะแรกเกิดขึ้นในเกมกับ เบนฟิก้า ซึ่งเป็นการจ่ายบอลที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา ส่วนอีกจังหวะ ซึ่งกลายเป็นแอสซิสต์ในเกมพบกับ ญี่ปุ่น นั้นถือว่ายอดเยี่ยมกว่า เพราะการเล่นชิ่งจังหวะแรกของเขาช่วยดึงแนวรับที่ยืนกันอย่างกระชับให้เสียรูปทรง ก่อนจะสร้างพื้นที่สำหรับการเข้าทำ นอกจากการสร้างสรรค์เกมแล้ว กิมาไรส์ยังทำประตูในลีกได้ถึง 9 ประตู ในฤดูกาล 2025-26 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเขานับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิล ประตูเหล่านั้นยังแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในการจบสกอร์ โดย 3 ประตูมาจากการยิงนอกกรอบเขตโทษ (รวมถึงลูกที่ยิงตรงจากลูกเตะมุม 1 ประตู) 2 ประตูจากลูกโหม่ง 2 ประตูจากจุดโทษ ที่สำคัญ เกมของเขาไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะเวลาที่ทีมครองบอลเท่านั้น กิมาไรส์เป็นกองกลางที่ชอบเข้าปะทะเชิงรุกมากกว่าการรอดักตัดบอล ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาทำเฉลี่ย 2.3 แท็กเกิลต่อ 90 นาที ขณะที่การตัดบอล (Interceptions) อยู่ที่เพียง 0.55 ครั้งต่อ 90 นาที ซึ่งสะท้อนสไตล์การเล่นที่เน้นออกไปแย่งบอลจากคู่แข่งมากกว่ารออ่านเกม ----------------------------------------------------------------------- หากตั้งคำถามว่า กิมาไรส์จะเข้ามาเล่นตรงไหนในแดนกลางของอาร์เซนอล คำตอบก็คือ เขาอาจถูกดึงเข้ามาเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหรือเป็นผู้เล่นที่สามารถสลับใช้งานกับ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ เช่นเดียวกับกรณีของ อเล็กซ์ สก็อตต์ จากบอร์นมัธ ไม่ว่าอาร์เซนอลจะได้กองกลางคนใดเข้ามา เป้าหมายสำคัญคือการแบ่งเบาภาระของ ซูบิเมนดี้ และ เดแคลน ไรซ์ ซึ่งเป็นผู้เล่นสองคนที่ลงสนามมากที่สุดภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กิมาไรส์มีคุณภาพสูงเกินกว่าจะถูกดึงมาเป็นเพียงตัวสำรอง หากได้ลงเป็นตัวจริง คุณสมบัติการเล่นแบบครบเครื่อง ทั้งความดุดัน ความขยัน และการเล่นเกมรุกอย่างกล้าหาญของกองกลางชาวบราซิล น่าจะเข้ากันได้ดีที่สุดเมื่อจับคู่กับไรซ์ ทำให้อาร์เซนอลมีอีกหนึ่งคู่มิดฟิลด์ที่แข็งแกร่ง พร้อมพาบอลเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อพูดถึงจุดนี้ หลายคนอาจนึกถึง ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในแดนกลางของอาร์เซนอลช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล คำถามคือ หากอาร์เซนอลคว้ากองกลางคนใหม่ได้สำเร็จ เขาจะยังสามารถอยู่ร่วมกับผู้เล่นเหล่านั้นได้หรือไม่ คำตอบคือ ค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ เดแคลน ไรซ์, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, มิเกล เมริโน่ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ต่างติดภารกิจรับใช้ทีมชาติในศึกฟุตบอลชิงแชมป์โลก ลูอิส-สเกลลีวัย 19 ปี จะมีโอกาสใช้ช่วงปรีซีซันสร้างความประทับใจและเร่งพัฒนาฟอร์มของตัวเอง ก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากในวันที่ 21 สิงหาคม การเซ็นสัญญาถาวรกับ ปิเอโร่ ฮินกาปี จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น หลังจากยืมตัวมาใช้งานในฤดูกาลก่อน เป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า อาร์เตต้าและอาร์เซนอลพร้อมเสริมทัพเพิ่มเติม แม้ว่าหลายฝ่ายจะตั้งคำถามว่าจำเป็นหรือไม่ สำหรับผู้ที่ติดตามแนวทางการทำทีมของอาร์เซนอลมาอย่างต่อเนื่อง การเห็นสโมสรดึงนักเตะเข้ามาในตำแหน่งที่ดูเหมือนมีตัวเลือกมากพออยู่แล้ว กลายเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจน้อยลงเรื่อย ๆ ในทุกตลาดซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นที่กำลังจะย้ายมานั้นมาจากคู่แข่งร่วมพรีเมียร์ลีก ในกรณีของกิมาไรส์ เขามีคุณสมบัติครบถ้วนในหลายด้านที่อาร์เตต้าต้องการจากกองกลาง ทั้งด้านเทคนิค ความเป็นผู้นำ ความกล้าครองบอล และคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ประเมินเป็นตัวเลขได้ยาก แต่มีคุณค่าอย่างมากต่อทีม อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การไล่ล่าตัวเขาแตกต่างจากดีลอื่น ๆ นั่นคือ อายุ โดยปกติแล้ว อาร์เซนอลมักลงทุนกับผู้เล่นตัวจริงที่มีอายุอยู่ในช่วง 23-26 ปี แต่กิมาไรส์จะมีอายุครบ 29 ปีในเดือนพฤศจิกายน นี้ ถึงกระนั้น อายุที่มากขึ้นก็มาพร้อมกับประสบการณ์ และอาร์เตต้าย่อมเข้าใจดีว่าประสบการณ์เหล่านั้นสามารถสร้างอิทธิพลต่อทีมได้มากเพียงใด สถิติหนึ่งที่สะท้อนเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนคือ นับตั้งแต่กิมาไรส์ลงเล่นนัดแรกให้กับนิวคาสเซิลในเดือนมีนาคม ปี 2022 สโมสรชนะเกมพรีเมียร์ลีก เพียง 2 นัดเท่านั้น จากเกมทั้งหมดที่เขาไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ไม่ว่าความสนใจครั้งนี้จะพัฒนาไปสู่การเดินหน้าคว้าตัวอย่างจริงจังหรือไม่ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเหตุใดอาร์เตต้าจึงชื่นชอบกิมาไรส์ ขณะที่อาร์เซนอลมีโปรแกรมอุ่นเครื่องปรีซีซันนัดแรกในวันที่ 1 สิงหาคม โดยจะบุกไปเยือน คิโรน่า สโมสรจากลีกระดับสองของสเปน และเมื่อพิจารณาว่า อันเดรีย แบร์ตา มีชื่อเสียงในเรื่องการเดินหน้าหลายดีลพร้อมกัน จึงน่าสนใจอย่างยิ่งว่า หลังจากการคว้าตัว เจเรมี มองกา แล้ว เป้าหมายรายใดจะกลายเป็นลำดับความสำคัญถัดไปของสโมสร ท้ายที่สุด อาร์เตต้าได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจบนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเมื่อเดือนที่แล้วว่า เขาต้องการให้อาร์เซนอลทำงานในตลาดซื้อขายนักเตะด้วยแนวทางที่ "ทะเยอทะยานมาก รวดเร็วมาก และชาญฉลาดมาก" ซึ่งคำพูดดังกล่าวอาจอธิบายได้เป็นอย่างดีว่า เหตุใดชื่อของ บรูโน่ กิมาไรส์ จึงยังคงอยู่ในลิสต์เป้าหมายสำคัญของสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้.
  17. ดูบอลสด บอลสด อาร์เซนอลทำตาม “ความฝันอันยิ่งใหญ่” ได้สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ แล้วจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ? การทำงานเพื่อสานฝันในการป้องกันแชมป์ลีก และคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกให้เป็นจริงในฤดูกาลหน้า ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีม แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทีมของเขาสามารถประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง หลังพ่ายแพ้ต่อปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในนัดชิงชนะเลิศที่กรุงบูดาเปสต์ เขากล่าวว่า “เราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยาน เพราะนักเตะชุดนี้มีศักยภาพมากพอที่จะทำได้ แต่สิ่งนั้นจะเรียกร้องให้พวกเราต้องมีความทะเยอทะยานอย่างมาก รวดเร็วมาก และฉลาดมาก” เมื่อพูดถึงเปแอสเชโดยตรงหลังจบเกม อาร์เตตายังกล่าวอีกว่า “ในความเห็นของผม พวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดในโลก สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้กับลูกบอล รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” แม้อาร์เซนอลจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดของอังกฤษในฤดูกาล 2025-26 แต่ก็ยังมีอีกหลายก้าวที่ต้องพัฒนาในด้านนี้ คำถามคือ พวกเขาพร้อมจะทำหรือยัง? และต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? ตามรายงานในคอลัมน์ Transfer Deal Sheet ของ The Athletic เมื่อวันอังคาร ความต้องการเพิ่มความสามารถเฉพาะตัวในแนวรุกของอาร์เซนอลได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ผ่านความสนใจในตัว มอร์แกน โรเจอร์ส ของแอสตัน วิลล่า, แบรดลีย์ บาร์โคลา ของปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เอลี จูเนียร์ ครูปี ของบอร์นมัธ และ มิก้า ก็อดส์ ของอาแจ็กซ์ ในบรรดาทั้งสี่คน โรเจอร์สอาจเป็นเป้าหมายที่น่าตื่นเต้นที่สุดของอาร์เซนอล ความสนใจในตัวเขามีมาตั้งแต่ซัมเมอร์ปีก่อน แต่เกมระหว่างวิลล่ากับอาร์เซนอลในเดือนสิงหาคม 2024 คือแมตช์ที่ทำให้หลายคนหันมาจับตามองเขาอย่างจริงจัง ในบ่ายวันนั้น ความมั่นคงทางเทคนิคและพละกำลังของเขาในการเลี้ยงบอลผ่านเดแคลน ไรซ์ และโธมัส ปาร์เตย์ ทำให้หลายคนประทับใจ เกมดังกล่าวยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของโรเจอร์ส ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์กับ The Athletic เมื่อเดือนที่แล้วว่า “ผมกำลังเล่นกับนักเตะที่ดีที่สุดบางคนของโลก และอาร์เซนอลก็เป็นทีมลุ้นแชมป์ นักเตะเหล่านี้คือคนที่ผมเคยดูทางโทรทัศน์ตอนเล่นอยู่ในแชมเปียนชิปหรือลีกวัน การที่ผมสามารถสู้กับพวกเขาได้แบบตัวต่อตัว ทั้งในด้านร่างกาย มีบอลและไม่มีบอล มันทำให้ผมรู้สึกว่า ‘ใช่ ผมทำได้’” ตลอดสองปีที่ผ่านมา ความมั่นใจของโรเจอร์สพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าดูที่สุดในพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้าเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน แต่ยังรวมถึงความกล้ายิงไกลด้วย เขามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้วิลล่าทำประตูได้มากกว่าค่าคาดการณ์ xG ของทีมในฤดูกาลนี้ และยังยิงได้ 10 ประตูในลีก ทั้งที่ค่า xG ส่วนตัวอยู่ที่เพียง 6.83 ซึ่งหมายความว่าเขาทำได้ดีกว่าที่สถิติคาดการณ์ไว้ถึง 3 ประตู โรเจอร์สยิงจากนอกกรอบเขตโทษได้ 3 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ร่วม ขณะที่ครูปียิงได้ 2 ประตู อยู่อันดับ 3 ร่วม หากตัดสองประตูจากจุดโทษออกไป สถิติพรีเมียร์ลีกของครูปีจะอยู่ที่ 11 ประตู จากค่า non-penalty xG เพียง 6.77 หรือทำได้ดีกว่าคาดถึง 4.23 ประตู หนึ่งในประตู จากลูกยิงไกลของเขาเกิดขึ้นในเกมที่อาร์เซนอลไปเยือนสนามไวทาลิตี้ สเตเดียม เมื่อเดือนมกราคม โดยบอลพุ่งหนีมือดาวิด ราย่า อย่างสวยงาม ส่วนอีกลูกเป็นลูกยิงพุ่งต่ำเสียบตาข่ายในเกมกับน็อตติ้งแฮม เมื่อเดือนตุลาคม สิ่งที่โดดเด่นของดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่คือความหลากหลายในการเล่น จากแผนที่การยิงของเขา จะเห็นว่าเขาสามารถหาพื้นที่ในกรอบ 6 หลาได้ รวมถึงวิ่งเข้ามาจบสกอร์บริเวณจุดโทษได้เช่นกัน อีกหนึ่งจุดเด่นคือความรวดเร็วในการจัดจังหวะวางเท้าระหว่างการสัมผัสบอลครั้งแรกกับจังหวะยิง ซึ่งเขาทำได้ดีทั้งเท้าซ้ายและขวา ครูปีมีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ ทั้งการจบสกอร์ ความสามารถในการถอยลงมารับบอลในพื้นที่ระหว่างไลน์เพื่อเปิดทางให้เพื่อนเติมเกม และความเต็มใจในการเพรสซิ่งตามแนวทางของอดีตกุนซือบอร์นมัธอย่างอันโดนี่ อิราโอล่า ทางฝั่งปีกขวา โนนี่ มาดูเอเก้ และ บูคาโญ ซาก้า มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 2.1 และ 2 ครั้งต่อ 90 นาทีตามลำดับ ส่วนฝั่งซ้าย กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ทำได้เฉลี่ย 1.8 และ 1.1 ครั้ง บาร์โคลาเฉลี่ย 1.85 ครั้งต่อ 90 นาทีในลีกเอิงฤดูกาลนี้ แต่เมื่อดูจากสายตาในการชมเกมจริง จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง ดังที่เห็นจากการเล่นของเขา การสัมผัสบอลแรกมักมีเป้าหมายเพื่อสะกิดบอลไปด้านหลังแนวรับ ก่อนใช้ความเร็วแซงคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าจังหวะสุดท้ายยังต้องพัฒนาอยู่บ้าง ดาวเตะวัย 23 ปีอาจไม่เหมาะกับการเจาะทีมที่ตั้งรับลึก แต่เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเปแอสเชที่ครองบอลเฉลี่ย 68.8 เปอร์เซ็นต์ในลีกเอิง และการมีผู้เล่นที่สามารถยืดแนวรับคู่แข่งได้แบบที่เขาทำกับอาร์เซนอลในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก อาจเป็นประโยชน์อย่างมาก ปัญหาเรื่องความเฉียบคมในการจบสกอร์ของเขาถูกพูดถึงทั้งฤดูกาลนี้และฤดูกาลก่อน โดยเฉพาะจากโอกาสสำคัญที่พลาดในเกมกับอาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม ในลีกเอิงฤดูกาลนี้ บาร์โคลายิงได้ 11 ประตู จากค่า xG 10.9 ซึ่งถือว่าทำได้ตามที่โอกาสควรจะเป็น การทำได้เพียง 1 แอสซิสต์ในลีกอาจดูน่าผิดหวัง แต่ค่า xA (Expected Assists) ของเขาที่ 4.5 ยังสูงกว่าโรเจอร์ส ซึ่งทำ 6 แอสซิสต์จากค่า xA 4.3 โรเจอร์สและบาร์โคลาเป็นผู้เล่นคนละสไตล์ แต่สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้า ซึ่งอาจช่วยให้อาร์เซนอลใช้ประโยชน์จากเกมโต้กลับได้ดีขึ้น ฤดูกาลที่แล้ว อาร์เซนอลอยู่อันดับ 6 ของพรีเมียร์ลีกในด้านการโจมตีเร็ว (Fast Breaks) โดยมีตัวเลขตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียง 0.23 ครั้ง แต่ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยิงได้ถึง 9 ประตูจากสถานการณ์เหล่านี้ เทียบกับอาร์เซนอลที่ทำได้เพียง 4 ประตู ไม่ว่าจะเป็นการพาบอลแบบดุดันของโรเจอร์ส การเร่งสปีดแบบฉับพลันของบาร์โคลา หรือการเคลื่อนที่อย่างลื่นไหลของก็อดส์ (ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 2.85 ครั้งต่อ 90 นาทีในฤดูกาลนี้) ผู้เล่นทุกคนล้วนสามารถช่วยยกระดับอาร์เซนอลในสถานการณ์เหล่านี้ได้ ในแง่ของการจบสกอร์ ครูปียิงได้ 3 จาก 9 ประตูของบอร์นมัธที่มาจากเกมโต้กลับเร็วเมื่อฤดูกาลก่อน การวิเคราะห์เชิงลึกของผู้เล่นแต่ละคนจะมีตามมา หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง แต่ในตอนนี้ รายชื่อแนวรุกที่อยู่ในลิสต์เสริมทัพของอาร์เซนอลถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก พวกเขาทุกคนสามารถเล่นได้ทั้งด้านในและด้านนอกของกองหลังคู่แข่ง อีกทั้งยังมีจุดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างจากกันเองและแตกต่างจากตัวเลือกที่อาร์เซนอลมีอยู่แล้ว ซึ่งอาจช่วยยกระดับทีมในฤดูกาลหน้าได้ อาร์เตตาสร้างรากฐานเกมรับที่แข็งแกร่งให้กับอาร์เซนอลมาโดยตลอด และรากฐานนั้น เมื่อผสมผสานกับช่วงเวลามหัศจรรย์ในเกมรุก ก็พาพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนอาจไม่ได้มีมากนัก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากุนซือชาวสเปนพร้อมจะปลดเบรกมือออก เพื่อพาอาร์เซนอลป้องกันแชมป์ลีกอย่างสง่างาม และก้าวไปอีกขั้นบนเวทียุโรป ดูบอลสด บอลสด
  18. ดูบอลสด บอลสด ซามี่ ม็อกเบล จาก BBC วิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่อาร์เซน่อลต้องจัดการในช่วงซัมเมอร์นี้ มิเกล อาร์เตต้า มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนสำหรับฤดูกาลหน้า โดยอาร์เซน่อล กำลังมองหาการเสริมทัพในตำแหน่งกองกลาง กองหน้า และฟูลแบ็กในตลาดซื้อขายนักเตะ อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากสโมสรทุ่มเงินไปราว 250 ล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงการต่อสัญญาผู้เล่นหลายราย และการจ่ายโบนัสก้อนโตจากความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สโมสรจึงต้องระมัดระวังเรื่องการรักษาสมดุลทางการเงินในช่วงปิดฤดูกาล เป้าหมายแนวรุกมี 3 รายที่เป็นรายชื่อหลักได้แก่ มอร์แกน โรเจอร์ จากแอสตัน วิลล่า, จูเนียร์ ครูปี ของบอร์นมัธ และฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ดาวดังของแอตเลติโก มาดริด โรเจอร์สและครูปีคาดว่าจะมีค่าตัวเกิน 80 ล้านปอนด์ต่อคน ขณะที่อัลวาเรซ ซึ่งเป็นเป้าหมายของบาร์เซโลน่า ด้วยนั้น ถูกประเมินมูลค่าไว้มากกว่า 120 ล้านปอนด์ แม้จะมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัวโรเจอร์ส แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่าเขาเป็นเป้าหมายที่จำเป็นจริงหรือไม่ เนื่องจากทีมมีทั้ง มาร์ติน โอเดการ์ด และ เอเบเรซี่ เอเซ่ ที่สามารถเล่นในตำแหน่งตัวรุกตรงกลางได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการเล่นทางฝั่งซ้ายของโรเจอร์สถูกมองว่าเป็นจุดแข็งสำคัญ และเพิ่มคุณค่าให้กับเขาในฐานะนักเตะสารพัดประโยชน์ จากหลายแหล่งข่าว โรเจอร์สเปิดกว้างต่อการย้ายมาร่วมทีมอาร์เซนอลในฤดูกาลหน้า ครูปีเป็นอีกหนึ่งโอกาสในตลาดที่อาร์เซนอลกำลังสำรวจ หลังจากดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ทำได้ 13 ประตูในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับนักเตะวัยรุ่นในฤดูกาลเปิดตัว ขณะที่เป้าหมายในฝันของสโมสรยังคงเป็นอัลวาเรซ แม้ว่าบาร์เซโลนาจะให้ความสนใจอย่างจริงจังก็ตาม นอกจากนี้ อาร์เซนอลยังเดินหน้าทาบทามเจเรมี่ มองก้า ดาวรุ่งวัย 16 ปีของเลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามองกาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ และได้รับความสนใจจากหลายสโมสร มีรายงานว่าเจ้าตัวเปิดกว้างต่อการย้ายมาอาร์เซนอล แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหากย้ายออกจากเลสเตอร์ จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาค่าชดเชยโดยคณะอนุญาโตตุลาการหรือไม่ สถานการณ์ในตำแหน่งกองกลางก็มีความซับซ้อนไม่แพ้กัน ก่อนหน้านี้อาร์เซน่อลเคยพิจารณาจะรับฟังข้อเสนอเกี่ยวกับ ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่ แต่ผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงท้ายฤดูกาล กับบทบาทกองกลาง ทำให้สโมสรอาจจะต้องทบทวนจุดยืนดังกล่าวใหม่ อาร์เซน่อลยังได้มีการหารือเกี่ยวกับข้อดีในการคว้าตัว มาเธอุส แฟร์นันด์ จากเวสต์แฮม ที่คาดว่าจะย้ายออกหลังทีมตกชั้น แม้แฟร์นันด์ และลูอิส-สเกลลี่ จะเป็นกองกลางคนละสไตล์ แต่การพัฒนาของไมล์สก็อาจทำให้สโมสรปรับเปลี่ยนความคิดในการเสริมตำแหน่งนี้ ในตำแหน่งฟูลแบ็ก สโมสรต้องการนักเตะที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง และได้จับตามอง ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แม้ว่านักเตะวัย 23 ปีจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ตำแหน่งนี้จึงเป็นอีกจุดที่น่าจับตามองในตลาดซัมเมอร์ จากทั้งหมดที่กล่าวว่า การขายนักเตะจึงมีแนวโน้มจะกลายเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยเช่นกัน เพื่อรักษาสมดุลทางด้านการเงิน และเปิดทิศทางสำหรับแผนงานในอนาคต นักเตะที่อยู่ในข่ายที่จะขายออก ได้แก่ นอร์การ์ด, เบน ไวท์, ฟาบิโอ วิเอร่า, รีสส์ เนลสัน, กาเบรียล เฆซุส, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, เลอันโดร ทรอสซาร์ รวมถึงอนาคตของ อีธาน วาเนรี ก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งการขายวาเนรี ในมุมทางบัญชีจะสามารถลงบัญชีได้แบบเต็มจากผลผลิตของอะคาเดมี่ แกรี่ จาค็อบบ์ จาก Daily Telegraph ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการเสริมทัพของอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยอาร์เตต้า และผู้บริหารของอาร์เซน่อล ตระหนักดีว่าทีมจำเป็นต้องมีนักเตะแนวรุกระดับสตาร์เข้ามาเสริมทัพ เพื่อปรับปรุงวิธีการเล่นของทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างความแตกต่างในเกมส์สำคัญๆ ได้ อาร์เซน่อล ยังคงประเมินความเป็นไปได้ในการคว้าตัวมอร์แกน โรเจอร์ มาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม สโมสรยังไม่ได้รับการประเมินค่าตัวสุดท้ายของนักเตะจากแอสตัน วิลล่า ขณะนี้ภายในอาร์เซนอลเริ่มมีความเชื่อร่วมกันว่า หากสโมสรต้องการดึงนักเตะแนวรุกระดับหัวกะทิอย่างโรเจอร์สมาร่วมทีม ก็อาจจำเป็นต้องยอมจ่ายเงินจำนวนมากกว่าที่สโมสรเคยพร้อมจะจ่ายในอดีต ความหวังของอาร์เซน่อล ในการเซ็นสัญญา ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ กองหน้าดาวดังของแอตเลติโก มาดริด เริ่มลดลง เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจากบาร์เซโลน่า และปารีส แซงต์แชร์กแม็ง ขณะเดียวกัน จูเนียร์ ครูปี ได้กลายเป็นเลือกที่น่าสนใจสำหรับอาร์เซน่อล หากพวกเขาโน้มน้าวให้บอร์นมัธ ยอมเปิดการเจรจา และปล่อยตัวนักเตะออกจากทีม นอกจากนี้อาร์เซน่อล ยังได้รับข้อเสนอในการเซ็นสัญญากับ ราฟาเอล เลเอา ปีกทีมชาติโปรตุเกสของเอซี มิลาน ที่ประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และต้องการย้ายออกจากลีกอิตาลี ขยับมาที่แดนกลาง อาร์เซน่อล ให้ความสนใจ ซานโดร โตนาลี กองกลางของนิวคาสเซิ่ล, มาเธอุส แฟร์นันด์ กองกลางของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่ทางทีมขุนค้อนแจ้งว่าพวกเขาต้องการค่าตัวนักเตะสูงถึง 80 ล้านปอนด์ อีกคนที่อาร์เซน่อลสนใจคือ อายยุบ บูอัดดี้ กองกลางดาวรุ่งของลีลส์ อาร์เซน่อลมีแผนที่จะปล่อยผู้เล่นหลายรายออกไปจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ คริสเตียน นอร์การ์ด ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปเพียง 101 นาที คาดว่าจะถูกปล่อยออกจากทีม ส่วนอนาคตของ เบน ไวท์ ยังไม่แน่นอน เนื่องจากยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเขา แต่เขาได้รับความสนใจจาก เอฟเวอร์ตัน และคริสตัล พาเลซ อาร์เซน่อล พร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอกับ กาเบรียล เฆซุส, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และเลอันโดร ทรอสซาร์ รวมถึง อีธาน วาเนรี กองกลางดาวรุ่งวัย 19 ปี การขายนักเตะที่เป็นเด็กปั้นจากอะคาเดมี่ อาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล หากอาร์เซน่อลกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะละเมิดกฏการเงิน Telegraph บอกว่า สัญญาฉบับใหม่ของ มิเกล อาร์เตต้า มีการเริ่มต้นพูดคุยกันแล้ว แม้ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่ต้องเจรจานอกเหนือจากมูลค่าของสัญญา ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน อาร์เตต้า ตระหนักดีนี่คือโอกาสที่จะสร้างยุคแห่งการครอบครองฟุตบอลอังกฤษ เนื่องจากคู่แข่งหลายทีมกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้านเจ้าของสโมสรอาร์เซน่อลอย่างตระกูลครองกี้ มองเห็นศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาลของสโมสร และให้คำมั่นว่า จะไม่หยุดนิ่ง พวกเขาพร้อมสนับสนุนทรัพยากรอย่างเต็มที่ต่อไป ขณะที่รายได้ของสโมสรเติบโตแบบก้าวกระโดด คาดว่าพวกเขาจะทำสถิติรายได้เป็นประวัติศาสตร์ในฤดูกาลนี้ 770 ล้านปอนด์ ขณะที่ยังมีการเจรจาข้อตกลงด้านการค้าอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงรายได้ในเชิงพาณิชย์ก็เติบโตขึ้น 50% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของแบรนด์ในระดับโลก ในแง่ของมูลค่าสัญญา ปัจจุบันอาร์เตต้ารับค่าเหนื่อย 12 ล้านปอนด์ต่อปี และจะเพิ่มเป็น 15 ล้านปอนด์ หากพาทีมไปเล่นแชมเปี้ยนลีกได้สำเร็จ ส่วนสัญญาฉบับใหม่เขาจะได้รับค่าเหนื่อยระดับ 20 ล้านปอนด์ต่อปี และเมื่อรวมโบนัสต่างๆ อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านปอนด์ นั่นจะทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า หลายสโมสรชั้นนำได้เริ่มมีการติดต่อ บอร์นมัธ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับ จูเนียร์ ครูปี กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปี ผมสามารถบอกได้ว่า อาร์เซน่อล ได้มีการติดต่อเข้ามา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เช่นกัน และยังมีสโมสรอื่นๆ อีกหลายแห่งที่สนใจครูปี ขณะเดียวกับ ปารีส แซงต์แชร์กแม็ง ก็อยู่ในกลุ่มที่กำลังจับตาสถานการณ์อยู่ด้วย Goldberg สายวงในบอกว่า อาร์เซน่อล ให้ความสนใจ มอร์แกน โรเจอร์, จูเนียร์ ครูปี และฮูเลี่ยน อัลวาเรซ Football London อารืเซน่อล สนใจที่จะเซ็นสัญญาทั้ง มอร์แกน โรเจอร์ และจูเนียร์ ครูปี ในช่วงซัมเมอร์นี้ ดีลทั้งสองรายคาดว่าจะมีมูลค่าสูงอย่างมาก และทั้งแอสตัน วิลล่า กับบอร์นมัธ ก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องปล่อยนักเตะออกจากทีม อย่างไรก็ตามอาร์เซน่อล ยังคงถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่มีแรงดึงดูดอย่างยิ่งสำหรับนักเตะ โดยเฉพาะผู้เล่นที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุดและมีความสามารถมากพอที่จะคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ Talks Sport บอกว่า อาร์เซฯ่อล มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะคว้าตัว เณเรมี่ ม็องก้า ปีกดาวรุ่งวัย 16 ปีของเลสเตอร์ ซิตี้ได้สำเร็จ เส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ที่ชัดเจนของอาร์เซน่อล, ระบบพัฒนานักเตะเยาวชนระดับชั้นนำ และความสำเร็จในช่วงหลังในการผลักดันนักเตะดาวรุ่งก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง ล้วนสร้างความประทับใจอย่างมากให้กับตัวนักเตะ และตัวแทนของเขา ตามรายงานที่ออกมา Nizaar Kinsella สายข่าวของเชลชี บอกว่า ยังไม่ชัดเจนว่า จอซ อาแซมปง กองหลังดาวรุ่งวัย 20 ปี ต้องการย้ายออกจากเชลชีหรือไม่ อาร์เซน่อลเป็นหนึ่งในทีมที่กำลังจับตามองสถานการณ์อยู่ OFFICIAL - จอซ นิโคล แบ็คขวาดาวรุ่งวัย 19 ปีของอาร์เซน่อล ย้ายไปร่วมทีม NK Kustosija สโมสรในลีกโครเอเซียแบบไม่มีค่าตัว หลังจากเขาหมดสัญญากับอาร์เซน่อลในช่วงสิ้นเดือนนี้ RMC Sport รายงานข่าวว่า ผลการตรวจร่างกายของ วิลเลียม ซาลิบา เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างอุ่นใจ ซาลิบามีปัญหาบาดเจ็บบริเวณหลัง แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้รุนแรง ถึงขั้นทำให้เขาไม่สามารถเดินทางไปร่วมเก็บตัวกับเพื่อนร่วมทีมชาติในวันอังคารนี้ อย่างไรก็ตาม อาการของนักตเะจะยังคงได้รับการติดตามและประเมินอย่างใกล้ชิดต่อไป และในเวลานี้ยังเป็นเรื่องยาก ที่จะระบุได้อย่างชัดเจนว่าเขาจะสามารถลงเล่นเกมส์อุ่นเครื่องได้หรือไม่ วิลเลี่ยม ซาลิบา โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า: “เราไม่ปล่อยให้เพียงช่วงเวลาเดียวมากำหนดคุณค่าของการเดินทางทั้งหมด ฤดูกาลนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเราก้าวมาไกลแค่ไหนร่วมกัน ทั้งการทำงานหนัก ความเชื่อมั่น และความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในทีม หลังจากผ่านไป 22 ปี... การนำแชมป์ลีกกลับคืนสู่ที่ที่มันควรอยู่ มีความหมายต่อพวกเราอย่างยิ่ง ฤดูกาลหน้าเราจะกลับมาอีกครั้ง แข็งแกร่งกว่าเดิม และกระหายความสำเร็จมากกว่าเดิม พวกเรากำลังจะกลับมาเพื่อคว้าความสำเร็จให้มากกว่านี้” เดแคลน ไรซ์, บูคาโญ ซาก้า, เอเบเรซี่ เอเซ่ และโนนี่ มาดูเอเก้ สี่นักเตะของอาร์เซน่อล ที่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ชุดฟุตบอลโลก 2026 ได้รับไฟเขียวให้พักเพิ่มหนึ่งสัปดาห์ ก่อนเข้ามารายงานตัวในแคมป์ทีมชาติ อาร์เซน่อล กำลังพิจารณาแนวทางในการขยายความจุของสนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ซึ่งปัจจุบันรองรับแฟนบอลได้ 60,704 ที่นั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการตั๋วที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามทาง มิเกล อาร์เตต้า ไม่ต้องการให้ทีมสูญเสียความได้เปรียบกับการเล่นในบ้าน ด้วยการย้ายไปใช้สนามอื่นชั่วคราว เช่น สนามเวมบลี่ย์ ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง การขุดลดระดับสนามลงเพื่อเพิ่มที่นั่งอีกประมาณ 10,000 ที่นั่ง ก็ถือเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนอย่างมากในทางปฏิบัติ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างต่าง ๆ รวมถึงระบบท่อสาธารณูปโภคใต้สนาม และค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ทางเลือกที่เป็นไปได้มากกว่าคือการปรับปรุงโครงสร้างบางส่วนของสนาม เพื่อเพิ่มที่นั่งราว 5,000 ที่นั่ง โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มพื้นที่และทางเลือกที่นั่งแบบ Hospitality ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ต่อที่นั่งสูงกว่าที่นั่งทั่วไป หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะเพิ่มความจุเป็น 65,000 - 66,000 ที่นั่ง โดยไม่ต้องการย้ายออกจากสนามนาน และยังรักษาบรรยากาศรวมถึงความได้เปรียบในรังเหย้าเอาไว้ มีการหารือกันเกี่ยวกับการที่อาร์เซน่อล จะขยายสัญญาสปอนเซอร์ทั้งบนหน้าอกเสื้อแข่งขันและสิทธิ์การใช้ชื่อสนามกับ Emirates ออกไปหลังปี 2028 โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในที่สุด ดูบอลสด บอลสด
  19. ดูบอลสด บอลสด Kroenke Sports & Entertainment พูดมาตลอดว่าพวกเขาต้องการพาอาร์เซนอลกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่เป็นเวลาหลายปีที่แฟนบอลจำนวนมากไม่เชื่อคำพูดนั้น และแทบไม่มีใครคิดว่าพวกเขาพูดจริง แต่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สแตน ครองกี้ และลูกชายของเขา จอซ ครองกี้ กลับเป็นคนถือถ้วยพรีเมียร์ลีกเดินข้ามสนามเซลเฮิร์ซ ปาร์ค ไปหา มิเกล อาร์เตต้า, ทีมสตาฟฟ์ และแฟนบอลราว 3,000 คนที่รอฉลองอยู่ ก้าวสุดท้ายนั้นอาจเป็นก้าวที่สั้นที่สุด แต่ก็หวานที่สุดสำหรับครอบครัวที่ครั้งหนึ่งเคยถูกแฟนบอลเกลียดชังอย่างหนัก ถึงขั้นมีการประท้วงนอกสนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม อยู่บ่อยครั้ง จากวันที่แฟนบอลแขวนหุ่นล้อเลียนและโห่ใส่เจ้าของทีม มาสู่วันที่แฟนบอลตะโกนเชียร์ชื่อพวกเขาที่สนามของคริสตัล พาเลซ คือการเปลี่ยนแปลงที่เจ้าของสโมสรไม่กี่รายในโลกฟุตบอลจะได้สัมผัส KSE เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยของอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 2007 ก่อนจะถือครองสโมสรทั้งหมดในปี 2018 และแปดปีต่อมา อาร์เซนอลก็กลับมาเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี จอซ ครองกี้ กล่าวว่า: “การได้เดินข้ามสนามกับพ่อของผมในวันนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผมจะไม่มีวันลืม มันเป็นช่วงเวลาที่ผมอยากให้เราสองคนได้มีร่วมกัน และถ้าไม่ใช่เราทั้งคู่ ผมก็อยากให้เขาเป็นคนถือถ้วย เพราะทุกสิ่งที่พวกเราผ่านมาด้วยกันที่นี่” “มีบางช่วงเวลาในชีวิตที่ไม่มีทางสร้างขึ้นมาใหม่ได้ และนั่นคือหนึ่งในนั้นสำหรับผม เมื่อพูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาย้อนถึงเหตุการณ์หลังโปรเจกต์ European Super League ล่มในปี 2021 ว่า: “ตอนที่พวกเขาเอาพวกเราไปแขวนกับเสาไฟน่ะเหรอ?” KSE ไม่ได้มีแค่อาร์เซนอล พวกเขายังเป็นเจ้าของทีมกีฬาใหญ่อีกหลายทีม ไม่ว่าจะเป็น แอลเอ แรมส์ ทีมในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล, เดนเวอร์ น้กเกตต์ ของบาสเกตลอลเอ็นบีเอ, โคโลราโด อวาแลนช์ ทีมฮ็อกกี้นำ้แข็ง และอีกหลายสโมสร ตามข้อมูลของ Forbes KSE คืออาณาจักรกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ารวมกว่า 21.17 พันล้านดอลลาร์ จอชเล่าว่า เดิมทีเขาเดินทางกลับสหรัฐฯ หลังเกมชนะเบิร์นลี่ย์ และตั้งใจจะกลับมาดูนัดสุดท้ายกับพาเลซ เพราะคิดว่าการลุ้นแชมป์ยังไม่จบ “ผมออกจากเกมเบิร์นลีย์ตั้งแต่เช้าตรู่วันอังคาร เพื่อกลับอเมริกา และตั้งใจว่าจะบินกลับมาอีกทีสำหรับเกมกับพาเลซ” เขากล่าว “ตอนที่ผมออกมา ผมบอกทุกคนว่า ‘อย่าไปกังวลกับพรุ่งนี้เลย โฟกัสที่วันอาทิตย์ เราต้องชนะให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น’ แล้วทันใดนั้น ตอนที่ผมเพิ่งลงจอดที่อเมริกา บอร์นมัธก็ยิงประตูได้ และเมื่อถึงจุดนั้น คุณไม่มีทางไม่สนใจมันอีกแล้ว ผมเลยเริ่มติดตามเกมระหว่างเดินทางกลับบ้าน” แม้เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงตีเสมอให้แมนฯ ซิตี้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ผลเสมอก็ยังไม่เพียงพอจะยื้อการลุ้นแชมป์ต่อ และอาร์เซนอลก็กลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที บรรยากาศแห่งความสุขระเบิดขึ้นทั้งในหมู่นักเตะ สตาฟฟ์ และแฟนบอลนับพันที่มารวมตัวกันนอกสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยมีนักเตะหลายคนถูกถ่ายภาพได้ว่ายังคงฉลองกันอยู่จนถึงตีห้าในเช้าวันถัดมา “โทรศัพท์สายแรกของผมคือหาพ่อ สายที่สองคือโทรหามิเกล” จอชกล่าว “จากนั้นผมก็พยายามติดต่อทุกคนที่ผมทำได้ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครรับสาย เพราะทุกคนกำลังเฉลิมฉลองกันอยู่” “แต่มีอยู่คนหนึ่งที่รับสาย… เคต [ลอเรนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของอาร์เซนอล] วิดีโอคอลหาผม และส่งโทรศัพท์วนไปรอบห้อง ผมนั่งอยู่ตรงนั้นในสภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ขณะที่โทรศัพท์ถูกส่งต่อไปเรื่อย ๆ และผมได้เห็นใบหน้าของทุกคนที่กำลังมีความสุขและซาบซึ้ง” “บทสนทนากับพ่อของผมคือความปลาบปลื้มอย่างแท้จริง เราทั้งคู่ต่างผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาในแบบของตัวเอง ผมอยู่ที่นี่ในเกมเบิร์นลีย์ ส่วนเขาอยู่ที่อเมริกาเพื่อประชุมเกี่ยวกับทีมอเมริกันฟุตบอลของเรา” “พอทุกอย่างเริ่มชัดเจน ก็มีเจ้าของทีมพรีเมียร์ลีกคนอื่น ๆ อยู่ในห้องเดียวกับเขา และพวกเขาก็เริ่มเดินเข้ามาแสดงความยินดี มันเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะไดนามิกในอังกฤษต่างจากในอเมริกา แต่พวกเราทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงมัน และภูมิใจในแบบของตัวเอง” --------------------------------------------------------------------------- จากวันที่แฟนบอลถาม “We Care, Do You?” สู่การสร้างอาร์เซนอลยุคใหม่ และ KSE ก็ “ผ่านอะไรมาเยอะจริง ๆ” พวกเขาเคยถูกกล่าวหาว่าไม่ลงทุนมากพอ หรือแย่กว่านั้น คือไม่สนใจสโมสรเลย จากกลุ่มแฟนบอลที่ผิดหวังที่สุด ในช่วงเวลาหนึ่ง อาร์เซนอลดูเหมือนสโมสรที่กำลังล่องลอยไร้ทิศทาง จากทีมที่เคยขับเคี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บนจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ มาถึงปี 2018 ยุคของอาร์แซน เวนเกอร์ ก็ค่อย ๆ จบลงอย่างหมดพลัง ผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างอูไน เอเมรี ก็ไม่สามารถหยุดการถดถอยของทีมได้ หลังพ่ายเชลชี 4-1 ในนัดชิงยูโรป้าลีก ปี 2019 และพลาดโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ผลจากเรื่องนั้นทำให้กลุ่มแฟนบอล 16 กลุ่ม และแฟนบอลชื่อดังหลายคน ร่วมกันเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเจ้าของทีมในเดือนกรกฎาคม ปี 2019 พร้อมตั้งคำถามว่า: “พวกเราแคร์ แล้วพวกคุณล่ะ?” “นั่นเป็นช่วงเวลาสำคัญมากสำหรับผม เพราะมันเป็นการเคลื่อนไหวที่ผ่านการคิดมาอย่างดีจากฝั่งแฟนบอล” จอชกล่าว “และเมื่อผมเห็นมัน ผมเข้าใจพวกเขา แต่ในเวลาเดียวกัน ก่อนหน้านั้นผมก็ได้ทุ่มทั้งเวลา พลังงาน และอารมณ์จำนวนมหาศาลลงไปกับสโมสรอยู่เบื้องหลังแล้ว” จอชอธิบายว่า ช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นหลังจาก KSE เปลี่ยนสถานะของอาร์เซนอลจากบริษัทมหาชน กลายเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว “นั่นคือช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าเราได้ ‘เป็นเจ้าของสโมสรจริง ๆ แต่การเป็นนักลงทุน และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสโมสรที่เคยมีวาระและผลประโยชน์หลายฝ่ายแข่งขันกันอยู่ภายใน มันยากมากที่จะคลี่คลายทุกอย่าง” “ดังนั้น ผมหวังว่าแปดปีต่อมา ผู้คนจะเข้าใจแล้วว่าพวกเราทุ่มเทจริง ๆ ทั้งทางอารมณ์ การเงิน และเวลา” --------------------------------------------------------------------------- เส้นทางกลับขึ้นมาของอาร์เซนอลไม่ได้ง่ายเลย เอดู กาสปาร์ ผู้อำนวยการกีฬาในตอนนั้น และเฮดโค้ชคนใหม่ มิเกล อาร์เตต้า ร่วมกันสร้าง “แผน 5 ขั้นตอน” เพื่อพาสโมสรกลับสู่จุดสูงสุด โดยได้รับการอนุมัติจากเจ้าของทีม “หนึ่งในคำสัญญาที่ผมให้ไว้กับมิเกล คือผมจะอยู่ที่นี่ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้” จอชกล่าว “ช่วงเดือนธันวาคมปีนั้น ผมบินมาที่นี่สามหรือสี่ครั้งระหว่างกระบวนการแต่งตั้งเขา จากนั้นผมก็กลับมาอีกครั้งปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเริ่มวางแผนต่าง ๆ ตอนที่เราพอจะเริ่มมองเห็นอนาคต” “แล้วสิ่งที่บ้าที่สุดก็เกิดขึ้น… COVID” การระบาดของ COVID-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ “มันเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะมิเกลเพิ่งเข้ามารับงาน และผมก็ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้” “ไม่ใช่แค่นั้น แต่สโมสรทั้งสโมสรต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว เพราะจู่ ๆ คุณก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่… คำถามที่ผมถามตัวเองตลอดคือ: ‘คุณจะเตรียมตัวยังไง เมื่อโลกทั้งใบหยุดหมุน?’” ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น จอชเริ่มพูดคุยอย่างจริงจังกับอดีตประธานสโมสร เซอร์ชิฟฟ์ เคสวิค ซึ่งเป็นเหมือนที่ปรึกษาคนสำคัญของเขา “พวกเราไปกินข้าวกลางวันด้วยกันบ่อยมาก และพูดคุยเรื่องอนาคตของสโมสร หลังจากที่เราทำให้อาร์เซนอลเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว” “วันหนึ่งผมบอกกับชิปส์ว่า…ในอเมริกา บางครั้งพวกเราจำเป็นต้องถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อจะก้าวไปข้างหน้าได้ และผมคิดว่าสักจุดหนึ่ง เราอาจต้องทำแบบนั้นที่นี่เหมือนกัน ’เขายิ้ม แล้วตอบกลับมาว่า ให้ตายเถอะ แต่อย่าตกชั้นก็แล้วกัน แล้วผมก็ตอบไปว่า ‘ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อเดินผ่านเส้นบาง ๆ นี้ให้ได้’” “การถอยหลังหนึ่งก้าว” ที่จอชพูดถึง คือการผ่าตัดทีมอย่างโหดเหี้ยม อาร์เซนอลจ่ายเงินยกเลิกสัญญานักเตะถึง 9 คน เพื่อปล่อยพวกเขาออกจากสโมสร ท่ามกลางความกังวลว่ามาตรฐานภายในทีมตกต่ำลง และวัฒนธรรมในห้องแต่งตัวกำลังเป็นพิษ “มิเกลมีคำเปรียบเทียบที่เขาชอบใช้ว่า คุณอยู่บนเรือลำเดียวกัน หรือไม่อยู่” จอชกล่าว “แต่บางครั้ง เรามีคนที่ไม่ใช่แค่ไม่ได้อยู่บนเรือ พวกเขาอยู่ใต้น้ำ พร้อมเชือกเส้นหนึ่ง ที่กำลังพยายามดึงพวกเราลงไป” เราจึงต้องหาว่าใครคือคนเหล่านั้น และตัดเชือกเส้นนั้นทิ้งไปทีละเส้น” ในเวลาเดียวกัน อาร์เซนอลก็ต้องเริ่มค้นหาดาวรุ่งที่จะกลายเป็นแกนหลักของทีมยุคใหม่ “ผมมีบทสนทนาที่ยอดเยี่ยมกับ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์” จอชกล่าว “หลังนัดชิงยูโรปาลีกที่บากู ผมพูดถึง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ ซึ่งย้ายไปลิเวอร์พูล ก่อนหน้านั้นหนึ่งหรือสองปี ผมถามว่า ‘เราจะหานักเตะแบบนี้เข้าระบบของเราได้ยังไง?’” “เพอร์ตอบทันทีว่า ‘ถ้าคุณไม่มี 100 ล้านปอนด์ ก็อย่าไปคิดถึงเขาเลย’ แล้วผมถามกลับว่า ‘งั้นกองหลังดาวรุ่งที่ดีที่สุดในยุโรปคือใคร?’ เขาหันมาตอบทันทีโดยไม่ลังเลว่า ‘วิลเลี่ยม ซาลิบา’” --------------------------------------------------------------------------- การเดิมพันครั้งใหญ่: ซาลิบา, ไรซ์ และการลงทุนมหาศาลของ KSE หลังจากบทสนทนากับ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ อาร์เซนอลก็ตัดสินใจคว้าตัว วิลเลี่ยม ซาลิบา จากแซงต์เอเตียน ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม หลังย้ายมา เขาถูกปล่อยยืมตัวต่อเนื่องถึงสามปี และแหล่งข่าวของ ESPN ระบุว่า ในเวลานั้น มีหลายคนภายในสโมสรตั้งคำถามว่าเซ็นเตอร์แบ็กรายนี้จะพัฒนาขึ้นมาเป็นกองหลังระดับท็อปได้จริงหรือไม่ ก่อนเริ่มฤดูกาล 2022-23 ซาลิบาจึงกลับมาร่วมทีมของ อาร์เตต้าและนับจากนั้น เขาก็ค่อย ๆ สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของยุโรป “ตอนนี้มิเกลกับผมหัวเราะเรื่องนี้กันได้แล้ว เพราะผมไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานมาก” จอชกล่าว “ตอนที่เราคว้าตัววิลเลียมมา แล้วเขาถูกปล่อยยืมตัวสองฤดูกาล จากนั้นเราก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของมิเกลพอดี และในช่วงแรก ๆ ที่วิลเลียมกำลังจะกลับมาร่วมทีม ก็มีความคิดเห็นบางอย่างเกิดขึ้นเกี่ยวกับเขา ซึ่งพวกคุณนักข่าวก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว” “ผมนั่งอยู่ที่อเมริกา แล้วหัวเราะกับตัวเองว่า ‘ได้โปรดเถอะ ขอให้เด็กคนนี้เวิร์กที!’” --------------------------------------------------------------------------- จากนั้นก็มาถึงเรื่อง “การใช้เงิน” หลังจากเข้าควบคุมสโมสรเต็มรูปแบบในปี 2018 KSE ซึ่งเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการไม่กล้าทุ่มเงิน เริ่มลงทุนมหาศาลตลอดหลายตลาดซื้อขาย นับตั้งแต่ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาคุมทีม อาร์เซนอลใช้เงินเสริมทัพรวมเกือบ 1 พันล้านปอนด์ และดีลที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุด คือการคว้าตัว เดแคลน ไรซ์ จากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 105 ล้านปอนด์ในปี 2023 “ผมไม่คิดว่าดีลแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก่อนปี 2018” จอชกล่าว “ตอนที่ชื่อของนักเตะคนนี้เริ่มจริงจังขึ้น ผมจำได้ว่า เอดู, มิเกล, ทิม ลูอิส และริช การ์ลิค นั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ แล้วอธิบายทุกอย่างให้ผมฟังเป็นครั้งแรก” “คิ้วของผมยกขึ้นทันที เพราะผมยังไม่แน่ใจว่าเราอยู่ในจุดที่พร้อมจะไล่ล่านักเตะแบบนี้แล้วหรือยัง” จอชยอมรับว่า เขาถามอาร์เตต้าตรง ๆ เกี่ยวกับการใช้งานไรซ์ “ผมถามมิเกลคำถามสำคัญสองสามข้อ ซึ่งปกติผมไม่ค่อยทำ คำถามหลักของผมคือ ถ้าเราจะใช้เงินขนาดนี้ เราจะใช้งานเขาอย่างไร?” เพราะสำหรับผม นักเตะแบบนี้ต้องเป็นสิ่งที่ผมเรียกว่า ‘เสียบแล้วใช้งานได้ทันที’” “เขาต้องลงเล่นตัวจริงได้ทันที และสร้างผลกระทบได้ทันที แต่ถ้าเราจะจ่ายเงินระดับนี้ด้วย ผมก็อยากรู้ว่าเรากำลังจะได้ ‘คนแบบไหน’ มาด้วย เพราะนักเตะคนนี้ต้องเป็นผู้นำด้วยเช่นกัน” และยิ่งได้พูดคุยกับไรซ์มากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น “เหมือนกับมิเกล เวลาคุณได้นั่งคุยกับเดแคลน คุณจะเข้าใจว่าเขาเป็นคนแบบไหน เขาเป็นคนที่โฟกัสกับเป้าหมายอย่างมาก และนั่นทำให้คุณรู้สึกสบายใจกับค่าตัวมหาศาลนั้นมากขึ้น” “แน่นอน มันไม่ได้หมายความว่าตัวเลขนั้นยังสอดคล้องกับโมเดลการเงินของเราอยู่ดี แต่มันเป็นช่วงเวลาสำคัญมากสำหรับพวกเราทุกคน” --------------------------------------------------------------------------- หลังจาก เอดู กาสปาร์ อำลาสโมสร อาร์เซนอลก็ดึง อันเดรีย แบร์ต้า เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังสร้างชื่อกับแอตเลติโก มาดริด นานถึง 12 ปี “ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ ผมอยู่ที่นี่พอดี และผมพาคนกลุ่มหนึ่งไปดินเนอร์” จอชกล่าว “ปกติผมแทบไม่ทำอะไรแบบนั้นเลย แต่วันนั้นอันเดรียอยู่ที่นั่นด้วย ผมเอาแหวนแชมป์ต่าง ๆ ของพวกเราออกมาให้ดู แล้วบอกเขาว่า…นี่คือสิ่งที่พวกเรามาที่นี่เพื่อคว้ามัน’ ดังนั้น เวลาที่เราจะเริ่มวางแนวคิดต่าง ๆ ขอให้รู้ไว้ว่า นี่คือเป้าหมายของเรา’” “เขาก้มมองแหวนพวกนั้นอย่างตั้งใจมากเลยล่ะ!” และตอนนี้ อาร์เซนอลก็มีเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกเพิ่มเข้ามาในคอลเลกชันแล้ว แต่เส้นทางสู่แชมป์นั้นเต็มไปด้วยความกดดัน จอชยอมรับว่า เกมเสมอวูลฟ์แฮมตัน 2-2 ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังนำก่อน 2-0 เป็นช่วงเวลาที่ “หนักมาก ผมนั่งดูเกมนั้นอยู่คนเดียวที่บ้าน” จากนั้นเขายังพูดถึงช่วงเวลาที่ แม็กซ์ ดาวแมน เจ้าหนูวัย 16 ปี ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมใส่เอฟเวอร์ตันหนึ่งเดือนต่อมา “ตอนนั้นผมกำลังดูเกมอยู่ และพวกเราเพิ่งรับลูกสุนัขมาเลี้ยง พอแม็กซ์เริ่มลากบอลขึ้นไป ผมกระโดดลุกขึ้นทันที ผมทำให้เจ้าหมาน้อยตกใจแทบตาย มันฉี่ใส่พื้นตรงข้าง ๆ ผมเลย จากสิ่งที่ผมตะโกนใส่ทีวี! อาร์เตต้า, ซาก้า และการปลุก “ยักษ์หลับ” แห่งลอนดอนเหนือ บางที ประสบการณ์ด้านกีฬาอันมหาศาลของ KSE หรือความกดดันมหาศาลในช่วงลุ้นแชมป์ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ จอซ ครองกี้ ยังไม่กล้าพูดเต็มปากว่า อาร์เซนอลกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการครองความยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังอำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้., อาร์เนอร์ สล็อต กำลังเผชิญแรงกดดันที่ลิเวอร์พูล และซาบี้ อลอนโซ่ ก็เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางกับเชลชี “ผมมีบทสนทนาดี ๆ กับ บูคาโญ ซาก้า เมื่อคืนก่อน” จอชกล่าว “ผมบอกเขาว่า พวกเราภูมิใจกับทุกอย่างที่ทีมทำได้มาก ผมจำคำถามที่เขาถามเป๊ะ ๆ ไม่ได้ แต่ผมตอบกลับไปว่า… ‘บูคาโย พวกนายพร้อมจะเป็นแชมป์กันมาหลายปีแล้ว’ แต่สิ่งที่ไม่มีใครอยากยอมรับก็คือ ในระดับสูงสุดแบบนี้ คุณต้องมีโชคเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย’” “‘คุณต้องได้เสียงนกหวีดที่ถูกจังหวะ ต้องมีนักเตะที่ฟิตพร้อม ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่เคยมีสิ่งนั้นเลย’” อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการต่อสัญญากับอาร์เตต้า วัย 44 ปี ซึ่งเหลือสัญญาอีกเพียง 12 เดือน และสำหรับจอช ครองกี้ ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าใครคือบุคคลสำคัญที่สุดของความสำเร็จครั้งนี้ “ถ้าจะมีใครสักคนที่คุณสามารถย้อนกลับไปแล้วบอกได้ว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากคนคนนี้…” “ผมให้เครดิตทั้งหมด 100% กับมิเกล ทีมสตาฟฟ์ของเขา และนักเตะ คนเหล่านั้นคือหัวใจของทุกอย่าง ต่อให้มิเกลเป็นคนวางแท็กติก แต่นักเตะก็ยังเป็นคนที่ต้องลงไปเล่น ลงไปสู้ และคว้าชัยชนะกลับมา” จอชย้ำว่า การรั้งอาร์เตต้าไว้กับสโมสรคือ ภารกิจสำคัญสูงสุด “การรักษามิเกลไว้กับทีมคือสิ่งสำคัญที่สุด และผมคิดว่าข่าวดีสำหรับแฟนอาร์เซนอลทั่วโลกก็คือ เขามีความสุขกับโปรเจกต์นี้” “เขามีความสุขกับการได้อยู่ที่นี่ ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ จนถึงวันนี้ เขาคือคนของอาร์เซนอลอย่างแท้จริง” อีกหนึ่งเป้าหมายต่อไปของสโมสร อาจเป็นการยกระดับเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม หลังย้ายออกจากไฮบิวรี่ มาแล้วเกือบ 20 ปี แม้รายละเอียดจะ “ยังไม่ได้ข้อสรุป” แต่จอชเผยว่า: “ตอนนี้พวกเขากำลังจัดทำแผนรีโนเวตเอมิเรตส์อยู่” “พวกเราทำเรื่องพวกนี้ในอเมริกากับสนามกีฬาและทีมของเราอยู่แล้ว และเราภูมิใจกับมันมาก ดังนั้นผมคิดว่าเรามีโอกาสที่จะเข้ามา และยกระดับประสบการณ์วันแข่งขันของแฟนอาร์เซนอล ให้เหนือขึ้นไปจากที่เป็นอยู่ตอนนี้จริง ๆ” แต่ในตอนนี้ อาร์เซนอลยังมีภารกิจสำคัญที่สุดรออยู่ นั่นคือ นัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กับปารีส แซงค์แชร์กแม็ง ในวันเสาร์นี้ เกมที่อาจทำให้อาร์เซนอลกลายเป็นแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร แฟนบอลหลายแสนคนเตรียมออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนนในลอนดอนเหนือสำหรับขบวนพาเหรดวันอาทิตย์ และดูเหมือนว่าจอชเอง ก็ยังแทบไม่อยากเชื่อกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น “ผมรู้มาตลอดว่า อาร์เซนอลคือ ‘ยักษ์หลับ’ ที่เราต้องปลุกให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ พวกเราไม่เคยมีทีมแบบนี้ในยุคโซเชียลมีเดียมาก่อน โลกของโซเชียลมีเดียเติบโตขึ้น ทั้ง ทวิตเตอร์ และทุกสิ่งรอบตัวมัน ข้อมูล ข่าวสาร และการล้อเลียนเกิดขึ้นทันที” “ผมรู้จักคำว่า ‘Banter Era’ ดี” จอชกล่าวต่อว่า: “ผมอายุ 46 ปีแล้ว และผมเติบโตมากับทั้งหมดนี้ ผมเห็นทุกอย่างผ่านมุมมองของตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจมากที่สุด เคยมีช่วงเวลาหนึ่ง ที่การเป็นแฟนอาร์เซนอลเหมือนเป็นเรื่องที่คุณต้องแอบไว้” “คุณยังรักทีมเหมือนเดิม แต่ทุกคนพร้อมจะล้อคุณตลอดเวลา จนบางครั้งคุณไม่กล้าแสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเอง แต่ตอนนี้ การได้เห็นผู้คนแสดงอารมณ์ร่วมออกมา แค่ตอนผมนั่งรถมาที่นี่ เห็นคนขับจักรยานรับจ้างใส่เสื้ออาร์เซนอล ผู้คนทั่วลอนดอนต่างสวมชุดของอาร์เซนอลเต็มไปหมด และมันทำให้ผมภูมิใจจริง ๆ” ดูบอลสด บอลสด
  20. PREMIER LEAGUE 2025/26 Crystal Palace 1 - 2 Arsenal Sun 24 May 2025, 22.00 น. GOAL: 0-1 กาเบรียล เฆซุส (นาทีที่ 42, มาร์ติเนลลี่) 0-2 โนนี่ มาดูเอเก้ (นาทีที่ 48, ฮาแวร์ตซ์) 1-2 ณอง ฟิลิปป์-มาเตต้า (นาทีที่ 89) ดูบอลสด บอลสด เกปา อาร์ริซซาลาบาก้า: 6.5 นี่ก็เป็นการเฝ้าเสาในเกมส์พรีเมียร์ลีกนัดแรกให้กับอาร์เซน่อล ครึ่งแรกเกปา มีจังหวะซูปเปอร์เซฟลูกพุ่งโหม่งของมูนญอสเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วงท้ายเกมส์มาเสียประตู เจอมาเตต้าโฉบตัดหน้ามาโหม่งก่อนที่เขาจะออกมารับบอล เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 ครึ่งแรกเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ ส่วนครึ่งหลังขยับออกไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย ก็เป็นเกมส์ที่ไม่ต้องเจอบททดสอบอะไรมาก คริสเตียน มอสเกร่า: 6.5 ขยับเข้ามายืนเซนเตอร์แบ็คฝั่งขวาบ้าง ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ไม่มีข้อผิดพลาดอะไร จังหวะการออกบอลจากแนวรับก็ทำได้โอเค ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.0 ได้ลงประจำตำแหน่งแบ็คซ้ายต่อเนื่องในระยะหลัง ก็ดูมีความเป็นไปได้ที่เขาจะได้สตาร์ทตัวจริงในนัดชิงยูซีแอล ในเกมส์คาลาฟิออรี พยายามขยับขึ้นไปเล่นด้านในอยู่ตลอด เวลาที่ทีมได้ครองบอล ซึ่งก็ขึ้นไปช่วยต่อบอลได้ดี ก่อนที่จะโดนเปลี่ยนตัวออกไปพักช่วงพักครึ่งเวลาแรก มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0 ถูกขยับมาเล่นเป็นแบ็คขวา ก็อาจมีจังหวะที่จ่ายเสียแบบง่ายๆ ให้เห็นชัดๆ อยู่สองครั้ง รวมถึงจังหวะที่ฟาล์วโฉ่งฉ่าง แต่ครึ่งหลังซูบิเมนดี้ก็ดูจะปรับตัวกับบทบาทนี้ได้ดีขึ้น ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0 น่าจะได้ขึ้นมาเล่นตำแหน่งกองกลางแบบถาวร แล้วก็มีโอกาสไม่น้อยที่เขาจะได้ลงตัวจริงที่บูดาเปสต์ เกมส์นี้ไมล์ส ยืนปักอยู่ในพื้นที่ตรงกลาง รอเก็บบอลจังหวะสอง และแย่งบอลจังหวะที่พาเลซได้สวนกลับ คริสเตียน นอร์การ์ด: 6.0 ได้ลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกกับอาร์เซน่อล นอร์การ์ดอยู่ในสนามไป 45 นาทีของครึ่งเวลาแรก ผลงานก็ถือว่าทำได้โอเคกับบทบาทกองกลาง แม็กซ์ ดาวแมน: 6.0 ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประตูขึ้นนำ 1-0 ก็ต้องชมดาวแมนที่ไขว์บอลจังหวะเดียวต่อให้มาร์ติเนลลี่ วันนี้แม็กซ์ไม่ค่อยมีจังหวะได้เลี้ยงทะลุทะลวงให้เห็นสักเท่าไร แต่ก็ยังบังบอล เก็บบอลได้ดี กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 7.0 มีส่วนร่วมกับประตูแรก ที่มาร์ติเนลลี่เป็นคนจ่ายทะลุช่องให้เฆซุสหลุดเข้าไปยิงประตู ครึ่งหลังมีจังหวะกระชากใช้ความเร็วฉีกแนวรับพาเลซไปเปิดบอลให้เพื่อนๆ สวยๆ ได้สองครั้ง โนนี่ มาดูเอเก้: 6.5 ครึ่งแรกก็พยายามใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเลี้ยงตัดมาหาช่องยิงด้านในแต่ส่วนใหญ่ก็ติดบล็อกผู้เล่นของพาเลซ แต่ต้นครึ่งหลังเป็นโนนี่ ที่ยิงให้ทีมขยับหนีห่างเป็น 2-0 กาเบรียล เฆซุส: 7.0 (C) มีโอกาสทอง ในการหลุดเดี่ยวไปยิงถึงสองครั้ง แต่เฆซุสเปลี่ยนเป็นประตูได้ หนแรกยิงไปชนเสา อีกครั้งยิงไปติดเซฟเฮนเดอร์สัน ก่อนที่ท้ายครึ่งแรกเขาจะยิงประตูให้ทีมนำ 1-0 ได้สำเร็จ ครึ่งหลังดูจะบทบาทลดลงไปพอสมควร ตัวสำรอง: กาเบรียล มากัลเญส: 6.5 (นาทีที่ 46, คาลาฟิออรี) ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.5 (นาทีที่ 46, นอร์การ์ด) ลงมาเล่นในครึ่งเวลาหลัง ไคมีส่วนร่วมกับการทำทางให้กับมาดูเอเก้ทำประตูที่สอง ช่วงท้ายมีจ่ายทะลุช่องให้เยอเคเรสหลุดเดี่ยวไปยิงหลุดเสา โอกาสของเขาก็มีเหมือนกัน แต่จังหวะยิงทำได้ไม่ดีสักเท่าไร มิเกล เมริโน่: 6.0 (นาทีที่ 61, ดาวแมน) เจ็บจนต้องพักยาวมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม เมริโน่ฟิตกลับมาลงเล่นในเกมส์นัดสุดท้ายของฤดูกาล เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 (นาทีที่ 75, เฆซุส) ช่วงทดเวลาบาดเจ็บมีโอกาสทองที่จะยิงประตูหนีห่างเป็น 3-1 แต่เอเซ่ยิงไปติดเซฟของเฮนเดอร์สัน วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 83, มาดูเอเก้)
  21. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายกับคริสตัล พาเลซ ในคืนวันอาทิตย์นี้ การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเสียที: มันน่าเหลือเชื่อมากที่ได้ยินคำเหล่านั้น (แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ) มันเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมเคยสัมผัสมา ผมควรจะอยู่ที่นี่กับทีม แต่ผมทำไม่ได้ ผมไม่สามารถแสดงความตื่นเต้นในแบบที่ผมต้องการได้ ผมเลยไปก่อไฟและทำบาร์บิวคิวแทนที่จะดูเกมส์ ผมดูเกมส์ (แมนซิตี้ กับบอร์นมัธ) ไม่ได้เลย ผมได้ยินเสียงดังจากข้างใน จากนั้นลูกชายผมก็เปิดประตูและวิ่งมาหาผม เขาร้องไห้และพูดว่า พวกเขาเป็นแชมป์แล้วพ่อ ----------------------------------------------------- อัพเดทความพร้อม: เมริโน่ จะกลับมาซ้อมกับทีมแบบเต็มรูปแบบได้ตามที่ต้องการในวันพรุ่งนี้ ยังมีความหวังว่า ทิมเบอร์ จะสามารถกลับมาซ้อมได้ตามปกติภายในไม่กี่วันข้างหน้า ----------------------------------------------------- ช่วงเวลาไหนที่คุณเริ่มเชื่อจริงๆ ว่าอาร์เซน่อลจะคว้าแชมป์: เรามีฟุตเทจมากมายที่จะช่วยอธิบายทุกอย่าง หนึ่งในช่วงเวลานั้น คือการประชุมที่เราจัดกันข้างต้นไม้ตรงนี้ ผมพูดว่า: ‘มองดูพวกเรา มองหน้ากันไว้ เราสามารถคว้าแชมป์ลีกได้’ ----------------------------------------------------- โทรหาอิราโอล่า กุนซือบอร์นมัธ เมื่อวานผมโทรหา อิราโอล่า เพื่อแสดงความยินดีกับงานอันยอดเยี่ยมที่เขาทำกับบอร์นมัธ ผมบอกเขาว่าพวกเขาเกือบพรากแชมป์พรีเมียร์ลีกจากเราไปแล้วหลังเกมส์ที่เราแพ้ในเดือนเมษายน และผมก็ขอบคุณเขาด้วย ----------------------------------------------------- คุณเสียใจไหมที่ไม่ได้ดูเกม แมนฯ ซิตี้ พบ บอร์นมัธ ร่วมกับนักเตะ? หลังจากที่ผมดูวิดีโอแล้ว ผมคิดว่านั่นคือช่วงเวลาของพวกเขา นักเตะต้องได้เป็นตัวของตัวเองในช่วงเวลานั้น ถ้าผมอยู่ตรงนั้น มันคงไม่ใช่โมเมนต์แบบเดียวกัน ผมดีใจที่เลือกทำแบบนี้ พวกเขาสนุกกันมาก ทีมงานทุกคนต่างกระจายกันไปทั่ว และเราก็มีช่วงเวลาของเราร่วมกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ความรู้สึกของการจบอันดับสอง กับการคว้าอันดับหนึ่ง มันแตกต่างกันมาก! นั่นแหละคือกีฬา และมันคือบทเรียนที่ยอดเยี่ยมของชีวิต ช่องว่างมันเล็กนิดเดียว และทุกอย่างสามารถออกได้ทั้งสองทาง ผมตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของความรู้สึกนี้ ผ่านการได้แบ่งปันมันกับผู้คนจำนวนมหาศาล แค่ได้เห็นความสุข รอยยิ้ม และทุกสิ่งที่ผมเห็นจากผู้คนและครอบครัวมากมายในหลายประเทศ มันช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ----------------------------------------------------- โอเดการ์ดโทรตามหลังคว้าแชมป์ หลังจากจบเกมส์บอร์นมัธ กับแมนซิตี้ โอเดการ์ด โทรหาผมทางวีดีโอคอล แะบอกว่า คุณอยู่ไหน? มาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย แต่ผมบอกกับพวกเขา สนุกกับช่วงเวลาของคุณ และเราจะไปเจอกันสักที่ในลอนดอนหลังจากนี้ ----------------------------------------------------- ช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดของฤดูกาลนี้คืออะไร? มันมีหลายช่วงเวลามาก ผมคงต้องใช้เวลาอีกหน่อยในการทบทวน เรามีคลิปมากมายที่อาจอธิบายเรื่องราวของฤดูกาลนี้ได้ดีกว่าคำพูด หนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุด คือการประชุมที่เราจัดกันตรงนี้ ข้างต้นไม้ ตอนที่ผมเรียกนักเตะทุกคนมารวมกัน แล้วพูดกับพวกเขาว่า: ‘มองดูทีมที่เราสร้างขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้ เราสามารถประสบความสำเร็จได้ทุกอย่าง แต่มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง พฤติกรรมของเราในแต่ละวัน และการทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีม’ และเมื่อพวกเขาเข้าใจสิ่งนั้น เราก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ----------------------------------------------------- แฟนบอลควรฉลองกันต่อในวันอาทิตย์ไหม? พวกเขาควรทำในสิ่งที่พวกเขารู้สึก จนถึงตอนนี้ สิ่งที่แฟนบอลสร้างขึ้นรอบสโมสรและทีม ทั้งในเรื่องของความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียว และแพสชัน มันเป็นอะไรที่สวยงามมาก ----------------------------------------------------- ผมมักถามตัวเองว่า: ผมดีพอหรือยัง? ช่วงเริ่มต้นมันยากมาก เมื่อคุณสร้างสโมสรและทีมขึ้นมาเพื่อไปให้ถึงจุดที่เหลือแค่การคว้าแชมป์ และพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเหลือน้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่คู่แข่งของเรา คำถามก็คือ: ทีมนี้จะรับมือกับความกดดันตั้งแต่ต้นฤดูกาลได้หรือไม่? ผมจำบทสนทนาในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมได้ดี ในงานแถลงข่าวมีแต่คนพูดว่า ถ้าคุณไม่ชนะ ลีกก็จบแล้ว ทั้งที่ฤดูกาลยังเหลืออีกตั้งแปดหรือเก้าเดือน การเล่นภายใต้ความกดดันแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่ผมพูดว่า ใช่ เราคว้าแชมป์ลีกได้ แต่สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดคือวิธีที่เราคว้ามันมา เราแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่สำคัญมาก ไม่ใช่แค่ในกีฬา แต่รวมถึงในชีวิตด้วย เราแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามารถในการยืนหยัด และความสงบนิ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนสงสัยในตัวคุณ และคุณเองก็รู้สึกเปราะบาง ผมถามตัวเองด้วยคำถามนั้น ผมดีพอที่จะพานักเตะชุดนี้คว้าแชมป์ใหญ่ได้หรือยัง? จนกว่าคุณจะทำสำเร็จ คุณก็ไม่อาจยืนยันกับตัวเองได้ว่าคุณทำได้ ผมคิดถึงหลากหลายวิธีในการพาทีมไปถึงจุดนั้น เราต้องดึงผู้คนจากภายนอกเข้ามา ต้องเชิญวิทยากรมาสร้างแรงบันดาลใจ แล้วสุดท้ายคุณก็ต้องหาวิธีของตัวเอง บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ จงถ่อมตัว จงอยากรู้อยากเห็น และโฟกัสกับเป้าหมายที่คุณต้องการไปให้ถึง ถ้าคุณทุ่มเทอย่างเต็มที่ คุณก็จะมอบโอกาสที่ดีให้กับตัวเอง ตลอดสามปีที่ผ่านมา เรามอบโอกาสที่ดีให้ตัวเองมาตลอด และตอนนี้คุณก็ต้องการมากกว่านี้ เพราะในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เรายังมีถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ลงเล่นเพื่อมัน มันเป็นความรู้สึกที่เติมเต็มอย่างเหลือเชื่อ และเรารู้ว่าเราพัฒนาขึ้นทีละก้าวจริง ๆ” ----------------------------------------------------- อยากได้แชมป์อีกใบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า: ผมต้องการให้พวกเราได้จัดขบวนแห่ฉลองแชมป์ โดยมีถ้วยรางวัลใหญ่สองใบอยู่เคียงข้างกัน ดูบอลสด บอลสด
  22. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์เปิดบ้านเอาชนะเบิร์นลี่ย์ได้แบบหวุดหวิด 1-0 ในเกมส์นัดรองสุดท้ายของฤดูกาล และถ้าหากคืนพรุ่งนี้แมนซิตี้ ชนะบอร์นมัธ ไม่ได้ อาร์เซน่อลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที รูปเกมส์คืนนี้: ผมรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเกมที่ยาก ผมคิดว่าในครึ่งแรกเราเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดช่วงหนึ่งของฤดูกาลนี้เลย เราโชคร้ายมากที่ยิงไม่ได้สักสองหรือสามประตู แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องเดิม ๆ ของฤดูกาลนี้อีกเช่นกัน คือเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ เราต้องมั่นใจว่าเรามีประสิทธิภาพอย่างมากในการป้องกันในบางจังหวะ ไม่มอบอะไรให้คู่แข่งง่าย ๆ และคว้าสามแต้มให้ได้ เกี่ยวกับสถิติไม่เสียประตูจากโอเพ่นเพลย์ในช่วงนี้: ผมคิดว่าความทุ่มเทที่นักเตะแต่ละคนแสดงออกมาในหน้าที่เกมรับ พฤติกรรมของพวกเขา วิธีที่พวกเขาทำงานเพื่อกันและกัน มันยอดเยี่ยมมาก นั่นคือผลงานจากการทำงานหนัก ทั้งจากตัวนักเตะและทีมโค้ชทุกคน เราทุกคนรู้ดีว่าสิ่งนี้สำคัญแค่ไหน และเรามีผลการแข่งขันรวมถึงชัยชนะมากมายก็เพราะเรื่องนี้ เกี่ยวกับไค ฮาแวร์ตซ์: ผมคิดว่าบางครั้งเราลืมไปว่าเราขาดผู้เล่นสำคัญระดับยอดเยี่ยมไปหลายคนเป็นเวลานานมากตลอดทั้งฤดูกาล แต่นั่นคือคุณค่าของทีมชุดนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เราห่างจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเพียงแค่เกมเดียว ทั้งที่เราผ่านอะไรมามากมาย และนั่นแสดงให้เห็นว่าทั้งสภาพจิตใจและทีมของเรานั้นแข็งแกร่งแค่ไหน เหตุผลที่ส่งฮาแวร์ตซ์ลงตัวจริง: ผมมีความรู้สึกว่าเขาต้องได้ออกสตาร์ต ด้วยวิธีที่คู่แข่งจัดทีม ผมคิดว่าเขาจะสร้างปัญหาให้รับมือได้ยากมาก และเขาก็แสดงให้เห็นแล้ว การคาดว่าจะเจอบททดสอบคล้ายกันในวันอาทิตย์หรือไม่: ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมเคยคิดว่าผมจะไม่มีวันผมร่วง แต่งานนี้กำลังทดสอบมันจนถึงขีดสุดเลย! การทำให้ทีมยังคงสงบนิ่ง: เราทำในสิ่งที่อยู่ในมือของเราแล้ว ตั้งแต่เกมเยือนแมนซิตี้ เราบอกกันว่านี่คือห้าเกม เราผ่านมาแล้วสี่ เหลืออีกหนึ่งเกม หรืออาจจะมีบางสิ่งที่สวยงามเกิดขึ้นในคืนพรุ่งนี้ จะดูเกมของแมนฯ ซิตี้ในวันพรุ่งนี้หรือไม่: ผมไม่รู้ว่าผมจะดูได้นานแค่ไหน ผมจะอยู่หน้าทีวีแน่นอน แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะดูได้มากแค่ไหน นั่นคือความจริง จังหวะ VAR ของฮาแวร์ตซ์: ผมยอมรับว่าผมเริ่มกังวลตอนที่พวกเขากำลังเช็กจังหวะนั้น ตอนที่ผมหันไปมองม้านั่งสำรอง พวกเขาบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ผมยังไม่ได้กลับไปดูจังหวะนั้นอีกที การจะดูเกมคืนพรุ่งนี้ร่วมกับนักเตะหรือไม่: ไม่ ผมยังไม่ได้วางแผนแบบนั้น ผมตั้งใจจะดูมันกับครอบครัว และอีกครั้ง ผมก็ไม่รู้ว่าจะดูได้นานแค่ไหน คำพูดหลังจบเกมในสนาม: มันน่าเหลือเชื่อมากที่ได้เห็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นในสนามแห่งนี้ แน่นอนว่าผมมีความทรงจำจากอดีต และเมื่อเทียบกันแล้วมันแตกต่างอย่างไม่น่าเชื่อ ผมภูมิใจกับสิ่งนั้นมาก วันนี้แฟนบอลสร้างบางสิ่งที่พิเศษมาก ทั้งนอกสนามและในสนาม ตอนนี้เราได้ตั้งมาตรฐานเอาไว้แล้ว และเรามีหน้าที่ต้องรักษามันต่อไป เพราะเรารู้ว่าเราสามารถมอบสิ่งนั้นได้ และเราก็รู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ความแตกต่างของคำพูดของเขาเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว: ตอนนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะจบอันดับสอง และเราไม่มีนัดชิงชนะเลิศให้เล่นต่ออีกแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมพูดกับพวกเขาก็คือ “เจอกันที่เซลเฮิร์ซปาร์ค แล้วก็เจอกันที่บูดาเปส” ยังเหลืออีกสองเกมให้ลงเล่น จะเป็นแฟนบอร์นมัธในคืนพรุ่งนี้หรือไม่: มากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาเลย สำหรับ อันโดนี่ อิราโอล่า และนักเตะทุกคน รวมถึงแฟนบอลทุกคนของบอร์นมัธ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนต่างเชียร์พวกเขา เรารู้ดีว่านั่นหมายความว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะได้รับการสนับสนุนจากพวกเรา รจะคุยกับอิราโอลาก่อนเกมวันพรุ่งนี้หรือไม่: ผมไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องได้รับอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่เขาทำกับสโมสรแห่งนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงสิ่งที่พวกเขากำลังเล่นเพื่อมันเพียงพออยู่แล้ว เมื่อคุณดูวิธีที่เบิร์นลี่ย์เล่นในวันนี้ จิตวิญญาณที่พวกเขาแสดงออกมา และความยากลำบากที่พวกเขาสร้างให้คู่แข่ง ลองจินตนาการดูสิว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะอำลาแมนซิตี้หลังจบฤดูกาลนี้ ผมยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ ผมคิดว่าวันที่เขาตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือจากไปจริง ๆ เมื่อนั้นเราค่อยพูดถึงมันได้ ดูบอลสด บอลสด
  23. PREMIER LEAGUE 2025/26 Arsenal 1 - 0 Burnley Mon 18 May 2025, 02.00 น. GOAL: 1-0 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 37, ซาก้า) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 6.0 เก็บคลีนซีตนัดที่ 19 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้แบบไม่ยากเย็นอะไร ราย่าแทบไม่มีลูกยากอะไรที่ต้องให้ออกแรงเลย กาเบรียล มากัลเญส: 7.0 กาเบรียลทำได้ดีตามมาตรฐานของตัวเอง ไม่มีจุดอะไรผิดพลาดเลย ลูกกลางอากาศกาเบรียลเก็บกินได้หมด วิลเลี่ยม ซาลิบา: 6.0 การออกบอลบางครั้งของซาลิบาไม่ละเอียด กลายเป็นทำเสียง่ายๆ การชิงจังหวะแย่งโหม่งก็มีปล่อยให้หน้าเป้าของเบิร์นลี่ย์พักบอลได้อยู่บ้าง คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 แบ็คขวาตัวจริง-ตัวสำรองเจ็บหมด ทำให้มอสเกร่าต้องลงมาขัดตาทัพ ครึ่งแรก การขยับเข้าไปสนับสนุนเกมส์รุกของมอสเกร่าถือว่าทำได้โอเค แต่ครึ่งหลังมีไปครองบอลนานจนเจอตัดบอลในแดนตัวเองชัดๆ 2 ครั้ง ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.5 มีจังหวะสอดทะลุขึ้นไปรับบอลในกรอบเขตโทษสวยๆ 2-3 หน จังหวะที่ชัดเจนที่สุดคือที่เขาจ่ายถวายพานกลับมาให้โอเดการ์ดได้ยิง ส่วนเกมส์รับถือว่าทำได้ดี เดแคลน ไรซ์: 7.5 ปักหลักอยู่ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ รอเก็บบอลจังหวะสอง และไรซ์ช่วยตัดบอลในจังหวะสำคัญได้หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะครึ่งหลังน่าจะเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด มาร์ติน โอเดการ์ด: 5.5 (C) ครึ่งเวลาแรกได้บอลค่อนข้างเยอะ ในการมาเชื่อมบอลทางฝั่งขวา แต่บอลสุดท้ายของโอเดการ์ดก็ยังขาดๆ เกินๆ กับเพื่อน ครึ่งหลังก็ไม่มีอะไรดีขึ้นก็ยังเสียอยู่แทบทุกครั้ง มีโอกาสวิ่งมายิงเน้นๆ ก็ไปแฉลบผู้เล่นเบิร์นลี่ย์หลุดกรอบออกไป เอเบเรซี่ เอเซ่: 5.5 แผน Double 10 ดูแล้วก็ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไรนัก และไม่ได้ทำให้กดดันคู่แข่งได้มากขึ้นแบบชัดเจน เอเซ่ก็ยังบทบาทน้อยเหมือนเดิม ครึ่งหลังไม่อยู่ในตำแหน่งได้ลุ้นประตูอยู่สองหนที่ใกล้เคียง แต่ก็มีจ่ายพลาดง่ายๆ เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 โอกาสใกล้เคียงหนแรกในเกมส์นี้มาจากทรอสซาร์ที่ยิงจากนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งไปชนเสาเต็มๆ มีจังหวะประสานงานสวยๆ กับริชชี่ให้เห็นอยู่ 2-3 หน แต่วันนี้จังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่งทรอสซาร์เอาชนะไม่ค่อยได้ บูคาโญ ซาก้า: 6.5 เป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้กับฮาแวร์ตซ์โขกประตูขึ้นนำ 1-0 แล้วตัวเองก็มีโอกาสได้ส่องประตูอยู่ 1-2 หนในครึ่งแรกแต่ก็ได้แค่หวาดเสียว ครึ่งหลังซาก้าค่อนข้างเงียบ ไค ฮาแวร์ตซ์: 7.0 ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมส์นี้ แล้วเป็นฮาแวร์ตซ์ที่ทะยานโขกลูกเตะมุมให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ในช่วงท้ายครึ่งเวลาแรก ส่วนวิธีการเล่นเขาจะถางออกมารับบอลที่ริมเส้นฝั่งขวา แล้วเป็นตัวจ่ายเข้ากลางให้ซาก้าที่สลับเข้าในแทน ก่อนโดนเปลี่ยนออก หวาดเสียวจะโดนใบแดงในจังหวะไปเสียบสกัดใส่ผู้เล่นเบิร์นลี่ย์ ตัวสำรอง: วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 (นาทีที่ 72, ฮาแวร์ตซ์) ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0 (นาทีที่ 72, เอเซ่) เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0 (นาทีที่ 72, คาลาฟิออรี) มาร์ติน ซูบิเมนดี้: N/A (นาทีที่ 90+3, โอเดการ์ด) กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: N/A (นาทีที่ 90+3, ทรอสซาร์)
  24. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนเกมส์เปิดบ้านพบเบิร์นลี่ย์ ในเกมส์พรีเมียร์ลีกวันจันทร์นี้ อัพเดทล่าสุดของทิมเบอร์: พวกเราจะพยายามเตรียมความพร้อมให้ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ สำหรับการมีส่วนร่วมในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เขากำลังทำทุกอย่างเต็มที่ และเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อม ทิมเบอร์กับเกมส์วันพรุ่งนี้: ยูร์เรียน ทิมเบอร์ จะไม่พร้อมสำหรับเกมวันจันทร์ที่จะพบกับเบิร์นลีย์ แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอาการของเขาดีขึ้นเล็กน้อย เขากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยทีม อาการของเบน ไวท์: เบน ไวท์ จะต้องพักยาว (เขาจะพลาดฟุตบอลโลก) คาลาฟิออรีที่เจ็บในนัดก่อน: การลงสนามของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ยังมีความไม่แน่นอน และเราหวังว่าอาการบาดเจ็บจะไม่รุนแรง ความพร้อมทั่วไปของทีม: ตอนนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ให้รายงาน เรายังมีเวลาอีกไม่กี่วันก่อนถึงวันจันทร์ ดังนั้นเราต้องรอดูว่าอาการของนักเตะบางคนจะพัฒนาไปอย่างไร และพวกเขาจะพร้อมสำหรับเกมหรือไม่ สองเกมส์สุดท้ายของฤดูกาล: พวกเรามองโลกในแง่ดีและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทีมมีความพร้อมทางจิตใจเต็มที่ ทุกคนอยู่กับปัจจุบัน ขวัญกำลังใจยอดเยี่ยม และระดับพลังงานก็อยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ตอนนี้เรามีนักเตะส่วนใหญ่กลับมาพร้อมใช้งานแล้ว จริงอยู่ว่าเราเสีย เบน ไวท์ ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ทยอยกลับมาเช่นกัน ทุกคนตื่นเต้นมาก และมีทัศนคติเชิงบวกอย่างยิ่งต่อวิธีที่เราจะจบฤดูกาลนี้ ผลต่างประตูได้เสียสำคัญแค่ไหน? อันดับแรก เราต้องคู่ควรกับชัยชนะในเกมนี้ก่อน แน่นอนว่า ถ้าเราชนะได้ด้วยการยิงประตูมากขึ้น มันก็ยิ่งดี แต่ทุกทีมต่างต้องเล่นเกมที่ยากมาก เราเองก็เพิ่งผ่านเกมที่ยากสุด ๆ กับเวสต์แฮม และสามารถคว้าชัยมาได้ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม คุณคิดเห็นอย่างไรกับกระแสตอบรับต่อการตัดสิน VAR ในเกมกับเวสต์แฮม? ปฏิกิริยาของพวกเราเป็นไปในเชิงบวกมาก เพราะเรามีความสุขอย่างมากกับผลการแข่งขันและชัยชนะในเกมที่สำคัญแบบนี้ เราเพิ่งผ่านสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเกมรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ส่วนเรื่องกระแสตอบรับ ผมยังไม่ได้เห็นอะไรแบบนั้น ขอโทษด้วย จุดยืนของผมชัดเจนมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงตอนนี้ ผมคิดว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว และผมเชื่อว่าใครก็ตามที่เคยเล่นฟุตบอลจะรู้ว่าไม่มีพื้นที่ให้ถกเถียงเกี่ยวกับจังหวะตัดสินนั้น ผมดีใจที่พวกเขาตัดสินได้ถูกต้อง เบน ไวท์ จะหมดสิทธิ์เล่นฟุตบอลโลกแบบถาวรเลยหรือไม่? เราต้องรอดูกันต่อไป แต่ตอนนี้มันดูเหมือนจะเป็นอาการบาดเจ็บระยะยาว ดังนั้นสิ่งที่เราโฟกัสในตอนนี้คือวันกลับมาของเขา เพื่อให้พร้อมสำหรับอาร์เซนอล และมันคงจะไม่เกิดขึ้นในอีกหลายสัปดาห์นี้ พูดถึงปัญหาตำแหน่งแบ็กขวา: เราจำเป็นต้องมองหาทางเลือกอื่น เพราะผู้เล่นสองคนที่เรามีในตำแหน่งนี้ไม่พร้อมใช้งานในตอนนี้ ดังนั้นเราต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไป ข้อดีคือเราเคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วในหลายตำแหน่งตลอดทั้งฤดูกาล เพราะเวลาที่เราเจอปัญหา มันมักเกิดขึ้นกับตำแหน่งเดิมพร้อมกัน และถึงอย่างนั้นเราก็ยังสามารถรักษาระดับผลงานและความสม่ำเสมอเอาไว้ได้ ดังนั้นผมมั่นใจว่าเราจะทำได้อีกครั้ง เรามีตัวเลือกที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคู่แข่ง รวมถึงสิ่งที่เราต้องการนำมาใช้กับผู้เล่นบางคนด้วย แต่เราต้องเปิดกว้างกับเรื่องนี้ ไม่ใช่มีแค่ทางเลือกเดียว แต่ต้องมีสองหรือสามทางเลือก เพราะแต่ละเกมแตกต่างกัน และผู้เล่นก็อาจบาดเจ็บได้ เราจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในเรื่องนี้ วอนแฟนสร้างบรรยากาศเหมือนรอบรองยูซีแอลในบ้าน: ผมหวังว่าจะสร้างบรรยากาศแบบเกมกับแอตเลติโกได้อีกครั้งในนัดพบเบิร์นลีย์ นี่คือตารางการแข่งขันที่เราต้องเผชิญ มันหนักมากมาตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกได้ ตอนนี้เรามีโอกาสลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลของเราเอง เกมจะมีขึ้นในคืนวันจันทร์ มารับมือกับมันด้วยพลังบวกอย่างเต็มที่กันเถอะ เราได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมร่วมกับแฟนบอลของเราในเกมกับแอตเลติโก มาดริด และถ้าเราสามารถสร้างอะไรแบบนั้นขึ้นมาได้อีกครั้ง ผมมั่นใจว่าทีมจะโชว์ผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาได้แน่นอน ดูบอลสด บอลสด
  25. ดูบอลสด บอลสด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์บุกมาเอาชนะเวสต์แฮมได้แบบหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยของ เลอันโดร ทรอสซาร์ รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น: ภูมิใจมาก และก็โล่งใจด้วย เพราะเรารู้ดีว่าเกมนี้ยากแค่ไหน แต่เราก็ทำได้ มันเป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน ทั้งสิ่งที่ทีมทำ วิธีที่เราเล่น วิธีที่เราเตรียมตัวเข้าสู่เกม รวมถึงสิ่งที่แฟนบอลทำเพื่อเราตลอดทั้งฤดูกาล สัปดาห์นี้ และวันนี้ด้วย มันยอดเยี่ยมจริงๆ ผมคิดว่ามันเปลี่ยนพลังงานของทีม และตอนนี้เราต้องทิ้งเรื่องที่ผ่านมาไว้ แล้วโฟกัสแค่เกมกับ เบิร์นลีย์ เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่สำคัญ อาการบาดเจ็บของเบน ไวท์: เรายังไม่ทราบ แต่มันดูไม่ค่อยดีเลย เราต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ คาลาฟิออรีเจ็บทำให้ต้องเปลี่ยนตัวช่วงพักครึ่ง: ต้องรอดูว่าเป็นอะไร น่าเสียดายจริงๆ การตัดสินใจเปลี่ยนตัวของเขาในวันนี้: มีอยู่สองจังหวะในเกมรับที่เราเจอปัญหาเล็กน้อย ผมไม่คิดว่ามันเป็นเพราะตำแหน่งของเขา แต่เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง เราต้องทำแบบนั้นจริงๆ และจากรูปเกมที่ผมคาดไว้ การส่ง มอสเกรา ลงสนามจะช่วยปิดบางจุดที่เราเชื่อว่าจะทำให้ทีมมีความลื่นไหลมากขึ้น และสร้างโอกาสเล่นงานคู่แข่งได้ แต่บางครั้งคุณก็ต้องเปลี่ยนแผนอีกครั้ง การถอด ซูบิเมนดี้ ออกเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก แต่ผมรู้สึกจริงๆ ว่าในช่วงเวลานั้นเราจำเป็นต้องมีมิดฟิลด์ตัวรุกสองคนในสนาม เพื่อสร้างปัญหาและความอันตรายทุกรูปแบบให้คู่แข่ง และขอบคุณพระเจ้า มันได้ผล จังหวะ VAR ยึดประตูตีเสมอเวสต์แฮมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ: วันนี้ผมน่าจะได้ตระหนักแล้วว่างานของผู้ตัดสินนั้นยากและยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะคุณกำลังพูดถึงช่วงเวลาหนึ่งที่สามารถตัดสินประวัติศาสตร์และทิศทางของสองสโมสรใหญ่ ที่ต่อสู้อย่างสุดชีวิตเพื่อเป้าหมายของตัวเอง ความกดดันมันมหาศาลมาก การตัดสินนั้นถูกต้องแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเห็น มันเป็นการฟาวล์ใส่ เดวิด รายา อย่างชัดเจน ผู้รักษาประตูจำเป็นต้องได้รับการปกป้องในสถานการณ์แบบนั้น และผู้ตัดสินก็จัดการได้ดีมาก VAR มักจะโดนวิจารณ์อยู่เสมอ แต่คืนนี้มันตัดสินได้ถูกต้อง ผมเข้าใจว่าทำไมแฟนบอล เวสต์แฮม ถึงรู้สึกหงุดหงิด เพราะอารมณ์ในเกมมันเข้มข้นมาก แต่เมื่อคุณดูภาพช้าอีกครั้ง คุณจะเห็นได้ชัดว่ามีการปะทะเกิดขึ้นจริง ฟอร์มของทรอสซาร์: นั่นคือสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับเรา และเหมือนกับทุกคน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาระดับฟอร์มให้คงที่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับภาระที่นักเตะต้องรับ ผมคิดว่าช่วงหลังเขาทำได้ดีมากๆ จริงๆ เกมที่เขาลงเล่นในสัปดาห์นี้ยอดเยี่ยมมาก และเขาก็สร้างความแตกต่างได้ ทำหน้าที่ของเราต่อไปเพื่อไปถึงจุดหมาย: ชัยชนะครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากสำหรับเรา แต่ทุกอย่างยังไม่จบ ผู้คนอยากจะบอกว่า อาร์เซนอล เป็นแชมป์แล้ว แต่ฟุตบอลเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก เรายังเหลืออีกสองเกมที่ยาก และเราต้องโฟกัสทั้งหมดไปที่ตรงนั้น การรักษาสมดุลระหว่างการลุ้นแชมป์ลีกและการเตรียมตัวสำหรับรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งในด้านสภาพจิตใจและร่างกาย แต่นี่คือจุดที่เราต้องการจะเป็นในฐานะสโมสร การได้แข่งขันเพื่อถ้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หมายความว่าทีมกำลังทำบางสิ่งที่พิเศษ ดูบอลสด บอลสด
  26. PREMIER LEAGUE 2025/26 West Ham 0 - 1 Arsenal Sun 10 May 2025, 22.30 น. GOAL: 0-1 เลอันโดร ทรอสซาร์ (นาทีที่ 83, โอเดการ์ด) ดูบอลสด บอลสด ดาวิด ราย่า: 8.0 ท้ายครึ่งเวลาแรก ต้องมีออกแรงเซฟลูกพุ่งโหม่งของกองหน้าเวสต์แฮมได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ที่ยอดเยี่ยมกว่าคือการเซฟลูกหลุดเดี่ยวๆ ของเฟอร์นันเดซ ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญมากๆ ถ้าโดนไปก่อนเกมส์จะออกมาแบบไหนก็ไม่รู้ กาเบรียล มากัลเญส: 7.5 กาเบรียลก็ยังเป็นตัวที่พึ่งพาได้ในเกมส์รับ ลูกกลางอากาศกาเบรียลเก็บกวาดในกรอบเขตโทษได้หมด ท้ายเกมส์มีจังหวะบล็อกลูกยิงของวิลสันได้แบบหวุดหวิดเลย วิลเลี่ยม ซาลิบา: 6.0 ซาลิบาก็มีจังหวะที่ทำได้ดี และบางจังหวะก็ยังมีโฉ่งฉ่างบ้าง เคลียร์บอลไม่ค่อยเด็ดขาดบ้าง เบน ไวท์: 6.0 ฟอร์มกำลังกลับมาเข้าที่เข้าทาง แต่ไวท์ก็มีปัญหาบาดเจ็บอีกแล้ว แล้วดูจะไม่เบาเสียด้วย เป็นอาการเจ็บบริเวณเข่า จนเล่นต่อไม่ไหว ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่กลางครึ่งแรก ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.0 ต้นเกมส์เป็นคนที่มีโอกาสลุ้นประตูอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ทั้งจังหวะสอดไปยิง ลูกยิงจากแถวสอง และลูกโหม่งเช็คจากลูกฟรีคิก ถือว่าได้ลุ้นได้เสียว แต่ไม่ได้ประตู ช่วงพักครึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวออก ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.5 ยึดตำแหน่งตัวจริงต่อเนื่องเป็นนัดที่สามติดต่อกัน ซึ่งสเกลลี่ก็ยังทำได้ดี ทั้งในจังหวะลงไปลวงบอล หรือขึ้นมาจ่ายบอลในแดนคู่แข่ง แต่พอไม่มีไรซ์ประคอง ทำให้ไมล์สเจองานหนักขึ้น ครึ่งหลังเขาต้องไปเล่นแบ็คซ้าย ซึ่งก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีอยู่ แม้เสียดายว่าเขาควรจะเล่นตรงกลาง เดแคลน ไรซ์: 7.0 ออกสตาร์ทเกมส์ได้ดีสำหรับไรซ์ในการคุมตรงกลางได้หมด แล้วลูกตั้งเตะของเขาถือว่าได้ลุ้นมากๆ แต่พอกลางครึ่งแรกโดนขยับไปเล่นแบ็คขวา กลายเป็นไรซ์บทบาทหายไปเลย แล้วก็ต้องเอาไรซ์กลับมาเล่นตรงกลางเหมือนเดิมในครึ่งหลัง ซึ่งเขามีจังหวะเซฟสำคัญที่ปรี่มาขวางก่อนที่กองหน้าเวสต์แฮมจะได้เข้าชาร์จ เอเบเรซี่ เอเซ่: 5.5 เอเซ่ ค่อนข้างเงียบ โอกาสชัดเจนของเขามีครั้งเดียวที่ยิงฟรีคิกไปติดกำแพง นอกนั้นก็พยายามลงมาลวงบอลต่ำ แต่ในแดนสุดท้ายเอเซ่ก็ทำอะไรได้น้อยไปหน่อย เลอันโดร ทรอสซาร์: 7.5 ครึ่งแรกเกือบที่จะโหม่งทำประตูให้ทีมขึ้นนำได้ จากโอกาสโหม่งสองครั้งติดๆ ในจังหวะลูกเตะมุม ครึ่งหลังทรอสซาร์บทบาทน้อยลงไปเยอะ แต่กลายเป็นเขาที่ยิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ในช่วงท้ายเกมส์ บูคาโญ ซาก้า: 5.5 ครึ่งแรกซาก้า บทบาทกับเกมส์มีน้อยมาก นานๆ จะโผล่มาสักที แต่พอได้บอลก็ยังไม่สามารถสร้างอิมแพ็คอะไรได้ ครึ่งหลังได้ส่องจากนอกกรอบเขตโทษสองหนแต่ก็ข้ามคานไปไกล วันนี้ถือว่าเล่นไม่ออกเลย วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.0 บอลมาถึงเขาค่อนข้างน้อย ทำได้เพียงแค่ถอยลงมาพักบอล เรียกฟาล์ว โอกาสลุ้นจบสกอร์หนเดียวของเยอเคเรส เป็นจังหวะที่เขาได้ขึ้นโหม่งข้ามคาน แต่เยอเคเรสก็ยังมีความขยันเหมือนเดิม ท้ายเกมส์ก็ยังวิ่งอยู่ ตัวสำรอง: มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 5.0 (นาทีที่ 28, ไวท์) ค่อนข้างขัดใจกับการแก้ไขนี้ของอาร์เตต้า การเอาซูบิเมนดี้ลงมา แทนที่จะเป็นมอสเกร่า เพราะการขยับไรซ์ออกไปเล่นแบ็คขวา มันทำให้เกมส์ตรงกลางเริ่มคุมไม่อยู่ ความมั่นใจของซูบิเมนดี้ ตกลงอย่างน่าใจหาย น้ำหนักการจ่ายบอลง่ายๆ ยังขาดๆ เกินๆ แล้วโดนเปลี่ยนตัวออกอีกรอบ คริสเตียน มอสเกร่า: 6.0 (นาทีที่ 46, คาลาฟิออรี) นี่คือผลของการตัดสินใจพลาด ที่ต้องแก้อีกรอบตอนพักครึ่ง มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.0 (นาทีที่ 67, เอเซ่) ถือว่าลงมาเป็นจุดเปลี่ยนของเกมส์ได้เลย เพราะจังหวะได้ประตูเป็นโอเดการ์ดที่ลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ทรอสซาร์ยิงประตูชัย ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 (นาทีที่ 67, ซูบิเมนดี้) โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 (นาทีที่ 80, ซาก้า)
  27. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์พรีเมียร์ลีกที่จะบุกเยือนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในคืนวันอาทิตย์นี้ อาการบาดเจ็บเพิ่มเติมล่าสุด: ไม่มี ทุกคนจบเกมได้ดี และไม่มีอะไรเพิ่มเติม เกี่ยวกับเมริโน่และทิมเบอร์: ไม่มีโอกาสสำหรับสุดสัปดาห์นี้ เราจะได้เห็นพวกเขากลับมาก่อนจบฤดูกาลหรือไม่: ผมไม่รู้ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ ดังนั้นทุกอย่างต้องราบรื่นและรวดเร็วมาก ๆ หากพวกเขาอยากมีโอกาสลงเล่นบ้าง การเจอเปแอสเชในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก: มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เรารู้อยู่แล้วว่าคู่แข่งที่ต้องเจอไม่ว่าจะเป็นบาเยิร์น มิวนิค หรือ เปแอสเช ต่างก็อยู่ในระดับสูง เรารู้ถึงคุณภาพของพวกเขา แต่นั่นก็แค่นั้น ขณะเดียวกันเราก็มั่นใจมากว่า เมื่อถึงช่วงเวลานั้น เราจะทำในสิ่งที่จำเป็นได้ พลังของความเป็นหนึ่งเดียวกันใน 4 เกมสุดท้ายของฤดูกาล: มันสำคัญมาก มหาศาล และจำเป็น เพราะสิ่งที่แฟนบอลมอบให้ได้ เมื่อเราทำให้สนามเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมและความเชื่อมโยงกับนักเตะ มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ นักเตะเองก็พูดถึงเรื่องนี้ พวกเขาคือคนสำคัญที่สุด และพวกเขาบอกว่าไม่เคยรู้สึกแบบนี้ในสนามมาก่อน มันทำให้พวกเขาเล่นได้ดีขึ้น คนที่วิจารณ์การฉลองหลังชนะแอตเลติโก มาดริด: ก่อนอื่นเลย ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่ผมคิดว่าคุณต้องเคารพทุกความคิดเห็น และวางมันไว้ในที่ที่มันควรอยู่ เขาวางความคิดเห็นเหล่านั้นไว้ตรงไหน: ก็ในที่ที่มันควรอยู่ ผมไม่รู้ มันไม่สำคัญหรอก เสียงวิจารณ์ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่: ผมคิดว่าคำวิจารณ์มีทั้งด้านบวกและด้านลบใช่ไหม? และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้คุณดีขึ้น เมื่อคุณต้องการยกระดับมาตรฐานและฟอร์มการเล่น เพื่อมีโอกาสแข่งขันในสองรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป คุณต้องพร้อมรับมือ เพราะคุณรู้ถึงความท้าทายและความยากลำบาก และมันทำให้คุณดีขึ้นแน่นอน การดึงสมาธินักเตะกลับมาก่อนเกมวันอาทิตย์: เราคุยกันทันทีหลังจบเกม และมันยอดเยี่ยมมาก เป็นช่วงเวลาที่เราคู่ควรได้รับ เราจะมีเวลาเตรียมตัวสำหรับนัดชิง แต่ตอนนี้ สมาธิ ความใส่ใจ รายละเอียด พลังงาน ทุกอย่างต้องทุ่มไปที่เวสต์แฮม ไม่มีอย่างอื่นอีก และเราทำให้เรื่องนี้ชัดเจนมาก ความรู้สึกและข้อความถึงนักเตะกับแฟนบอล: อยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตกับช่วงเวลานี้ เตรียมตัวและแสดงพลัง ความกระหาย และความมุ่งมั่นแบบเดียวกับที่เราแสดงมาตลอดทั้งฤดูกาล หรือมากกว่านั้น เพราะอย่างที่คุณพูด เราเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ และทุกสิ่งที่เราทำตอนนี้จะมีผลต่อการคว้าแชมป์หรือไม่ จังหวะเวลาที่ตัดสินใจใช้ลูอิส-สเคลลี่ในแดนกลาง: ผมคิดว่ามันเป็นกระบวนการของการเข้าใจเขามากขึ้น และให้เขาเข้าใจมาตรฐานที่จำเป็นในระดับนี้ ไม่ว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่ได้ลง รวมถึงเข้าใจเหตุผลด้วย จากนั้นเขาก็ยอดเยี่ยมมาก ทั้งทัศนคติ วิธีการซ้อม วิธีสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมตอนที่ไม่ได้เล่น เขาแสดงให้เราเห็นทุกอย่างว่าเมื่อได้รับโอกาส เขาจะตอบสนองได้แบบที่เขาทำจริง ๆ แต่หลังจากที่เขาทำได้แบบนั้น ซึ่งไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้ลงเล่นมากนัก แต่กลับดูมั่นใจ เต็มไปด้วยพลัง และเล่นด้วยความมุ่งมั่นแบบนั้น มันน่าประหลาดใจจริง ๆ การได้ร่วมงานกับซาก้า: เป็นความสุข ผมรู้สึกโชคดีมาก ผมพูดตั้งแต่แรกแล้วว่า การมีใครสักคนในสโมสรที่คุณพึ่งพาได้ในทุกระดับ และรู้ว่าเขาจะตอบสนอง รู้ว่าหัวใจของเขาอยู่ถูกที่ รู้ว่าทุกอย่างที่เขาทำมาจากคุณค่า การอบรม และหลักการที่ดี มันยอดเยี่ยมมาก ในฐานะมนุษย์เรารู้จักเขาอยู่แล้ว และในด้านฟุตบอล สิ่งที่เขามอบให้สโมสร รวมถึงสิ่งที่เขาทำเมื่อคืนก่อน มันน่าทึ่งจริง ๆ ลอนดอนดาร์บี้สุดสัปดาห์นี้ที่สำคัญต่อทั้งสองทีม: เมื่อเข้าใจบริบทของเกมสำหรับทั้งสองสโมสร มันใหญ่มากแน่นอน เรารู้ถึงความสำคัญ เรารู้ว่าเราต้องการอะไร และต้องทำอะไรเพื่อชนะเกมนี้ ความรู้สึกหลังเข้าชิงได้สำเร็จ: ผมอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่สูงมากหลังเกม เพราะเรารู้ว่ามันมีความหมายต่อทุกคนแค่ไหน ต่อสโมสร ต่อแฟนบอล นักเตะ และสตาฟฟ์ แต่ทันทีหลังจากนั้น คุณต้องเชื่อผมเลยว่า สมาธิ พลังงาน และความคิดของผมคือ “โอเค เวสต์แฮม เราต้องทำอะไรทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย แท็กติก และเทคนิค เพื่อเตรียมตัวให้ดีที่สุดและไปชนะเกมนี้” เขาให้เวลาตัวเองได้สนุกกับช่วงเวลานี้หรือไม่: ผมสนุกทุกวัน ผมสนุกทุกวันกับนักเตะและสตาฟฟ์ ผมรักในสิ่งที่ทำ ดังนั้นผมรู้สึกโชคดีมาก แต่ช่วงเวลาแบบนั้นมันสั้นมาก ผมชอบการเตรียมตัวมากกว่า อย่างเกมกับเวสต์แฮมตอนนี้ การเข้าใจว่าเราต้องทำอะไร พยายามเลือกประเด็นที่ถูกต้อง พยายามเข้าใจนักเตะและสถานการณ์ในเกม รวมถึงเกมอาจออกมาแบบไหน และเราจะเปลี่ยนมันได้อย่างไรหากจำเป็น นั่นแหละคือสิ่งที่ผมชอบ ช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าใหญ่ที่สุดในอาชีพหรือไม่: ใช่ แต่ฟุตบอลไม่ได้ทำงานด้วยคำว่า “ถ้า” เราต้องลงมือทำ สิ่งที่เราทำวันนี้คือความจริง และนั่นสำคัญที่สุด พรุ่งนี้เราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ สำหรับศึกวันอาทิตย์ ไรซ์ที่เติบโตขึ้นหลังย้ายจากเวสต์แฮม: ใช่ ผมคิดว่าเขาพัฒนาได้ดีอยู่แล้วตั้งแต่แรก เขายอดเยี่ยมสำหรับเรา เป็นหนึ่งในผู้นำและนักเตะคนสำคัญ สิ่งที่เขาทำให้สโมสรและทีมมีพลังมากจริง ๆ การพักบอลของเยอเคเรสที่พัฒนาขึ้น: ผมสังเกตเห็นตั้งแต่แรก ผมคิดว่าหลายสิ่งที่คุณเห็นว่าเป็นพัฒนาการของนักเตะ มันไม่ได้เกิดจากการซ้อมวันสองวัน แต่มันคือผลจากการทำงานเป็นเดือน ๆ วิกตอร์ทำงานหนักมาก ความคาดหวังที่เขามีต่อตัวเองสูงมาก เขาอยากเรียนรู้อยู่เสมอ ถามคำถามตลอด และอยากทำอะไรเพิ่มเติม เขาพยายามหาวิธีเชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม ไม่ว่าจะในโรงอาหาร ห้องแต่งตัว หรือในสนาม สุดท้ายเมื่อคุณมีพฤติกรรมแบบนั้น คุณก็จะได้รับผลตอบแทน แผนใช้เอเซ่ฝั่งซ้ายเจอแมนฯ ซิตี้ และลูอิส-สเคลลี่ในแดนกลางกับฟูแล่มและแอตเลติโก: มันมีเรื่องของสัญชาตญาณอยู่ด้วย ว่าเกมจะต้องการอะไร สภาพนักเตะเป็นอย่างไร คุณจินตนาการเกมแบบไหน และตำแหน่งไหนที่นักเตะจะสร้างผลกระทบได้มากที่สุด คุณอาจถูกหรือผิดก็ได้ ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าคุณทำตามสิ่งที่รู้สึก อย่างน้อยคุณก็มั่นใจว่าคุณเตรียมตัวและคิดมาอย่างดีแล้ว ส่วนตอนลงมือจริง นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับแผน 5 ขั้นตอน: ไว้คุยกันตอนจบฤดูกาลได้ไหม? ตอนนี้ทีมอยู่ในขั้นไหน: ผมไม่รู้ ผมงงแล้ว! มันไม่สำคัญหรอกว่าอยู่เฟสไหน การเหลืออีก 4 เกมก่อนทำตามสิ่งที่วางไว้เมื่อ 6 ปีก่อนสำเร็จ: ตอนนี้มันไม่สำคัญ อยู่กับปัจจุบันก่อน แล้วเมื่อเรามีเวลา เราค่อยพูดกันว่าเราวางเวลาได้ถูกไหม ตัดสินใจถูกไหม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม รายาที่เซฟสำคัญในช่วงสำคัญ: ก่อนอื่นเลย เขายอดเยี่ยมมาก ระดับความสม่ำเสมอตั้งแต่ย้ายมาสโมสรเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ผมคิดว่าเขาไปถึงระดับที่สูงมาก บางครั้งเรามองสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่มันไม่ใช่ เขาตอบสนองได้ในช่วงเวลาสำคัญ และทีมเองก็สมควรได้รับเครดิตเช่นกัน เพราะสิ่งที่ทุกคนทุ่มเทเพื่อทำสิ่งนี้ต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่สามนั้นยอดเยี่ยมมาก สิ่งที่ทีมเข้าใจลูอิส-สเคลลี่มากขึ้นช่วงหลัง: ผมต้องผลักดันไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่อย่างหนัก เพื่อเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร เขาเป็นเด็กที่เคยเล่นกับทีม U18 และ U21 บางครั้งไม่ได้เล่นด้วยซ้ำ และเล่นคนละตำแหน่ง จากนั้นเขาก้าวขึ้นมา เล่นในตำแหน่งที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ทำได้ยอดเยี่ยม ทุกคนพูดถึงเขา เขาติดทีมชาติ แต่หลังจากกลับมาจากปรีซีซั่น เขาเริ่มตระหนักว่าอาจไม่ได้เป็นตัวจริง ดังนั้นคุณต้องผ่านอารมณ์เหล่านั้น ทั้งตัวคุณเองและคนรอบข้างที่ให้คำแนะนำ และคุณต้องรับมือกับมัน ซึ่งไม่ง่ายเลย มันง่ายเมื่อทุกอย่างไปได้สวย แต่เมื่อมันไม่เป็นแบบนั้น ความล่อตาล่อใจจะทำให้เริ่มโทษคนอื่น และผมต้องเข้าใจเรื่องนั้น ต้องช่วยชี้นำเขา อธิบายมุมมองและเหตุผลที่เขาไม่ได้เล่นมากนัก และเขาก็รับฟัง ไม่ใช่ครั้งแรกนะ แต่หลังจากสามหรือสี่ครั้ง เขาคงเริ่มเข้าใจว่า “โอเค ถ้าไม่ทำแบบนี้ มันคงไม่เกิดขึ้น” ความสำคัญของการมีนักเตะหลักพร้อมใช้งานตอนนี้: สำคัญมาก แค่ได้เห็นคุณภาพบนม้านั่งสำรองเมื่อคืนก่อน ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว มันต่างกันมาก เราจัดการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาให้มีนักเตะสดขึ้นได้มากขึ้น และคุณสัมผัสได้ อย่างที่ผมพูดตั้งแต่แรก นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเรามีสิ่งนั้น เราก็มีโอกาสบรรลุเป้าหมายมากขึ้น ทุกเกมตอนนี้เหมือนการออดิชั่นเพื่อนัดชิงหรือไม่: ผมไม่คิดว่านักเตะคิดแบบนั้น เพราะพวกเขารู้ว่าการออดิชั่นคือทุกวันในการซ้อม และสิ่งที่พวกเขาทำ ทำให้เราปวดหัวในการเลือกทีมมาตลอดทั้งฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงไม่กี่สัปดาห์หลัง การได้ใช้ไวท์และซาก้าร่วมกัน: ถ้าพูดถึงการประสานงานฝั่งขวา ผมคิดว่าจำนวนนาทีที่ทั้งคู่เล่นร่วมกันฤดูกาลนี้น้อยมากจากหลายเหตุผล และมันยอดเยี่ยมที่พวกเขามีความเข้าใจกันดีมาก เล่นด้วยกันมาหลายปี และคุณสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นในทางบวกมาก ๆ อาการบาดเจ็บของทิมเบอร์ที่ซับซ้อนกว่าที่คาดหรือไม่: ใช่ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่จัดการยากที่สุด ทั้งสำหรับตัวนักเตะและตัวผมเอง เพราะเราไม่ได้คาดว่าจะใช้เวลานานขนาดนี้ และตอนนี้เขายังไม่ฟิตพอที่จะลงเล่น
  1. Load more activity
×
×
  • Create New...